นครบาลจัดกำลัง 32 กองร้อย คุมม็อบ 6 มีนา “ผบช.น.” เผยจุดเสี่ยงของการชุมนุม ยิ่งไร้ “แกนนำ” ยิ่งเดินสู่หายนะใหญ่

766

จากกรณีที่กลุ่ม REDEM ที่ประกาศนัดหมาย ลงถนนชุมนุมครั้งที่ 2 ในวันที่ 6 มี.ค. 2564 นี้ ซึ่งได้สถานที่ชัดเจนแล้วว่า จะเป็นบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ตามมาด้วยกลุ่ม“ปล่อยเพื่อนเรา” ที่ได้มีการนัดรวมตัวบริเวณโลตัสรังสิต และจะเคลื่อนขบวนไปกรมทหารราบ 11 ในเวลา 13.00 น. เป็นต้นไป

ส่วนกลุ่มอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย “อาชีวะไม่เอาเผด็จการ” ก็ได้ประกาศนัดชุมนุมรวมตัวบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่าในวันเสาร์ที่ 6 มี.ค. 2564 นี้จะมีการรวมตัวทั้ง 3 กลุ่ม และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีการเคลื่อนขบวนมารวมตัวกันที่บริเวณราบ 11 สิ่งที่น่าจับตามองในการชุมนุมครั้งนี้ มีด้วยกันหลายอย่าง เช่น จำนวนคนที่มาชุมนุม ,ความรุนแรง ,การแทรกแซงของกลุ่มการ์ดวีโว่ ,การโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการกดดันให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัว 4 แกนนำราษฎร รวมทั้งแอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์

แต่ล่าสุดได้มีข้อมูลอัพเดตถึงเรื่องราวร้อน ๆ ของมหากาพย์การ์ดม็อบ โดยในทวิตเตอร์ เจ๊จุก คลองสาม @jjookklong3 ได้เล่าถึงการแย่งชิ้นเนื้อก้อนโต ของการ์ด 2กลุ่ม ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 6 มี.ค. นี้ ระบุว่า “มาดูกันสิว่า เนื้อก้อนโตชิ้นนี้จะเป็นของใคร “โตโต้” จะยืนหนึ่งอยู่ได้ หรือ “เอ็ม ปลดแอก” จะมาแทนที่เป็นการ์ดหลักของม็อบสามกีบ เสาร์นี้รู้เรื่องแน่นอน มีเท่าไหร่ก็ขนกันมาเลย อันนี้เจ๊ช่วยดันไม่ได้แล้วนะ มันอยู่ที่ฝีมือของแต่ละคนแล้วล่ะ โต้ หรือ เอ็ม ใครเจ๋งกว่ากัน”

ล่าสุดที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้จัดกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชน 32 กองร้อย ไว้ในแต่ละจุดที่มีการชุมนุม ตามสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ แต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ว่าแต่ละจุดจะจัดกำลังลงไปเท่าใด แต่ต้องสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลัง 3 ผลัด

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ กลุ่มชุมนุมที่แยกลาดพร้าว ซึ่งจะเคลื่อนไปที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เนื่องจากจุดดังกล่าวตามข้อมูลของผู้ชุมนุมคือจะไม่มีแกนนำ”

ที่ผ่านมา การชุมนุมที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ค่าย ร.1พัน1รอ.) พบการใช้ความรุนแรง รวมถึงมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ จึงต้องจับตาสถานการณ์ในจุดดังกล่าวเป็นพิเศษ โดยในวันนี้จะมีการหารือกับทุกหน่วยงานที่ต้องลงพื้นที่ดูแลการชุมนุมในวันพรุ่งนี้ เพื่อกำชับเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย การปฏิบัติตามขั้นตอนการควบคุมดูแลการชุมนุม และจะย้ำเตือนไม่ให้ตำรวจควบคุมฝูงชนทุกนายปฏิบัติเกินกว่ากฎหมายและหน้าที่

ส่วนทางศาลอาญามีการร้องขออะไรหรือไม่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ล่าสุดทางศาลอาญา ยังไม่ได้ติดต่อขอกำลังตำรวจมาดูแลเพิ่มเติม เพราะเชื่อว่ากำลังที่บช.น.เตรียมไว้ น่าจะเพียงพอต่อการดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ และหากสถานการณ์ปรับเปลี่ยนไปในทิศทางใดก็พร้อมจะตัดกำลังลงไปช่วยระงับเหตุเพิ่มเติมได้ทันที

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวการติดเชื้อโควิค-19 ในกลุ่มตำรวจ สน. วังทองหลาง ที่เข้าร่วมดูแลการชุมนุมเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นกลยุทธ์ทางการข่าวหรือเป็นการขู่ผู้ชุมนุม พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าว เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ทั้งตำรวจที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็ยังรักษาตัวอยู่ที่รพ.ตำรวจ รวมผู้ป่วย 17 นาย กักตัวอยู่ที่บ้านทั้งหมด 17 นาย แล้วมีการจัดตรวจคัดกรองโรค ให้กับตำรวจทั้งสน.วังทองหลาง 195 นาย ซึ่งตำรวจที่ติดเชื้อก็อยู่เพียงในรถควบคุมตัวผู้ต้องหา ไม่ได้ออกมาควบคุมดูแลการชุมนุมในจุดที่มีการเผชิญหน้ากับเพื่อนตำรวจและผู้ชุมนุม

“รถคันดังกล่าวก็จอดประจำอยู่ในแนวหลัง และไม่มีความจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ทางการข่าวกับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ก็ได้สั่งการกำชับเพิ่มให้ผู้บังคับบัญชาทำการตรวจสอบตำรวจ ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงให้เข้าทำการพักรักษาตัวก่อน”

ส่วนกรณีการออกหมายจับ ผู้ร่วมก่อเหตุเผาพระบรมฉายาลักษณ์ บริเวณหน้าเรือนจำคลองเปรม อีก 2 ราย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่าทางพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ยื่นขอออกหมายจับผู้ก่อเหตุอีก 2 รายแล้ว แต่เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 2 ราย ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ทางศาลจึงได้มีการพิจารณาขอให้พนักงานสอบสวนทำการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้ง 2 ราย มารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป