ส.ศิวรักษ์เพ้อเดินทะลุฟ้าคนน้อยสู้ด้วยธรรมะด่ารบ.อัปรีย์ แต่ตัวเองให้ท้ายม็อบใส่ร้ายสถาบันใครอัปรีย์กว่า?

1442

กลายมาเป็นประเด็นให้ถูกพูดถึงอีกสำหรับ ปัญญาชนสยามอย่าง ส.ศิวรักษ์ ที่ออกมาถือหางม็อบเด็กที่จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบัน ซึ่งความคิดเห็นของชายสูงอายุผู้นี้ นับวันยิ่งห่างจากธรรมะ เพราะคนที่มีธรรมะย่อมมีเมตตารู้จักอะไรควร ไม่ควร รู้จักที่ต่ำที่สูง แต่ม็อบที่ชายสูงวัยผู้นี้สนับสนุนอยู่นี้เป็นอย่างไร ประชาชนคนไทยย่อมทราบดี!!!

โดยจากเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 ที่บริเวณลานอนุสรณ์วีรชนคนโคราช ข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา กลุ่มราษฎร นำโดย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน พร้อมด้วยแนวร่วมกลุ่ม People GO network จัดกิจกรรม “เดินทะลุฟ้า” เดิน 247.5 กิโล จากโคราช-กรุงเทพฯ เพื่อขับไล่รัฐบาล และเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำคณะราษฎร 4 คน ที่โดนคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ก่อนเดินขบวนได้มีการอ่านแถลงการณ์ชี้แจงวัตถุประสงค์ของการเดินทางเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำราษฎร 4 คน และข้อเรียกร้อง 3 ข้อคือ 1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพวก ต้องลาออกจากรัฐบาล 2.ให้มีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญและแก้รัฐธรรมนูญตามข้อเสนอจากประชาชน และ 3.ปฏิรูปสถาบัน

หลังจากนั้นคณะทั้งหมดได้จัดขบวนเดินไปบนถนนราชดำเนิน เลี้ยวเข้าสู่ถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ โดยมีการถือธงสีส้มข้อความ “ปล่อยเพื่อนเรา และต้องไม่จับเพิ่ม”โบกไปตลอดเส้นทาง

นอกจากนี้ นายจตุภัทร์ ยังกล่าวด้วยว่า คำสั่งไม่ให้ประกันตัว โดยที่กระบวนการยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้น และยังไม่มีคำพิพากษาอันถึงที่สุด จึงขัดกับบทบัญญัติอันเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญยิ่งในกฎหมายรัฐธรรมนูญ เราจึงมาร่วมเดินก้าวที่สองเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยเพื่อนเรา ราษฎรทั้ง 4 คนที่ถูกกักขังจองจำไปแล้ว และต้องไม่จับเพิ่มอีก 24 คน ที่คาดว่าจะถูกจองจำในวันพรุ่งนี้ และที่จะเพิ่มขึ้นอีกตามจำนวนผู้ถูกกล่าวหาโดยมาตรา 112 ไปแล้วถึง 58 ราย

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ล่าสุดวันนี้ 5 มีนาคม 2564  มีรายงานเปิดเผยว่ามีผู้เข้าร่วมเดินขบวนกว่า 100 คน โดยทั้งหมดเส้นทางจากวัดคุณหญิงส้มจีน ไปจนถึง ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต มีการถือธงแดง พร้อมข้อความต่างๆ เช่น รัฐสวัสดิการแบบทั่วหน้า เราไม่ต้องการรัฐสวัสดิการแบบชิงโชค ,ปล่อยเพื่อนเรา และต้องไม่เจ็บเพิ่ม ,ลดความเหลื่อมล้ำ คืนความเป็นธรรมให้ประชาชน โดยการเดินจะแวะพักทุกๆ 4 กิโลเมตร สำหรับวันนี้ เส้นทางเดินทางทั้งหมดรวมกว่า 26 กิโลเมตร

ขณะที่ นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส. ศิวรักษ์ นักคิด สมญานาม ปัญญาชนสยาม ได้เข้าร่วมเดินทะลุฟ้าด้วย ซึ่งช่วงหนึ่งระบุว่า รัฐบาลไหนที่ไม่ให้พูดอย่างอิสระเสรีรัฐบาลนั้นเป็นรัฐบาลอัปรีย์ เป็นรัฐบาลจัญไร เช่น รัฐบาลของประยุทธ เป็นต้น เพราะฉะนั้นการที่ท่านทั้งหลายออกมาเดินขบวนขอให้เดินขบวนด้วยสันติอดทนเพราะว่าเราจะต้องเอาชนะพวกทรราชให้ได้ แม้ว่าประยุทธจะอ้างว่าไม่ได้เป็นเผด็จการแล้ว อ้างเป็นประชาธิปไตยแล้วก็เป็นประชาธิปไตยที่จอมปลอม

“ขบวนการของเราอาจจะไม่ใหญ่โตไม่มาก แต่ทุกคนที่มาร่วมมีธรรมมะเป็นพื้นฐาน อย่าลืมว่าสมัยนี้เราทำอะไรทั่วโลกรู้หมดเลย เพราะฉะนั้นอย่านึกว่าเราจะมีจำนวนน้อย คนจำนวนน้อยคือคนที่ต้อสู้ เสียสละด้วยความยินดีเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนทั้งหลายตนเองเอาใจช่วย ขอให้เดินทางด้วยความอดทน อัปรีย์จะต้องไปจังไรจะต้องแพ้ ส่วนประเด็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ นายสุลักษณ์กล่าวว่า จะแก้ได้ก็ต่อเมื่อมีประชาชนเข้าไปร่วม ปล่อยให้พวกเนติบริกรแก้อย่างเดียวไม่ได้” ส.ศิวรักษ์ กล่าว

อย่างไรก็ตามหากย้อนไปเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 ที่บริเวณด้านหน้าธนาคารไทยพาณิชย์  ส.ศิวรักษ์ ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยในการชุมนุมของม็อบราษฎรช่วงหนึ่งด้วยว่า ตนจะพูดประเด็นเดียว ประเด็นนี้จะแทง พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้นายสุลักษณ์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่แล้ว มีพระราชกระแสว่าใครนำมาตรา 112 มาใช้ เป็นการทำลายพระองค์ท่าน และเป็นการทำให้สถาบันกษัตริย์เสื่อมโทรม ซึ่งเป็นพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  แต่พล.อ.ประยุทธ์ อ้างว่าจงรักภักดี แล้วทำไมไม่ทำตามกระแสพระราชดำรัส

นอกจากนี้ในหลวงองค์ปัจจุบัน ตอนเสวยราชสมบัติ ทรงมีพระราชหัตถ์ถึงอัยการสูงสุด ประธานศาลฎีกา ให้ยุติมาตรา 112 ตอนนี้พล.อ.ประยุทธ์ กลับเอามาตรา 112 มาใช้ เป็นการขัดพระราชโองการ เป็นการทำลายล้างสถาบันกษัตริย์ เป็นการรังแกพระเจ้าแผ่นดิน เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ ประเด็นเดียวที่เราจะต้องร่วมกันถีบพล.อ.ประยุทธ์ออกไป ออกไปด้วยความเคารพ  ให้ออกพ้นอำนาจรัฐบาลให้ได้ เพราะทำสิ่งที่ขัดพระราชกฤษฎีกา รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10”

นั่นคือคำพูดของ ส.ศิวรักษ์ บุคคลที่ได้รับฉายาว่า ปัญญาชนสยาม ซึ่งเชื่อคนไทยได้ยินแล้ว คงพิจารณากันได้ว่า ชายสูงวัยผู้นี้ มีธรรมะอยู่ในใจจริงหรือไม่ เพราะจากพฤติกรรม ช่างย้อนแย้ง ให้ท้ายเด็กโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์แต่กลับมาตำหนิ คนที่ปกป้องพระเกียรติ หรือนี่ที่เรียกว่า แก่อย่างไร้คุณค่า!!!