อ.อานนท์ กลัว “ม็อบปลดแอก” แพร่เชื้อ หลังเจอตร.ควบคุมฝูงชน ติดโควิด-19 หวั่น เจอระบาดระลอก3!?!

823

อ.อานนท์ กลัว “ม็อบปลดแอก” จะแพร่เชื้อ หลังเจอตำรวจควบคุมฝูงชนติดโควิด-19 หวั่น ม็อบทำโควิดระบาดระลอก3!?!

จากที่กลุ่มเยาวชนปลดแอกและแนวร่วม ในนามกลุ่ม “REDEM” ได้ประกาศนัดจัดกิจกรรม “ม็อบ 28 กุมภา” บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในเวลา 15.00 น. เพื่อไปยังบ้านพักของนายกรัฐมนตรี และในเวลา 15.55 น. กลุ่ม REDEM ได้ทยอยออกจากเกาะพญาไท ข้ามถนนไปปักหลักบริเวณเกาะกลางของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเตรียมตั้งขบวนก่อนเดินเท้าไปยังบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ถนนวิภาวดีรังสิต

ต่อมาทางด้าน พันตำรวจเอกเอกภพ ตันประยูร ผู้กำกับการสน.วังทองหลาง เปิดเผยว่า จากการตรวจหาเชื้อเบื้องต้นของดาบตำรวจสมยศ นวมเจริญ ชุดควบคุมฝูงชน สน.วังทองหลางพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ขณะนี้ให้กักตัวอยู่ในที่พักเพื่อรอรถโรงพยาบาลมารับตัวไปตรวจซ้ำอีกครั้ง หากพบเชื้อต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวและรักษา

ทั้งนี้ดาบตำรวจสมยศ ได้กลับไปเยี่ยมบ้านที่จังหวัดสมุทรสาครซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา และพบกับเพื่อนในละแวกบ้าน กระทั่งเมื่อวานนี้ 3 มี.ค. เพื่อนคนดังกล่าวได้โทรมาแจ้งว่าติดเชื้อโควิด ดาบตำรวจสมยศจึงไปตรวจหาเชื้อและพบว่าติดโควิด-19 เช่นกัน

สำหรับดาบตำรวจสมยศได้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนในหลายพื้นที่ รวมทั้งล่าสุดที่ถนนวิภาวดี กรมทหารราบที่ 1 เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ได้สั่งทำความสะอาดพื้นที่บริเวณโรงพัก และจัดที่ดาบตำรวจสมยศสัมผัสทั้งหมดแล้ว พร้อมสั่งกักตัวชุดควบคุมฝูงชนที่ใกล้ชิดดาบตำรวจสมยศแล้ว ส่วนตัวเองก็ได้ตรวจเชื้อแล้วจะทราบผลในช่วงบ่ายวันนี้ หลังจากดาบตำรวจสมยศ ทราบว่าตัวเองติดโควิดได้แจ้งไทม์ไลน์ไปยังบุคคลใกล้ชิด ให้ทราบเพื่อสังเกตอาการหรือตรวจหาเชื้อ โดยตามไทม์ไลน์ ระบุ เริ่มตั้งแต่ 18 ก.พ 2564 ที่ดาบสมยศเดินทางกลับบ้านกระทุ่มแบน ถึง 3 มี.ค. ที่ตรวจผลหาเชื้อพบผลเป็นบวกแต่ไม่แสดงอาการ

ล่าสุด ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า

สิ่งที่น่ากลัวคือ ม็อบปลดแอก คณะราษฎรจะแพร่เชื้อโรคโควิด-19 นี่มีตำรวจไปทำหน้าที่ควบคุมฝูงชนติดโควิด19
จะตามได้อย่างไร ไม่ได้เช็คอิน ไทยชนะ หมอชนะ คนละครึ่ง
ฝั่งตำรวจตามมาควารานทีนได้
อีกฝั่งสามกีบตามไม่ได้ นอกจากดูจากกล้องแล้วทำ facial recognition แล้วไปหาจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฏร์ กระทรวงมหาดไทย ก็ดันใส่หน้ากากกันหมด ทำ mapping ไม่ได้ ทำ matching ไม่ได้ เอาแค่ที่ดวงตาก็ยากจะที่ matching ได้เจอ เพราะมี landmark บนหน้าไม่พอ ตำรวจหรือจนท ความมั่นคงได้ถ่ายรูปผู้ชุมนุมไว้มากแค่ไหน แต่อย่างที่บอกใส่หน้ากากยากจริงๆ ครับ
แต่ก็ต้องตามมากักโรค ไม่เช่นนั้นจะเกิดระบาดระลอกสาม อันเกิดจากม็อบ 28 กุมภาพันธ์ุได้ ผมว่าอันนี้น่าห่วงมากกว่าเรื่องอื่นใดครับ