แม่หอบ1ล้านยื่นประกันเพนกวินอ้างใกล้สอบ เตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้พร้อม

3648

นับวันยิ่งดิ้นรนกันสำหรับเครือข่ายผู้สนับสนุน ญาติพี่น้อง ของ4แกนนำม็อบ ที่ต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำหลายวันแล้ว ด้วยความผิดที่ซ้ำซาก และหนักหน่วงเพราะกระทำผิดซ้ำเรื่อยมากับการหมิ่นสถาบัน แม่ต้องเป็นนายประกันเองแล้ว!!!

โดยจากเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 สำนักงานอัยการสูงสุด มีคำสั่งฟ้อง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน และพวก ได้แก่นายอานนท์ นำภา, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และ นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือ หมอลำแบงค์ แกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร ผู้ต้องหาคดีร่วมกันชุมนุมฯ เดินทางรายงานตัวต่อพนักงานอัยการตามนัด กรณีการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 กันยายน 2563 ในข้อหาร่วมชุมนุมกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์-สนามหลวง (ปักหมุด)และดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112, ยุยงปลุกปั่นฯ ม.116 และข้อหาอื่นๆ

ต่อมานำตัวส่งศาลอาญา ซึ่งศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าคดีมีอัตราโทษสูง จึงยกคำร้องให้ปล่อยชั่วคราว และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวนายพริษฐ์กับพวกทั้งหมดไปคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

ล่าสุดวันนี้ 4 มีนาคม 2564 นางสุรีย์รัตน์ ชีวารักษ์ มารดาของนายพริษฐ์ เดินทางมายังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดีเป็นครั้ง 4 ซึ่งมีนายอานนท์ นำภา,นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และ นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือ หมอลำแบงค์ เป็นจำเลยในคดีดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ น.ส.สุรีย์รัตน์ กล่าวว่า ได้เตรียมหลักทรัพย์มาประกันตัวเพนกวินสำนวนละ 500,000 บาท รวม 2 สำนวนเป็นเงิน 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินจากกองทุนราษฎรประสงค์พร้อมกับใช้ตนเองเป็นนายประกัน เชื่อว่าแม่จะเป็นหลักทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของเพนกวิน เชื่อว่าศาลจะเมตตาเพราะช่วงนี้เป็นช่วงใกล้สอบของเพนกวิน

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

นอกจากนี้ แม่เพนกวิน ยังกล่าวอีกว่า ได้เตรียมเสื้อผ้ามาให้เพนกวินหากได้รับการปล่อยตัว โดยเป็นเสื้อสกรีนหน้าของเพนกวินที่เพื่อน ๆ ทำให้ และตั้งแต่เพนกวินอยู่ในเรือนจำกว่า 20 วันมีโอกาสได้เจอกันหนึ่งครั้งพร้อมกับทนายความผ่านห้องที่มีกระจกกัน เท่าที่เห็นเชื่อว่าเพนกวินยังคงมีกำลังใจที่ดี ทั้งนี้ ทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวจำเลยรายอื่น ๆ ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2564 บีบีซีไทย ได้เผยแพร่เนื้อหาข่าวบนเว็บไซต์กรณี ความรัก ความผูกพันระหว่างแม่ลูกคู่นี้ไว้บางช่วงว่า

“มนุษย์แม่ วัย 51 ปี ร่วมเดินทางไกลในกิจกรรม “เดินทะลุฟ้า” มาเกือบ 7 กิโลเมตรแล้ว น่องเริ่มปวดตึง ผิวหน้าก็แสบไปหมด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแพ้เหงื่อหรือน้ำตาที่ไหลออกมาอยู่เรื่อย เมื่อเหนื่อยล้ามาก ๆ เธอก็จะนึกถึงลูกชาย”เพนกวิน” ที่อยู่ในเรือนจำ แล้วบอกตัวเองในใจ “ลูกเราลำบากกว่านี้มาก”

เกือบเดือนแล้วที่สุรีย์รัตน์ไม่ได้กอด ไม่ได้หอมแก้มเพนกวินอย่างที่ทำเป็นประจำ หลังจากศาลอาญาไม่ให้ประกันตัวเขาและนักกิจกรรมกลุ่ม “ราษฎร” รวม 4 คนซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีหมิ่นสถาบันกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากการชุมนุม “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” ที่สนามหลวงเมื่อเดือนกันยายน 2563

วันที่ 9 ก.พ. สุรีย์รัตน์ใจสลายเมื่อรู้ว่าลูกต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพราะครั้งนี้เป็นการขังระหว่างพิจารณาคดี ซึ่งยาวนานไม่มีกำหนดหากศาลไม่ให้ประกันตัว ต่างจากการฝากขังที่ทำได้สูงสุด 84 วัน

(อ่านรายละเอียดทั้งหมด https://www.bbc.com/thai/56182261)

กระนั้นยังมีเรื่องราวของแม่เพนกวิน ที่ปรากฏออกเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เมื่อนายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ที่ทราบมา แม่ของ “เพนกวิน” เพิ่งถูกไล่ออกจากงานเมื่อไม่กี่วันก่อน ด้วยเหตุผลที่บริษัทอ้างว่ามีลูกชาย “ไม่จงรักภักดี” แบบ “เพนกวิน” ท่านคงเห็นแม่ของ “เพนกวิน” อยู่กับ “เพนกวิน” ที่หน้า สน.ประชาชื่น เมื่อวันที่ 30 ตุลา แล้ว

จากนั้นวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 เพจเฟซบุ๊ก “ปกรณ์ พรชีวางกูร” หรือ บุ๊ง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ท่อน้ำเลี้ยงม็อบและผู้สนับสนุนด้านสวัสดิการต่างๆ ก็ได้โพสต์ภาพและข้อความ ซึ่งมีการชี้แจงในประเด็นแม่ของเพนกวินถูกไล่ออก โดยระบุว่า

“คนถามเรื่องแม่เพนกวิ้นมาเยอะมากๆ ว่าถูกให้ออกจากงานจริงมั้ย เรื่องมันยังงี้ครับ แม่น้องรับทำบัญชี แล้วทีนี้มีนายหน้ารับงานจากบริษัทของเยอรมันมาจ้างแม่น้องอีกที ซึ่งรายได้จากนายหน้าคนนี้ เป็นรายได้หลักของครอบครัวน้องครับแล้วพอน้องออกมาเคลื่อนไหว ทางนายหน้าซึ่งเป็นสลิ่ม ก็บอกเลิกสัญญาว่าจ้างทันที ตอนนี้ก็ค่อนข้างจะแย่ๆเลยละ”

นั่นคือเรื่องราวของแม่เพนกวินที่ต้องทำเพื่อลูก ซึ่งไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับศาลในการพิจารณา ถึงคดี หากแต่ประเด็นหนึ่งซึ่งสังคม ก็ต้องตั้งคำถามเช่นกันว่า การอบรมสั่งสอนลูกก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้เป็นพ่อเป็นแม่ต้องเอาใจใส่ และเฝ้าดูแลไม่ให้ลูกเดินหลงทิศผิดทาง!?!