บิ๊กตู่เอาจริง!?! เด้งบิ๊กอคส.สางทุจริต จัดซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง 1.12 แสนล้าน สั่งดีเอสไอ-ปปง.แกะรอยล้างโกง

960

นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาสั่งเด้งอดีตผู้อำนวยการคลังสินค้าเข้ากรุ ฐานเซ็นสัญญาจัดซื้อถุงมือยางไนไตรโดยมิชอบ 1.12 แสนล้านบาท ทั้งที่ไม่มีอำนาจอนุมัติ บอร์ดเดินหน้ายกเลิกสัญญากับการ์เดียนโกลฟส์ คู่สัญญาที่พึ่งตั้งบริษัทมาได้ 4 เดือนเท่านั้น โดยยึดเงินค่ามัดจำ 2,000 ล้านบาทเพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมสั่งอายัดบัญชีรักษาการ ผอ.อคส.และตรวจสอบเส้นทางการเงินผู้เกี่ยวข้อง คิวต่อไปสั่งให้ส่งรายละเอียด ดีเอสไอ-ปปง.เป็นเจ้าภาพตรวจสอบตลอดสาย เรื่องอื้อฉาวในวงราชการ รัฐวิสาหกิจเกิดขึ้นได้แม้อยู่ท่ามกลางการระบาดโควิด-19 หากไม่ล้างบางทุจริตคอรัปชั่นจริงจังประเทศไทยโตยาก

รัฐวิสาหกิจฉาวโฉ่โผล่อีกที่อคส.

บอร์ด อคส.ตั้งกรรมการสอบกรณีอดีตรักษาการ ผอ.อคส. “พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์” จัดซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง มูลค่า 112,500 ล้านบาท ไม่ผ่านบอร์ด สั่งยกเลิกสัญญา พร้อมยื่นดีเอสไอ-ปปง.อายัดเงินที่โอนให้ผู้ผลิต ตรวจสอบเส้นทางเงินและดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง  เจ้าตัวแจงทำตามอำนาจหน้าที่ไม่ได้ทุจริต ตั้งใจทำกำไรให้ อคส.หลังขาดทุนต่อเนื่อง 5 ปีกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท เกรงจะต้องเข้าฟื้นฟูเหมือนหน่วยงานอื่น ส่วนเหตุที่ไม่เสนอบอร์ดพิจารณาก่อน เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนแต่เวียนขอมติบอร์ดเป็นรายคนแล้ว พร้อมต่อสู้ด้วยพยานหลักฐาน

นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุตผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า(อคส.) เปิดเผยผลการตรวจสอบพบว่า มีการเร่งรีบในการอนุมัติเอกสารต่างๆก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งหลังจากเข้าทำงานได้มีการตรวจสอบเอกสารต่างพบว่ามีการอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างที่มีมูลค่าสูงและไม่ผ่านความเห็นชอบจากบอร์ด จึงได้มีการส่งเรื่องไปยังนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ทราบ ทั้งนี้อคส.ได้สอบถามไปยังรักษาการผอ.อคส.คนดังกล่าวแล้ว และได้มีการให้เหตุผลต่างๆ  ซึ่งคงต้องเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวนที่อคส.แต่งตั้งขึ้นมา  ทั้งนี้ตนจะไม่เข้าไปแทรกแซงเพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบ ส่วนจะมีความใกล้ชิดกับเอกชนที่รับงานหรือไม่นั้นอยู่ที่ผลของการสอบสวนหาข้อเท็จจริง

หลักฐานชัดมัดตัวไม่น่ารอด

  1. ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบ แจงว่าโครงการดังกล่าวบอร์ดยังไม่ได้มีการอนุมัติ แต่ได้มีการเซ็นสัญญาไปแล้ว และมีการจ่ายค่ามัดจำไปแล้ว 2 พันล้านบาท ทั้งนี้ผู้ที่เซ็นสัญญาจะต้องมีอำนาจในการลงนาม แต่ในการทำสัญญาครั้งนี้ผู้ที่ลงนามในสัญญากลับเป็นผู้ที่ไม่มีอำนาจ เพราะอยู่ในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง รักษาการผู้อำนวยการคลังสินค้า ซึ่งโดยตำแหน่งแล้วจะสามารถลงนามในโครงการที่มีมูลค่าโครงการเพียง 25 ล้านบาทเท่านั้น จึงต้องมีการสอบสวนว่าเหตุใดจึงมีการลงนามในสัญญาดังกล่าว”
  1. ขั้นตอนต่อไป อคส.จะบอกเลิกสัญญากับบริษัทคู่สัญญา แม้ว่าจะมีการลงนามในสัญญาไปแล้วแต่ในทางกฎหมายแล้วหากผู้ลงนามไม่ได้รับมอบอำนาจหรือไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของบอร์ดก็ไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่จะสามารถนำไปบอกเลิกสัญญาได้ นอกจากนี้อาจจะต้องแจ้งความดำเนินคดีด้วย  

17 ก.ย.2563 คณะกรรมการ อคส.มีมติให้ระงับโครงการดังกล่าว พร้อมให้อำนาจผู้อำนวยการคนใหม่ไปแจ้งความต่อดีเอสไอและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)  ให้อายัดบัญชีที่รักษาการ ผอ.อคส.ได้กระทำการไปนั้น พร้อมให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินบริษัทผู้รับโอน โดยการกระทำการของ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ เป็นการกระทำการลุแก่อำนาจโดยพลการ ไม่ผ่านที่ประชุมบอร์ดและไม่รายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในฐานะกำกับดูแลแตอย่างใด

  1. บริษัทคู่สัญญาการจัดหาถุงมือยางเป็นบริษัทใหม่ตั้งได้ 4 เดือน กล่าวคือ บริษัทการ์เดียนโกลฟส์ จำกัด มี นายธณรัสย์  หัดศรี เป็นกรรมการผู้จัดการเป็นผู้ลงนาม และมีนายพรรุ่ง วงษ์น้อย นายจักริน กาญจนวิวิญ เป็นหุ้นส่วน โดยมีทุนจดทะเบียน 2,500 ล้านบาท สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่  131/45  หมู่ 11 ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม   โดยได้จดทะเบียนธุรกิจกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2563  โดยแจ้งว่าเป็นบริษัทประกอบกิจการผลิตซื้อ ขาย นำเข้าและส่งออกถุงมือยางพาราและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ฯลฯ เป็นบริษัทเปิดใหม่แต่ได้รับแอคเค้ายักษ์ แค่บอกว่าเสนอราคาถูกเป็นเหตุให้ต้องเร่งจัดซื้อไม่น่าจะฟังขึ้น

นายกปลดอดีตผอ.เข้ากรุเซ่นสอบทุจริต

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 31/2563 ลงวันที่ 14 ก.ย.63 เรื่องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมาปฏิบัติหน้าที่ในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ โดยบรรจุและแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยได้สั่งย้ายด่วน พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง องค์การคลังสินค้า (อคส.) มาปฏิบัติหน้าที่สำนักนายกรัฐมนตรี มีผลตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย.63 เพราะในช่วงเดือนส.ค.63 ที่พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ อยู่ในตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการอคส.นั้น ได้นำเงินของอคส.ไปวางมัดจำซื้อถุงมือยางมูลค่า 2,000 ล้านบาทโดยที่ไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการอคส. (บอร์ด) และอาจเข้าข่ายพัวพันกับการทุจริต  

ทำไม?การจัดซื้อถุงมือยาง 1.12 แสนล้านจึงต้องทำเร่งด่วน

พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า ได้รับทราบคำสั่งนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ยังไม่ได้ไปรายงานตัว กำลังรอหนังสือส่งมาถึงตนอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ตนดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ตามกฎหมาย คือ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การคลังสินค้าพ.ศ.2498 มาตรา 26 วรรคแรก ไม่ได้มีการทุจริตแต่อย่างใด และเป็นความตั้งใจที่จะล้างขาดทุนสะสมของอคส.ในช่วง 5 ปีติดต่อกัน ที่มีกว่า 11,000 ล้านบาทให้หมดไป   

การจัดซื้อถุงมือยางดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังจากมีผู้ส่งออกมาสอบถามอคส.ว่าสามารถจัดหาถุงมือยางให้ได้หรือไม่ เพราะต้องการนำไปส่งออกไปสหรัฐฯ และยุโรป ในจำนวนมากถึง 500 ล้านกล่อง ราคากล่องละ 230 บาท ตนเห็นว่า เป็นโอกาสที่อคส.จะซื้อขายถุงมือยาง และทำกำไรได้ จึงติดต่อผู้ผลิตไปหลายราย แต่ในที่สุดได้สั่งซื้อจากบริษัท การ์เดียน โกลฟส์ จำกัด จ.นครปฐม โดยบริษัทมีหนังสือเสนอราคาลงวันที่ 27 ส.ค.63 มาที่อคส. เสนอราคาจำหน่ายที่กล่องละ 225 บาท รวมมูลค่า 112,500 ล้านบาท โดยให้อคส.ชำระเงินล่วงหน้า 2,000 ล้านบาท และมีระยะเวลาส่งมอบภายใน 2 ปี   

“ก่อนดำเนินการ ได้ประชุมคณะทำงานด้านการลงทุนของอคส. และเห็นตรงกันว่า จะซื้อขายถุงมือยาง เพราะเป็นโอกาสที่จะทำกำไร ล้างขาดทุนสะสมขององค์การได้ ถ้าอคส.ไม่ทำอะไรเลย ก็อาจจะต้องยุบองค์การ หรือเข้าสู่การฟื้นฟูเหมือนรัฐวิสาหกิจอื่น

ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น พนักงานจะเดือดร้อนอีกมาก และอาจถูกลอยแพ” ดังนั้น จึงได้ตกลงซื้อขายกับบริษัท การ์เดียน โกลฟส์ เพราะให้วางเงินล่วงหน้า 2,000 ล้านบาท ซึ่งอคส.พอจะมีอยู่ ขณะที่หลายๆ บริษัท ให้วางเงิน 50% ของมูลค่าสินค้า เราไม่มีเงินมากขนาดนั้น แต่บริษัทได้ทยอยส่งมอบมาบางส่วนแล้ว ส่วนสาเหตุที่ไม่ผ่านการพิจารณาของบอร์ดผคส.เป็นเพราะ เรื่องนี้เป็นกรณีเร่งด่วน

ถ้าเสนอให้พิจารณาตามประชุม จะเป็นการล่าช้า จึงได้เวียนขอมติเป็นการเร่งด่วนก่อนการจัดซื้อ และยังได้จัดทำร่างสัญญาซื้อขายอย่างถูกต้อง โดยยกร่างจากสัญญาซื้อข้าวสารที่ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว พร้อมกันนั้น ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับสินค้า การจ่ายสินค้าให้กับผู้ซื้อ และจัดทำรายงานการรับจ่ายสินค้า เพื่อให้มีการบันทึกบัญชีซื้อขายด้วย   

“ยืนยันว่า การดำเนินการทั้งหมด ทำตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ตามกฎหมาย ไม่ได้กระทำโดยพลการ เพราะได้เวียนขอมติจากบอร์ดแล้ว อีกทั้งไม่มีเป็นการทุจริตแน่นอน โดยพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด และต่อสู้ด้วยพยานหลักฐานต่างๆ ที่มีอยู่ ต่อคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง”