โป๊ะแตก ขุดเบื้องหลัง “สหรัฐฯ” บงการ “แผนอุ้มหาย” ใช้มุขเดียวกัน ทั้งสามกีบไทย-สามกีบพม่า

2638

จากกรณีที่เฟซบุ๊กพี่สาวของ “ไป่ ทาคน ” นายแบบชื่อดังในเมียนมา ที่คนไทยหลายคนต่างก็รู้จักกันดีนั้น โดยล่าสุดพี่สาวของ “ไป่ ทาคน” ได้ประกาศตามหาน้องชายผ่านทางเฟซบุ๊ก หลังไม่สามารถติดต่อได้เลย

ทั้งนี้พบว่าในไอจีของ ไป่ ทาคน ได้โพสต์ข้อความเคลื่อนไหวเมื่อเกือบ 20 ชั่วโมงที่แล้ว โดยได้โพสต์ข้อความถึงความเจ็บปวด อีกทั้งยังได้โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ประท้วงในเมียนมา

โดยแปลเป็นไทยคร่าว ๆ ระบุว่า วิดีโอนี้แสดงให้เห็นถึงวิธีที่กลุ่มของเราเผชิญหน้ากับแนวหน้า ตั้งแต่เราออกจากบ้านเพื่อประท้วง เราก็สละชีวิตและร่างกายของเราไปแล้ว เพราะการยิงที่หัว พวกเขายิง เราสามารถสูญเสียชีวิตได้ง่าย ๆ เราไม่สามารถทําอะไรกับมันได้ เราจะป้องกันตัวเองและประท้วงอย่างสงบของเราต่อการรัฐประหารของทหาร ฉันหวังว่าผู้นําโลกจะรู้ว่าเรากําลังเสี่ยงชีวิตของเราทุกวันต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของเรา

โดยในช่วงที่เกิดเหตุการณ์รัฐประหารในเมียนมา ไป่ ทาคน เป็นหนึ่งในดารา นายแบบหลายคน ที่ได้ออกมาประกาศต่อต้านการรัฐประหาร และยืนยันถึงการปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านของเมียนมาที่ชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนพ.ย. ซึ่งนอกเหนือจากการรณรงค์ผ่านโซเชียลมีเดียเรียกร้องให้นานาประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ให้สนใจปัญหาการรัฐประหารในเมียนมาแล้ว ไป่ทาคน ยังเป็นอีกคนที่ลงถนนและออกมาต่อต้านรัฐประหารในเมียนมาด้วย

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ขณะที่ในเพจเฟซบุ๊ก Poetry of Bitch ได้สรุปไทม์ไลน์ของการเกิดกรณี “ไป่ ทาคน” หายตัว ระบุว่า

1. เวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 1 มีนาคม 2021 “May Chit Thway” พี่สาวของนายแบบพม่า “ไป่ ทาคน” (Paing Takhon) ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า เธอติดต่อน้องชายไม่ได้มา 1 ชม.แล้ว หากใครทราบข่าวเขาก็ขอให้แจ้งเธอด้วย

2. โพสต์นี้เกิดขึ้นหลังมีข่าวว่ากองทัพพม่าจะไล่ล่าจับกุมไป่ ทาคน ให้ได้ในคืนนี้ และมีภาพที่อ้างว่าเป็นรถทหารไปจอดอยู่ในย่านบ้านพักของไป่ พร้อมกับมีข่าวสะพัดว่าทหารบุกไปที่บ้านของเขาแล้ว แต่ไม่พบตัวนายแบบหนุ่ม

3. ไป่ ทาคน เป็นนายแบบและนักแสดงดาวรุ่งของพม่า มีผู้ติดตามนับล้าน มีชื่อเสียงข้ามประเทศมาถึงไทย เขาเป็นคนแรก ๆ ที่ออกมาชู 3 นิ้วต่อต้านกองทัพตั้งแต่วันแรกที่มีรัฐประหาร

4. หลังจากนั้นไป่ก็ลงถนนประท้วงอย่างสันติเรื่อยมา พร้อมกับใช้โซเชียลมีเดียของเขาเป็นกระบอกเสียงเรียกร้องประชาธิปไตย จนถือเป็นกำลังสำคัญของฝ่ายประชาชน

5. May Chit Thway พี่สาวของไป่ก็ลงถนนเคียงข้างน้องชายอยู่บ่อยครั้ง เธอเคยโพสต์เล่าในเฟซบุ๊กว่า แม่โทรมาชื่นชมที่ลูกทั้งสองต่อสู้เพื่อประเทศชาติและประชาชน

6. ก่อนหน้านี้มีเอกสารหลุดออกมา เป็นรายชื่อของบุคคลในวงการบันเทิงและเซเลบริตี้พม่ากว่า 60 คน ที่กองทัพกำลังจับตามอง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือไป่ ทาคนนั่นเอง

7. เมื่อ 2 วันที่แล้ว ไป่ ทาคนเพิ่งโพสต์สตอรี่ในไอจีว่า “หากผมถูกจับ ขอให้ทุกคนต่อสู้เพื่อประเทศชาติแทนผมต่อไปด้วย” คาดว่านายแบบหนุ่มทราบว่าตัวเองตกเป็นเป้าของทหาร หรือไม่ก็ถูกคุกคาม แต่เขายังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

8. โพสต์ของพี่สาวไป่ ทำให้โซเชียลมีเดียพม่าลุกเป็นไฟ คนพากันโพสต์ข้อความเพื่อเซฟไป่ ทาคน ผู้ซึ่งเป็นฮีโร่ของพวกเขา ซึ่งล่าสุดมีข่าวว่านายแบบหนุ่มซ่อนตัวอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว แต่ก็ไม่เป็นที่ยืนยันแน่ชัด

อ้างอิง เพจเฟซบุ๊ก : Poetry of Bitch

อย่างไรก็ตามการหายตัวไปของนายแบบพม่า ทำให้หลายคนตั้งคำถามและนึกย้อนถึงเหตุการณ์ม็อบ 3 นิ้วในบ้านเรา เมื่อครั้งที่ “เยล การ์ดราษฎร” หายตัวไป และพวกแกนนำต่างโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่รัฐ ว่าอุ้มการ์ดไปซ้อมบ้าง จับการ์ดบ้าง จนความจริงก็ปรากฎว่า นายเยลหนีไปกบดานที่ต่างจังหวัด

โดยครั้งนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้ควบคุมตัวนายมงคล สันติเมธากุล หรือ เยล หนึ่งในสมาชิกกลุ่มการ์ดราษฎร ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลทหารกรุงเทพ ที่ 36/2564 ข้อหาแจ้งความเท็จมาที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ ภายหลังจากร่วมกับฝ่ายสืบสวน สภ.ลำสนธิ จับกุมนายมงคลระหว่างหลบหนีไปบ้านญาติ ที่ อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 64 นายมงคล สันติเมธากุล อายุ 24 ปี หรือเยล หนึ่งในสมาชิกการ์ดราษฎร เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.รัฐพงศ์ ศรีนอก รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ อ้างว่าถูกชายฉกรรจ์ อุ้มขึ้นรถตู้ขณะเดินทางกลับห้องพักย่านซอยจัดสรรเสนาะ ต.ท้ายบ้าน อ.เมืองสมุทรปราการ ช่วงเวลาห้าทุ่มของวันที่ 16 ม.ค.

ทั้งนี้ กลุ่มของนายมงคล ได้มีการพาดพิงถึง กอ.รมน.ว่าเป็นคนลงมืออุ้มนายมงคลไป ก่อนที่กลุ่มสมาชิกการ์ดราษฎรจะเดินทางไปกอ.รมน. เพื่อเรียกร้องให้ ตรวจสอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ จนช่วงเวลา 13.00 น. วันที่ 17 ม.ค.นายมงคล อ้างว่าถูกนำมาปล่อยที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเคหะ จ.สมุทรปราการ พร้อมกับเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่เร่งคลี่คลายคดี

ต่อมา พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ ได้ออกมาแถลงความคืบหน้าว่าเหตุดังกล่าวว่าไม่ได้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากพบหลักฐานหลายอย่าง ทั้งพยานแวดล้อม พยานบุคคล และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบนายมงคลอยู่เพียงลำพังตลอดทั้งคืน จากหลักฐานทั้งหมดจึงบ่งชี้ได้ว่า นายมงคล สร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อเรียกร้องความสนใจ

เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในพม่า ทันทีที่มีการรายงานว่า นายแบบดังหายตัวไป ติดต่อไม่ได้ และพยายามจะเชื่อมโยงว่าเป็นการถูกอุ้มหายโดยเจ้าหน้าที่รัฐบาล แต่เจ้าตัวได้โพสต์ในทำนองรู้ตัวว่าตกเป้าในการจะถูกจับ และไม่ได้มีการรายงานสถานที่ชัดเจนว่า เจอตัวนายแบบดังที่ใด และหลบอยู่ที่ไหน จึงเป็นไปได้ว่ามีการสร้างสถานการณ์ เลียนแบบม็อบ 3 นิ้วในไทยหรือไม่

นอกจากนี้ยังเป็นไปตามแผนการ ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่คอยหนุนการเคลื่อนไหวต้านรัฐประหารในพม่าด้วย สืบเนื่องจากวันที่ 27 ก.พ. นายจอ โม ตุน ผู้แทนถาวรของรัฐบาลพม่าประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ออกมาแสดงออกต่อต้านการรัฐประหารในเมียนมา ด้วยการชู 3 นิ้ว และแถลงเรียกร้องให้สหประชาชาติดำเนินการให้กองทัพยุติการก่อรัฐประหารดังกล่าวลง แต่ล่าสุดได้ถูกรัฐบาลทหารเมียนมาไล่ออกจากตำแหน่งแล้ว เนื่องจากนายจอ ทรยศกับประเทศพม่า และเป็นตัวแทนในการสื่อสารให้กับองค์กรที่ไม่เป็นทางการซึ่งไม่ได้เป็นตัวแทนของประเทศ และใช้อำนาจในทางที่ผิดและไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ของเอกอัครราชทูต

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า นายจอ ทูตรายดังกล่าวระบุว่า ตนตัดสินใจที่จะต่อสู้กับรัฐบาลทหารตราบเท่าที่จะสามารถทำได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวต้านรัฐประหารในพม่า แน่นอนว่าต้องมีผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ ได้วิเคราะห์ถึงเรื่องนี้อย่างละเอียด ระบุว่า “รัฐบาลอเมริกาอยู่เบื้องหลังรัฐประหารเป็นประจำ หลาย ๆ คนชื่นชมอเมริกาที่ประณามและคว่ำบาตรนายทหารที่ทำรัฐประหารในเมียนมา แต่เวลาอเมริกาอยู่เบื้องหลังรัฐประหารในประเทศอื่น ๆ เพื่อตั้งหุ่นเชิดของตนเองเป็นผู้นำ แล้วกอบโกยผลประโยชน์ ไม่มีใครวิจารณ์เลย มีแต่คนจำพวกที่เรียนรู้ประชาธิปไตยตามตำราแบบนกแก้วนกขุนทองเท่าที่นั้นที่จะหลงเชื่ออเมริกา

สมัยที่อเมริกามีหุ่นเชิดเป็นผู้นำคิวบาชื่อบาติสต้า (Fulgencio Batista) เขาเป็นผู้นำเผด็จการแต่สื่อมะกันยกย่องเพราะอเมริกาได้ประโยชน์ ช่วงเขาเป็นนายก อเมริกาได้ผลประโยชน์อื้อ เช่น บริษัทอเมริกันเป็นเจ้าของธุรกิจเหมืองแร่ในคิวบาถึง 90 % เป็นเจ้าของกิจการสาธารณะอื่นๆ อีก 80 % เป็นเจ้าของกิจการรถไฟ 50% เป็นเจ้าของธุรกิจผลิตน้ำตาล 40 % เงินฝากในคิวบา 50 % เป็นของบริษัทจากอเมริกา (Smithsonian Magazine)

แม้ประเทศจะมีทรัพยากรธรรมชาติมาก แต่ประชาชนคิวบาแทบไม่ได้อะไร ประชาชนคิวบาจึงหนุนให้ฟิเดล คาสโตร ก่อการโค่นรัฐบาลหุ่นเชิดต่างชาตินี้ แล้วสถาปนาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วหันมาใช้ระบบสังคมแทนบริหารประเทศ ฟิเดลก็กลายเป็นฮีโร่ของชาวคิวบามาจนทุกวันนี้

ไม่นานมานี้ ประชาชนโบลิเวียก็จัดการโค่นรัฐบาลหุ่นเชิดอเมริกาลงได้และกำลังดำเนินการเอาเข้าคุกอยู่ ผู้นำบราซิลขณะนี้ก็ได้อำนาจจากสงครามพันทางที่อเมริกาและอิสราเอลส่งซีไอเอและมอสสาดไปช่วย ป่าอเมซอนจึงกำลังถูกนายทุนจากตะวันตกเฮโลเข้าไปทำลายเพื่อหาผลประโยชน์

กรณีเวเนซุเอล่านั้น อเมริกาเคยได้ประโยชน์จากน้ำมันมหาศาล พอหุ่นเชิดถูกไล่ออกแล้วก็โกรธแค้น หาทางกลับไปหาผลประโยชน์เดิม ขณะนี้กำลังให้ซีไอเอกล่าวหาว่านิโคลัส มาดุโร ค้าขายยาเสพติดและส่งเรือรบไปป้วนเปี้ยนเพื่อข่มขู่ แต่ไม่มีอะไรน่าห่วง ตำรวจโลกตัวจริงคือรัสเซียส่งทหารระดับเสนาธิการและนักรบรับจ้างกลุ่ม Wagner เข้าไปช่วยแล้ว

ศึกษาดูให้ละเอียดแล้วจะเห็นว่ารัฐบาลอเมริกานั้นปากอย่างใจอย่าง ปากก็ห่วงมุสลิมโรฮีนจาและอุยกูร์ แต่ว่าที่แล้วมา ก็ส่งเครื่องบินไปถล่มประชาชน มุสลิมในอาฟกานิสถาน เยเมน ซีเรีย อิรักและสนับสนุนให้อิสราเอลกวาดล้างชาวปาเลสไตน์ให้ออกจากแผ่นดินเกิดตัวเองเป็นประจำ

ขณะนี้ประชาชนหลายประเทศ เช่น ชิลีและไฮติก็กำลังพยายามโค่นรัฐบาลหุ่นเชิดอเมริกาอยู่ สื่อกระแสหลักของอเมริกาและยุโรปพากันไม่ลงข่าวเพราะตำรวจทหารปราบประชาชนอย่างหนัก รายงานไปแล้ว รัฐบาลอเมริกาจะขายหน้านั่นเอง

ดูรายละเอียดข้างล่างสิครับว่าอเมริกาที่อ้างว่าเป็นประเทศประชาธิปไตย อยู่เบื้องหลังรัฐประหารในประเทศอื่น ๆ มากี่ครั้งแล้ว ถ้าจะให้ดี ไปค้นดูด้วยว่าระหว่างอเมริกาตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดเป็นผู้นำนั้น อเมริกาได้ประโยชน์อะไรบ้าง แล้วจะอึ้ง

เอาเข้าจริง ๆ แล้ว ประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้จะเป็นประชาธิปไตยมากหรือน้อย ขึ้นกับว่าให้ผลประโยชน์แก่อเมริกามากหรือน้อยเท่านั้นเองครับ”