สุชาติ เกรี้ยวกราด แซะเดือด เนาวรัตน์ แต่งกลอน ชื่นชมวีรบุรุษ “กปปส.” แต่ไม่ยอม “ชูสามนิ้ว”

1352

เปิดศึก ศิลปินแห่งชาติ!! “สุชาติ” เกรี้ยวกราด แซะเดือด “เนาวรัตน์” เหตุแต่งกลอน ชื่นชมวีรบุรุษ “กปปส.” แต่ไม่ยอม “ชูสามนิ้ว”

สืบเนื่องจากกรณีที่ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดี กลุ่มกปปส. ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส.กับพวกรวม 39 คน เป็นจำเลยความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ก่อการร้าย ล้มล้างระบอบการปกครอง มั่วสุมชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยยื่นสำนวนฟ้องต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2561

ซึ่งศาลชั้นต้นไดตัดสิน แกนนำสำคัญทั้ง 8 คน ให้จำคุก คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 5 ปี จำคุกนายชุมพล จุลใส จำเลยที่ 3 เป็นเวลา 9 ปี 24 เดือน จำคุกนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จำเลยที่ 4 เป็นเวลา 7 ปี จำคุกนายอิสสระ สมชัย จำเลย 5 เป็นเวลา 7 ปี 16 เดือน จำคุก นายวิทยา แก้วภราดัย จำเลย 6 น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก จำเลยที่ 10 นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ จำเลยที่ 12 และนายถนอม อ่อนเกตุพล จำเลยที่ 14 จำคุก 1 ปี ปรับ 13,333 บาท จำคุกนายถาวร เสนเนียม จำเลยที่ 7 เป็นเวลา 5 ปี จำคุกนายณัฏฐพล ทีป-สุวรรณ จำเลยที่ 8 เป็นเวลา 6 ปี 16 เดือน นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อดีตพระพุทธะอิสระ จำเลยที่ 16 เป็นเวลา 4 ปี 8 เดือน

ทำให้หลายๆคนได้ออกมาแสดงความคิดเห็น และพูดถึง กปปส. ในหลายๆทิศทาง รวมถึงทางด้านของ นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ และสมาชิกวุฒิสภา ที่มักจะออกมาปกป้องสถาบันฯชาติ และใช้กวีในการต่อสู้กับฝั่งตรงข้ามอย่างสันติมาเสมอ ก็ได้ออกมาโพสต์บทกวีถึง กปปส. เพื่อเป็นการเชิดชู เมื่อวันที่ 1 มี.ค.64 โดยมีดังต่อไปนี้

“เทิดท้า”
อยุติธรรมมันตำตา
มันโถมท้าให้ลุกสู้
แสนอสัตย์ล้านศัตรู
เถอะ! ใจสู้นี้พร้อมพรัก
ลวดหนามกำแพงหนา
ผองเรากล้าเข้าโหมหัก
บทเรียนนี้แพงนัก
นักคิดอยู่ นักสู้ตาย!
#ข้อคิดติด(วัน)จันทร์ #เนาวรัตน์พงษ์ไพบูลย์ #เทิดท้า

หลังจากนั้นต่อมาในวันที่ 2 มี.ค.64 ทางด้านของ นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ ที่สนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มม็อบล้มเจ้ามาโดยตลอด ก็ได้ทำการแชร์บทกวีของ นายเนาวรัตน์ พร้อมกับโพสต์ข้อความสุดแรง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

“ก็ต้องยอมรับว่าเขาเป็นนายของภาษาจริงๆ สามารถเลียนเสียงสำนึกได้ในแบบที่ไม่ต่างจาก “ศรีบูรพา” “นายผี” เปลื้อง วรรณศรี จิตร ภูมิศักดิ์ “เสนีย์ เสาวพงศ์” จนทำให้ย้อนแย้งตกไปอยู่ในความหลอนของเขา ( เหมือน กปปส. ร้องเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” ของ จิตร ภูมิศักดิ์ ” และเพลง “สู้ไม่ถอย” ของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล )

เวลามากกว่า 1 ทศวรรษที่ผ่านมา เขาไม่เนียน เขาไม่เบลอ เขาชัดเจน เขาสร้างความหลอนได้อย่างถึงใจ เขาต้องการมี “พันธะ” อยู่กับขนบจารีตเผด็จการ/รัฐประหาร/เจ้าสัว/เจ้ามาเฟีย/ชนชั้นอำมาตย์ เขาประกาศ “บรรลุธรรม” ที่เรียกว่า “แสนอสัตย์ล้านศัตรู” ในฝั่งข้างของเขามานานแล้ว และแสดงเส้นขีดกลางของตนมาตั้งแต่กันยายน 2549 พฤษภาคม 2553 และ พฤษภาคม 2557 ตราบจนมา “เทิดท้า” ในฐานะ “ส.ว.ลากตั้ง” เราต่างหากที่เข้าใจผิดและไป “หลงหลอน” เขาเอง
เขาเป็นนายของภาษาจริงๆ อย่าไปอิจจาเขาเลยยย–”