หมอทศพร อุ้มคนเจ็บแถลงอ้างจนท.ใช้ความรุนแรง แต่ไม่พูดตร.เจ็บมากกว่าม็อบ-การ์ดยุยงทำร้ายจนท.ก่อน

1145

จากที่ก่อนหน้านั้น กลุ่มเยาวชนปลดแอกและแนวร่วม ในนามกลุ่ม “REDEM” ได้ประกาศนัดจัดกิจกรรม “ม็อบ 28 กุมภา” บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อไปยังบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะมีเหตุปะทะ เกิดความรุนแรง และต่อมาก็ปรากฏความสูญเสียเกิด และเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต

ล่าสุด ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ทศพร เสรีรักษ์ แถลงกรณีมีผู้บาดเจ็บจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2564 โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุมมาร่วมแถลงข่าวด้วย โดยนพ.ทศพร กล่าวว่า ตนในฐานะที่อยู่ในเหตุการณ์เห็นว่ามีการใช้ความรุนแรงกันหลายครั้ง แม้กระทั่งตอนที่ประชาชนกำลังทยอยเดินกลับ มีความรุนแรงเกิดขึ้นเรื่อย ๆ

โดย นพ.ทศพร ยังได้กล่าวอีกว่า คุณเก่งที่มาร่วมแถลงกับตนวันนี้ก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บจากการใช้ความรุ่นแรงในวันนั้น ซึ่งตนเองก็โดนแก๊สน้ำตาเข้าไป ขอฝากเตือนไปยังตำรวจว่าอย่าใช้ความรุนแรงกับประชาชน เพราะประชาชนไปอย่างสันติ หากเจอใครที่ใช้ความรุนแรงหรืออาวุธ ตำรวจก็สามารถมาควบคุมตัวไปดำเนินคดีได้อยู่แล้ว

นพ.ทศพร ยังเปิดเผยอีกว่า กำลังปรึกษากับฝ่ายกฎหมายของพรรค ซึ่งคงต้องดำเนินการเหมือนครั้งที่สลายการชุมนุมหน้าสภา หรือการใช้น้ำผสมแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม และสำหรับการชุมนุนครั้งต่อไปตนคิดว่าควรมีแกนนำที่ชัดเจน และจัดการทุกอย่างให้เป็นระบบ ทั้งนี้ ตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับประชาชน เพราะวันนี้ประชาชนขัดแย้งกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประชาชนเพียงต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

สุดท้าย นพ.ทศพร ยังกล่าวถึงกรณีโซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของสื่อมวลชนในการรายงานข่าวการชุมนุมว่า เห็นใจและเข้าใจสื่อมวลชนที่ไปทำข่าว เพราะในช่วงเวลาที่เกิดเหตุทุกคนมองเห็นแค่บริเวณที่รายงานข่าวเท่านั้น ไม่สามาถเห็นภาพรวมของเหตุการณ์ทั้งหมดได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำความเข้าใจกันได้ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนเปิดใจ ขณะที่สื่อมวลชนเองก็ต้องนำเสนอข่าวให้รอบด้านที่สุดด้วย

ขณะที่เรื่องนี้เอง ทางด้าน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงที่พรรคเพื่อไทย และกลุ่มแคร์ ออกมาประณามสลายชุมนุมที่รุนแรง เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีสิทธิทำเกินกว่าเหตุ และเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนท่าทีพิจารณาใช้มาตรการจัดการกับการเคลื่อนไหวของประชาชนตามมาตรฐานสากล โดยยืนยันว่าการดำเนินการต่าง ๆ ของเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นนายก และตำรวจได้ออกมายืนยันแล้วว่าเป็นไปตามหลักสากล และตนยังมองว่าก่อนที่พรรคเพื่อไทย หรือกลุ่มแคร์จะออกมาประณามการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่นั้น ก็ควรมองถึงต้นตอก่อนว่าเกิดจากใคร ซึ่งหากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ออกมาชุมนุม หรือชุมนุมให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์ขึ้น

และการชุมนุมครั้งนี้รวมถึงการชุมนุมที่ผ่านมา ตำรวจได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าตำรวจถูกทำร้ายด้วยก้อนหิน ประทัดยักษ์ ระเบิดปิงปอง ปลายธงฟาดตำรวจ จนได้รับบาดเจ็บ ถึง 90 นาย และยังมีตำรวจเสียชีวิต

ทั้งนี้ หากตนเองและคนอื่น ๆ จะขอประณามการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมที่กระทำรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้หรือไม่ เป็นถึงผู้ใหญ่ เป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ และเป็นผู้แทนของประชาชน เหตุใดถึงคิดแค่นี้ หรือว่าที่ออกมาปกป้องกลุ่มผู้ชุมนุม เพียงเพราะอยากเกาะกลุ่มผู้ชุมนุมหวังล้มรัฐบาล เพื่อพรรคของตัวเองจะได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาล ซึ่งหากคิดแค่นี้ ตนเองก็มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยคงได้เป็นฝ่ายค้านไปตลอดชีวิต และเป็นเรื่องที่น่ากลัวหากพรรคการเมืองที่มีแนวคิดเช่นนี้จะเข้ามาเป็นรัฐบาล เพราะสนับสนุนการใช้ความรุนแรงของกลุ่มผู้ชุมนุม

สำหรับตัวของ นพ.ทศพร เองนั้นพบว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2564 ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “แนวโน้มคงปะทะอีกรอบ ผมเอาไม่อยู่แล้ว แกนนำก็ไม่มีเลย ไม่รู้ใครเป็นใคร”

อย่างไรก็ตาม จากการแถลงของ นพ.ทศพร นั้น เมื่อได้ตรวจสอบดูพบว่า ทางศูนย์เอราวัณสรุปข้อมูลผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์ชุมนุมบริเวณกรมทหารราบที่ 1 รอ. เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2564 มีนำส่งโรงพยาบาลจำนวน 33 ราย (เจ้าหน้าที่ 23 ราย ประชาชน 10 ราย), โรงพยาบาลตำรวจ 22 ราย (เข้ารักษาที่รพ.ทหารผ่านศึกมาก่อน 2 ราย), โรงพยาบาลราชวิถี 7 ราย (เจ้าหน้าที่ 1 ราย เสียชีวิต), โรงพยาบาลรามาธิบดี 2 ราย, โรงพยาบาลพระรามเก้า 1 ราย, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1 ราย

โดยสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิต คือ ร.ต.อ.วิวัฒน์ สินเสริฐ สังกัด สน.ธรรมศาลา ทำหน้าที่ควบคุมฝูงชน เกิดอาการหัวใจหยุดเต้น ถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาลนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี โดยแพทย์ได้พยายามช่วยชีวิตด้วยการทำซีพีอาร์ แต่ไม่เป็นผล ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรจากแพทย์นิติเวช นั้น