แฉหวังจลาจล? ย้อนโตโต้โพสต์ ม็อบเรียกผู้ชี้นำ ไม่ใช่แกนนำ ถ้ามีสงครามกลางเมืองให้โบ้ยฝ่ายรัฐ

1021

ในที่สุดความจริงก็ออกมา สำหรับผู้ก่อความรุนแรงทุกครั้ง โดยเฉพาะครั้งล่าสุดนี้ที่ปรากฏข้อมูล ข้อเท็จจริงชัดเจนว่า ม็อบตั้งใจออกมาสร้างความรุนแรง เพื่อให้เกิดเหตุการณ์ลุกลามบานปลาย ซึ่งเรื่องนี้มีที่มา จากการตรวจพบย้อนหลังว่ามีใครบางคนเคยพูดเอาไว้?!?

ทั้งนี้จากที่กลุ่มเยาวชนปลดแอกและแนวร่วม ในนามกลุ่ม “REDEM” ได้ประกาศนัดจัดกิจกรรม “ม็อบ 28 กุมภา” บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในเวลา 15.00 น. เพื่อไปยังบ้านพักของนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะมีเหตุปะทะ เกิดความรุนแรง และต่อมาก็ปรากฏความสูญเสียเกิดขึ้น

โดยกลุ่ม REDEM ได้ทยอยออกจากเกาะพญาไท ข้ามถนนไปปักหลักบริเวณเกาะกลางของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเตรียมตั้งขบวนก่อนเดินเท้าไปยังบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ถนนวิภาวดีรังสิต

ต่อมาได้มีการปะทะกันระหว่าง กลุ่มมวลชน และตำรวจที่ควบคุมฝูงชน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเจรจาให้กลุ่มมวลชนถอยเข้าไปอยู่ในแนวกั้น แต่ได้มีการฝ่าฝืนคำสั่ง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินใจฉีดน้ำสลายการชุมนุม ก่อนจะมีเสียงดังคล้ายระเบิดเกิดขึ้น ซึ่งปรากฏความจริงว่า มวลชนนั้นแท้ที่จริงแล้วคือกลุ่มการ์ดที่ปลอมตัว หรือแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อสร้างสถานการณ์ความรุนแรงนั่นเอง

กระนั้นจึงมีความน่าสงสัยว่า เรื่องดังกล่าวมีการเตรียมมาหรือไม่ และใครเป็นผู้คิดแผน ซึ่งหากย้อนไปก็พอจะพบร่องรอยบางอย่างที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2563 นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ หัวหน้าการ์ดวีโว่ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

“อรุณสวัสดิ์พี่น้องประชาชน ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า วันนี้จะเป็นวันที่ เราเองต่างก็ไม่มีใครรู้ว่า อะไรจะเกิดขึ้น หรือ ใครจะนัดใครไปไหน ที่ใด เมื่อไหร่

ผมรู้เพียงแต่ว่า “มันคือหน้าที่” ไปแล้ว

เหล่าผู้ชี้นำ (ไม่ใช่แกนนำ) จะนัดแนะวัน เวลา สถานที่ก็นัดมาเทอญ เราพร้อมดำเนินตามนั้น โดยยึดหลัก #ทุกคนคือแกนนำ  ในสถานการณ์เช่นนี้ หลายคนอาจจะไม่คุ้นชินกับม็อบแบบนี้ ดังที่ผมเคยโพสต์ไปก่อนหน้าว่า “คุณอย่าหวังความเป็นทิศเป็นทาง เป็น ระบบจัดการ ในม็อบธรรมชาติที่ไม่มีแกนนำ”

หากจะมีการนัดแล้วมา หรือ นัดกันแล้วไม่มา นัดกันเดิน นัดกันวิ่ง หรือ อาจจะลุกลามไปถึง มีเหตุความวุ่นวาย มันคือเรื่องที่ยากจะคาดเดาในม็อบเช่นนี้  หากนึกภาพไม่ออก ให้ทุกคนลองค้นหา และติดตามการชุมนุม ของต่างประเทศที่ไม่มีแม้แต่แกนนำที่ กลุ่มผู้ชุมนุมรู้จักแต่พวกเขา สามารถประท้วงกันได้เป็นวันๆ บางที่สงบเรียบร้อย บางที่เกิดจลาจล และบางที่ก็ถึงสงครามกลางเมืองย่อมๆ มันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วทั้งนั้น

สุดท้ายแล้ว ประชาชน ต้องช่วยกันชี้หน้าไปที่ผู้นำเผด็จการที่ห่วงแหนอำนาจ เสียจนยอมให้เกิดการก่อตัวขนานใหญ่ ของคนหนุ่มสาวที่พวกเรายืนกรานว่าถึงเวลานี้แล้ว จะไม่ถอย แม้ข้อเรียกร้องเดียว  เพราะเผด็จการเป็นผู้เริ่ม ก่อน ลงมือกระทำย่ำยี กับกฎหมาย บ้านเมือง ไม่เห็นหัวประชาชน ไม่เห็นแก่อนาคตที่ดีของประเทศ ไม่แคร์ความรู้สึกของผู้เสียภาษีอากรเลี้ยงดูศักดินา ที่ทำนาบนหลังเรามาหลายชั่วอายุคน

เผด็จการต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ต้องขอประชาชนโปรดเข้าใจเรา ทุกคนที่ออกมาบนท้องถนนในหลายวันที่ผ่านมา และจะอีกหลายวันนับจากนี้ ไม่มีใครต้องการมาเสี่ยง มาลำบาก กันอย่างนี้ ถ้าเราเห็นหนทางอื่นที่ดีกว่าเราก็คงไม่ปฏิเสธ แต่นี่เขาไม่เหลือทางเลือกที่เป็นทางออกสำหรับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจให้กับพวกเรา เขายังมีการไล่ล่า จับกุม ปิดปาก ปิดสื่อ ให้สัมภาษณ์ท้าทาย ป้ายสีประชาชนอย่างต่อเนื่อง  ส้นตีนเท่านั้น จึงเป็นทางออกเดียวของเรา

ขออภัยในความไม่สะดวก ในการใช้ชีวิต และการเดินทาง มันคงอีกไม่นาน ที่เราจะกลับบ้านของเราพร้อมชัยชนะของประชาชน”

นั่นคือข้อความของโตโต้ที่ผ่านมาไม่นาน ซึ่งช่างประจวบเหมาะเสียเหลือเกินกับข้อความของกลุ่มปลดแอกที่ได้โพสต์ชวนเชิญร่วมชุมนุมในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อันนำมาซึ่งความสูญเสีย ความรุนแรงที่ฝ่ายม็อบเริ่มลงมือต่อเจ้าหน้าที่ก่อน???

โดย เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564  เฟซบุ๊คกลุ่มเยาวชนปลดแอก ได้ประกาศจัดชุมนุมอีกครั้ง โดยนัดหมายเดินขบวนในวันอาทิตย์ที่ 28 ก.พ. เวลา15.00 น. จากอนุสาวรีย์ชัยสมาภูมิ ไปยังบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการระทรวงกลาโหมภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์

ทั้งนี้ ในเฟซบุ๊คเยาวชนปลดแอกยังได้ระบุว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ มวลชนจะเป็นผู้ตัดสินใจร่วมกัน ไม่มีแกนนำ ไม่มีรถห้องน้ำ ไม่มีการ์ด ไม่มีรถเวที มีเพียงมวลชนที่ไม่ใครอาจหยุดกั้น

นี่เองที่บอกว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หรือ เป็นอะไรที่สุดแสนจะประจวบเหมาะ แต่หากคือ การสมคบคิด มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า คิดกันไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ต้องเดินแผนเช่นนี้ สร้างความรุนแรง เพื่อนำไปสู่สถานการณ์หวังพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน อ้างไม่มีแกนนำ นั่นเพราะตัวบงการ สั่งการนั่งอยู่หน้าจอคอมนั่นแหละ!!!