บิ๊กตู่ ลั่นขอใช้สิทธินายกฯ ชี้ขาดคนนั่งรมต. คุยจุรินทร์-อนุทินแล้ว ยันคงเดิม เลิกพูดโควต้าสัดส่วนพรรค

664

จากที่ก่อนหน้านั้น แรงกระเพื่อมยิ่งพุ่งสูงขึ้นอีก เมื่อมีเสียงจากแกนนำรัฐบาล ดักคอถึงโควตารัฐมนตรีใหม่ ที่ต้องเกลี่ยหลัง 3 รัฐมนตรีต้องหลุดออกไปจากการโดนตัดสินจำคุกคดีกปปส. ซึ่งวันนี้มีการขยับกันมากขึ้น ต่อเก้าอี้ที่ว่ากันว่างานนี้ฝุ่นตลบทั้งพลังประชารัฐและประชาธิปัตย์

โดยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังศาลตัดสินคดีการชุมนุมของกลุ่มกปปส. และทำให้ 3 รัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งว่า ขณะนี้ยังไม่มีการหารือกับนายกรัฐมนตรีในเรื่องดังกล่าว ซึ่งการปรับครม.ก็ต้องปรับ แต่จะปรับอย่างไรอยู่ที่นายกฯ

เมื่อถามถึงเก้าอี้รัฐมนตรีของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นโควตาของกปปส. นั้น ทำให้ พลเอกประวิตร กล่าวสวนทันทีว่า “โควตากปปส.ที่ไหน เป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เขาอยู่พรรคพลังประชารัฐ”

ขณะที่ต่อมาเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ได้มีความเคลื่อนไหวล่าสุดของ การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยสองกลุ่มใหญ่ที่ค่อนข้างจะมีความเคลื่อนไหวอย่างครึกคักเห็นทีจะเป็น “กลุ่มสามมิตร” และ “กลุ่ม 3 ช.” เนื่องจากในวันที่ 2 มีนาคม 2564 จะมีการเสนอรายชื่อให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พิจารณา ก่อนนำชื่อส่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว. กลาโหม ตัดสินใจ

โดยในเบื้องต้นนั้น ทางด้านของ “กลุ่มสามมิตร” ได้เคาะ “นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์” ส.ส.ชลบุรี และ “นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา” ส.ส.ราชบุรี เป็นตัวหลักในการเสนอชื่อให้ พล.อ.ประวิตร พิจารณา

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยในรายละเอียดกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพียงแต่มีแนวทางว่าอะไรอย่างไรก็ว่ากันไป ทั้งหมดเมื่อเสนอขึ้นมานายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้พิจารณาในภาพรวมอยู่ในอำนาจของนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว

ทั้งนี้ เรื่องการเมืองก็ขอให้เป็นเรื่องทางการเมืองไปวันนี้ก็มีโอกาสได้พูดคุยกับหัวหน้าพรรคทั้งสองพรรคคือประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ซึ่งรวมทั้งเรื่องอื่น ๆ ด้วย เช่นเรื่องของการทำงานและเรื่องต่าง ๆ และได้ขอความร่วมมือในเรื่องการทำให้บ้านเมือง เดินไปข้างหน้าต่อไปให้ได้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เรื่องการเมืองเขาก็พูดคุยกันแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น เพราะทุกอย่างอยู่ที่นายกรัฐมนตรี

ส่วนกรณีเมื่อถามว่า จะเป็นการปรับใหญ่ หรือปรับเฉพาะ 3 ตำแหน่งของรัฐมนตรีที่ว่างอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เดี๋ยวดูอีกทีต้องดูว่าจะมีผลกระทบอะไรอย่างไร ทุกอย่างก็ยังเป็นไปตามเดิมขอร้องให้เลิกพูดกันได้แล้วเรื่องของสัดส่วนอะไรต่าง ๆ เลิกพูดกันเสียที เรื่องนี้นายกฯ ดำเนินการเอง เมื่อถามย้ำว่า จะถึงขั้นสลับเก้าอี้รัฐมนตรีในกระทรวงต่าง ๆ เลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็บอกว่ายัง ยังคิดอยู่ สื่ออย่ามาถามย้ำถามให้เป็นเรื่องอยู่ได้ ขอร้องสื่อตั้งคำถามอย่างสร้างสรรค์ ขออย่างเดียว”

เมื่อถามว่า หมายถึงให้สิทธิ์พล.อ.ประวิตร ดำเนินการคนเดียวเลยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้นหมายความว่าท่านก็ดูภายในพรรคของท่านพล.อ.ประวิตรก็ดูในพรรคพลังประชารัฐ นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ดูในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ทุกคนเขาก็ต้องประชุมพรรคกัน ถ้ามันจะมีการปรับ อะไรก็ให้เสนอขึ้นมาตนเองก็จะดูความเหมาะสม เข้าใจคำว่านายกฯจะเป็นผู้ดูความเหมาะสมหรือไม่ จะให้ใครก็แล้วแต่นั่นคือสิทธิ์ของนายกรัฐมนตรีโอเคกันหรือไม่”

อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวทิ้งท้ายว่าอย่าไปแอบถามอะไรกับรองนายกฯ พร้อมชี้ไปที่นายอนุทิน ก่อนกล่าวว่า “อย่าไปแอบถามโน่นนี่นั่นจนกลายเป็นเรื่องเป็นราว ยืนยันว่าคิดเหมือนกันพูดตรงกัน” ก่อนที่นายอนุทินจะได้เดินตามพล.อ.ประยุทธ์ไปที่ห้องทำงาน บนตึกไทยคู่ฟ้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม