ราชทัณฑ์แจงข้อข้องใจ ปมไม่ตัดผมแกนนำกลุ่มกปปส. ถ้อยคำชัด ฟาดหน้า 3 นิ้วโจมตีเรือนจำ

2750

หลังจากที่นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์” แกนนำกลุ่มราษฎร ได้ออกมาโพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ ระบุในทำนองโจมตีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า “กูเข้าไปวันแรกโดนจับตัดผม แต่ทำไมบุคคลเหล่านี้ไม่โดน หรือมีเส้นสายในเรือนจำ หรือเรือนจำเลือกปฏิบัติ”

ขณะที่นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ “ครูใหญ่” ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กเช่นเดียวกันว่า “เข้าคุก แต่ไม่ต้องตัดผมเกรียน เฮ้อ….ก็รู้ ๆ กันอยู่ นัดบทกันไว้แล้ว”

ซึ่งจากข้อความของทั้งสองคนนั้น ได้กล่าวโจมตีเรือนจำว่ามีการดูแลผู้ต้องขัง 2 มาตรฐาน และก่อนหน้านี้ก็ยังมีประเด็นที่สังคมข้องใจด้วยเช่นกันว่า ทำไมทางฝั่งแกนนำม็อบ 3 นิ้ว ถึงได้โพสต์เฟซบุ๊กได้ หลายคนจึงเข้าใจผิดด้วยว่า ผู้คุมขังปล่อยให้แกนนำใช้เครื่องมือสื่อสารได้

ล่าสุดทางด้านนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ชี้แจงข้อสงสัยของสังคมในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง 2 ประเด็นด้วยกัน เรื่องแรกคือ การไม่ตัดผมแกนนำกปปส. โดยระบุว่า

แนวทางปฏิบัติทั่วไป เมื่อบุคคลใดต้องโทษเข้ามาในเรือนจำและทัณฑสถาน จะได้รับการปฏิบัติตามระเบียบขั้นตอน คือ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจค้นตัวตามหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมดำเนินการตรวจคัดกรองโรคโดยแพทย์ และเจ้าหน้าที่พยาบาล ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่เข้าอบรบชี้แจงระเบียบ การปฏิบัติตน รวมถึงการใช้ชีวิตในเรือนจำ ซึ่งอย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัว นายสุเทพฯ พร้อมกับพวก คือ เวลาประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 และเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจค้นตัว และคัดกรองตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วเสร็จ ในเวลาประมาณ 22.45 น. ซึ่งสมควรแก่เวลาที่ต้องแยกขัง

และในวันต่อมา เวลาประมาณ 08.30 น. นายสุเทพ พร้อมกับพวกได้ออกพบทนายความ กระทั่งถึงเวลา 10.30 น. ทั้งหมดได้ออกพบแพทย์ตรวจอาการ ตามที่ได้แจ้งไว้กับเจ้าหน้าที่พยาบาล จนดำเนินการแล้วเสร็จในเวลาประมาณ 14.45 น.

โดยเวลาดังกล่าวเป็นเวลากระชั้นชิดกับเวลาที่ผู้ต้องขังต้องเตรียมตัวขึ้นเรือนนอน จึงยังไม่ได้ดำเนินการตัดผมของนายสุเทพฯ พร้อมกับพวก จนกระทั่งในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เวลา 08.30 น. ทางเรือนจำฯ ได้รับการประสานงานว่าให้นำตัวนายสุเทพฯ และแกนนำกลุ่ม กปปส. ทั้งหมดไปยังที่ทำการพัศดีเวร เพื่อรอการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นเวลาต่อเนื่องจึงเป็นเหตุที่นายสุเทพ พร้อมกับพวก ยังไม่ได้รับการตัดผมตามระเบียบกรมราชทัณฑ์

ส่วนกรณีการโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำคณะราษฎร และนายอานนท์ นำภา ว่าเพราะเหตุใดจึงสามารถโพสต์ข้อความผ่านสื่อออนไลน์ได้

กรมราชทัณฑ์ ขอชี้แจงว่า กรณีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กของนายพริษฐ์ฯ และนายอานนท์ บ่อยครั้ง นับตั้งแต่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และกรมราชทัณฑ์ได้ทำการตรวจค้นภายในเรือนจำฯ รวมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรียบร้อยแล้ว ไม่พบว่ามีการใช้เครื่องมือสื่อสารภายในเรือนจำฯ จึงสันนิษฐานได้ว่าเป็นการโพสต์ข้อมูลจากเครื่องมือสื่อสารภายนอก

โดยแอดมินเพจหรือผู้ที่มีรหัสผ่านดำเนินการโพสต์สารที่ได้รับจากนายพริษฐ์ฯ และนายอานนท์ฯ ในระหว่างเข้าพบทนายความส่วนตัวเพื่อปรึกษาคดีเป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นการสนทนาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ นายพริษฐ์ ได้เคยยืนยันเองว่า ถ้อยคำที่สื่อสารออกไปเป็นข้อความที่ตนได้ฝากไว้กับทนายความและคนไว้วางใจให้ช่วยถ่ายทอดสู่สาธารณะ โดยไม่ได้โพสต์ในเรือนจำแต่อย่างใด ทั้งนี้ ในกรณีดังกล่าว กรมราชทัณฑ์ได้เข้าร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เพื่อหาตัวบุคคลผู้เป็นคนโพสต์ และให้ตรวจสอบการกระทำดังกล่าว เนื่องจากถูกนำชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องในโพสต์ และทำให้สังคมเข้าใจผิดต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของกรมราชทัณฑ์เป็นอย่างมาก

ขอให้สังคมและประชาชนทุกฝ่ายเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของกรมราชทัณฑ์ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และเป็นมาตรฐาน ตามหลักสิทธิมนุษยชน และไม่มีการเลือกปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง โดยยึดถือกฎ ระเบียบ และวินัยต่าง ๆ ที่ข้าราชการกรมราชทัณฑ์ทุกคนพึงยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด