ไบเดนสั่งทิ้งระเบิดซีเรีย?!? สังหาร 17 ชีวิตอ้างตอบโต้อิหร่าน ทั้งที่ทั่วสหรัฐฯเผชิญภัยหนาว เพื่อคนอเมริกัน หรือเพื่อวาระยิวไซออนนิสต์??

1070

โจ ไบเดนประธานาธิบดีของสหรัฐฯ สั่งทิ้งระเบิดที่ตั้งของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธด้านตะวันออกของซีเรียแล้ว อ้างตอบโต้อิหร่าน ทำชาวซีเรียเสียชีวิต 17 ราย ขณะที่อเมริกายังตกอยู่ในสภาพหนาวเยือกอุณภูมิต่ำกว่า -30 ถึง -40 องศาเซลเซียส ทั่วประเทศประมาณ 72% ถามว่าคนอเมริกันได้ประโยชน์อะไร ประเทศอเมริกาได้ประโยชน์อะไรจากการทำสงคราม ทั้งที่ทั่วโลกและอเมริกาต่างยังยากลำบากกับการระบาดไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ และสหรัฐต้องเผชิญปัญหาการฉีดวัคซีนหยุดชะงัก เพราะการขนส่งติดปัญหาหิมะท่วมเส้นทางลำเลียง วาระซ่อนเร้นสงครามครั้งใหม่ในซีเรียครั้งนี้คืออะไรกันแน่? เพื่อประโยชน์ของคนอเมริกันหรือเพื่อประโยชน์ใคร?? ขณะที่ทั่วโลกรับรู้กันอย่างชัดเจนว่าโจ ไบเดนประกาศตัวเป็นไซออนนิสต์อย่างเปิดเผยมานานแล้ว

เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2564 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ สั่งปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ต่อฐานที่ตั้งของกลุ่มกองกำลังด้านตะวันออกของซีเรีย ที่อิหร่านให้การสนับสนุน ซึ่งเป็นการตอบโต้ทางทหารของสหรัฐฯ ที่จะดำเนินการควบคู่กับมาตรการกดดันทางการทูตหลังจากเมื่อกลาง ก.พ.64 เกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธไม่ทราบฝ่ายก่อเหตุ 2 ครั้ง โดยยิงจรวดโจมตีฐานทัพในเมืองเออร์บิล ที่มีทหารอเมริกันประจำการ และพื้นที่ปลอดภัย (Green Zone) ใกล้ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดดของอิรัก

โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ว่า กองทัพสหรัฐใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่บริเวณจุดควบคุมชายแดนซีเรีย-อิรัก ซึ่งเป็นที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านและสามารถทำลายสิ่งปลูกสร้างที่จุดดังกล่าว ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ถือเป็นปฏิบัติการทางทหารครั้งแรกกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน นับตั้งแต่นายไบเดน เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นคาดว่าสถานที่เป้าหมายโจมตีนั้นเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของกลุ่มติดอาวุธชีอะห์ที่หนุนหลังโดยอิหร่านโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวด้วยว่า การโจมตีทางอากาศครั้งนี้ได้รับอนุมัติและมีขึ้นหลังไบเดนได้หารือกับพันธมิตรต่างๆของสหรัฐฯ แล้ว เพื่อตอบโต้การโจมตีเป้าหมายที่เป็นชาวอเมริกันและพันธมิตรในอิรักเมื่อไม่นานมานี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมบอกด้วยว่า การโจมตีทางอากาศที่เฉพาะเจาะจงได้ทำหลายอาคารหลายแห่งที่จุดควบคุมชายแดน ซึ่งกลุ่มติดอาวุธชีอะห์หลายกลุ่มใช้เป็นที่ปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม เคตอิบ ฮิซบอลเลาะห์และเคตอิบ ซายิด อัล ชูฮาดา เป็นต้น แต่ไม่ได้เปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ก.พ.2564หรือไม่ แต่กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนซีเรีย กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิต 17 ราย 

ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีจรวด 3 ลูกโจมตีไปยังที่มั่นในอิรัก ที่สหรัฐและกองกำลังพันธมิตรใช้งานในการต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นพลเรือนและชาวต่างชาติที่รับจ้างทำงานกันกองกำลังพันธมิตรเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯจะให้อิหร่านต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวแทนอิหร่านที่โจมตีชาวอเมริกัน การโจมตีเหล่านี้มีการใช้อาวุธที่ผลิตโดยอิหร่านและจัดหามาให้โดยอิหร่าน ด้านรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศอิหร่านปฏิเสธ อิหร่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีใดๆ และประณามความพยายามในการป้ายสีความผิดมาให้อิหร่านด้วย

ที่น่าสังเกตุทำไมสหรัฐฯบอกว่าเป็นการตอบโต้อิหร่านแต่เลือกถล่มซีเรีย ไม่ถล่มอิรักและอิหร่าน

สหรัฐอเมริการุกรานประเทศเล็กๆ หลายประเทศมาตลอดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศซีเรียเป็นประเทศหนึ่งที่เจอสงครามพันทาง (Hybrid War) จากอเมริกาและพันธมิตรตะวันตกแทรกแซงทำลายล้างมาโดยตลอด  ประชาชนซีเรียต้องเจอทั้งกลุ่มก่อการร้าย ทั้งม็อบจัดตั้ง ทั้งการทูตกลับกลอกจากชาติตะวันตก ประธานาธิบดีอัสซาดของซีเรียตกหลุมกับดัก เสียเวลามากไปกับการเจรจา เจรจาแล้วเจรจาอีกกับกลุ่มก่อการร้ายตามสูตรที่อเมริกาเปิดช่องเอาไว้  โดยไม่ได้อะไร สุดท้าย กลุ่มก่อการร้ายก็ยึดได้ค่อนประเทศ แต่พอประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียยื่นมือส่งกองทัพรัสเซียเข้าช่วย กลุ่มก่อการร้ายไอซิสก็สิ้นฤทธิ์

  1. รัฐบาลซีเรียเลิกเจรจากับกลุ่มก่อการร้ายที่หวังยึดครองประเทศ หันมากวาดล้างม็อบจัดตั้งสงครามพันทาง ใครเป็นสาย NGOs ตะวันตก รัสเซียให้รัฐบาลซีเรียกวาดเรียบ

2.ปราบกบฎหรือกลุ่มก่อการร้ายอย่างเด็ดขาด ซึ่งหลักๆ ก็อเมริกา อิสราเอล ตุรกี ซาอุฯ สนับสนุนทางอาวุธ กองทัพรัสเซียก็พาทหารซีเรียไล่ถล่ม ไม่มีการเจรจา สุดท้าย ศัตรูตายเป็นเบือ ซีเรียถึงรอดมาได้ ขณะนี้ กองทัพอากาศรัสเซียก็ยังไล่ล่ากวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายในซีเรียที่ชาติตะวันตกสนับสนุนอย่างไม่ลดละ

 

จะเห็นได้ว่า รัฐเซียมีบทบาทช่วยซีเรียรับมือกับสหรัฐและพันธมิตร รบกับไอซิสได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินเป็นคนไม่ชอบให้ชาติตะวันตกข่มขู่หรือคุกคามพออเมริกาส่งเครื่องบิน B-52 ไปตะวันออกกลางหลายๆ รอบ และทำให้กลุ่มก่อการร้ายและฝ่ายกบฏในซีเรีย อิรัก เลบานอนและรัฐบาลอิสราเอลได้กำลังใจมากขึ้น ซึ่งจะทำให้พวกนี้ก่อการร้ายไม่หยุด ปูตินก็หันมาปรับปรุงสนามบินกองทัพอากาศคะไมมิม (Khmeimim Air Base) ของรัสเซียในเมืองละทาเกีย ภาคตะวันตกของซีเรีย ให้รองรับเครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์ของตนทันที เมื่อสหรัฐและพันธมิตรตะวันตกจะทำสงครามกับอิหร่าน รัสเซียก็สามารถส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดSu-35 และ S-400 จากซีเรียไปช่วยได้

ทำไมสหรัฐจึงเลือกบอมบ์ซีเรีย เรามาดูเค้าลางวาระซ่อนเร้นว่า โจ ไบเดนปธน.สหรัฐทำไปเพื่ออะไรกันแน่?? 

ก่อนที่โจเซฟ ไบเดนจะได้สถาปนาอำนาจ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 46 นายรอน พอล อดีตผู้สมัครตำแหน่งประธานาธิบดีของอเมริกา ได้ออกมาท้วงติงว่า รัฐสภาอเมริกันควรจะหาทาง *ถอดถอน* รัฐบาลเงา (Deep State) หรือเครือข่ายยิวไซออนิสต์ที่ครอบงำรัฐสภาอเมริกันมากกว่าจะถอดถอนอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะเครือข่ายพวกนี้ลากรัฐบาลอเมริกาให้ทำเรื่องผิดกฎหมายระหว่างประเทศมากมายหลายครั้ง เพื่อเผยแผ่อำนาจของจักรวรรดิ์อเมริกาเองและเพื่อช่วยเหลืออิสราเอล

ขณะเดียวกันบุตรชายของรอน พอลซึ่งขณะนี้เป็นวุฒิสมาชิกสังกัดพรรครีพับลิกัน แรนด์ พอล ทวิตกล่าวหลังสหรัฐทิ้งบอมบ์ซีเรียว่า โจ ไบเดนกำลังลากสหรัฐไปทำสงครามซีเรียซึ่งเป็นความโง่เขลา และเพราะโจ ไบเดนเป็นไซออนนิสต์จึงต้องช่วยอิสราเอล

แน่นอนคำพูดนี้ถูกสื่อหลักและโซเชียลมิเดีย ตอบโต้ว่า เป็นทฤษฏีสมคบคิดเพ้อเจอ แต่สื่อท้องถินและสื่อต่างประเทศที่ไม่ได้อยู่ในเครือข่ายหลักของสหรัฐฯหลายฉบับ ต่างเผยแพร่คำพูดประหนึ่งคำมั่นสัญญาของ โจ ไบเดนครั้งเป็นรองประธานาธิบดี ในสมัยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ว่า “ผมเป็นไซออนนิสต์”เมื่อเดือนเมษายน 2007 อย่างโจ่งแจ้ง

การประกาศของเขาระบุชัดเจนว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้สนับสนุนอิสราเอลอย่างที่กลายเป็นมาตรฐานในหมู่นักการเมืองสหรัฐ  แต่เขาเป็นไซออนิสต์ด้วยตัวเอง ในการให้สัมภาษณ์กับชาลอมทีวี (Shalom TV) เขายืนกรานว่าเขาไม่จำเป็นต้องเป็นยิวเพื่อเป็นไซออนิสต์ ไบเดนพยายามสร้างความสัมพันธ์กับ“ รัฐยิว” โดยเปิดเผยว่าลูกชายของเขาแต่งงานกับหญิงชาวยิว และเขาได้เข้าร่วมใน เทศกาลปัสกาเซเดอร์ที่บ้านของพวกเขา” อ้างอิงจากวายเน็ทนิวส์ (Ynet News) ของอิสราเอล

ขณะเดียวกันในปี 2015  ไบเดนได้กล่าวสุนทรพจน์ในงานเฉลิมฉลองวันประกาศอิสรภาพของอิสราเอลประจำปีครั้งที่ 67 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเยรูซาเล็มในเดือนเมษายน 2015 เขากล่าวว่า“ผมชื่อโจไบเดนและทุกคนรู้ว่าผมรักอิสราเอล

และที่ซีเรียมีอะไรที่ไซออนนิสต์อยากได้ เพราะที่ราบสูงโกลันในซีเรีย อดีตปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศให้เป็นของอิสราเอลโดยพลการ ผิดทั้งมารยาท และกฎหมายระหว่างประเทศ และขณะนี้ทั้งสหประชาชาติและสหภาพยุโรปปฏิเสธการประกาศของทรัมป์ฯ ซีเรียก็ไม่ยอมให้อิสราเอลมายึดได้ตามอำเภอใจ เพราะมีมหาอำนาจรัสเซียยืนเคียงข้าง และอิสราเอลจะเอาที่ราบสูงโกลันไปทำอะไร เป้าหมายเพื่อยืนยันสิทธิ์อนาเขตประเทศอิสราเอล หลังจากเข้ายึดครองอย่างไม่ชอบธรรมแต่นานาชาติไม่ยอมรับ มีการปะทะทางทหารอยู่เนืองๆ

จากนี้ไปเราคงต้องติดตามสถานการณ์ร้อนในพื้นที่ตะวันออกกลางอีกครั้งว่า สงครามซีเรียจะระเบิดอีกครั้ง ตามความต้องการของยิวไซออนนิสต์หรือไม่? ซีเรียและพันธมิตรสำคัญอย่างรัสเซียจะมีท่าทีอย่างไรกับเรื่องนี้  และจะส่งผลกระทบมาถึงชีวิต เศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างไรบ้าง เพราะสหรัฐโดยปธน.โจ ไบเดนได้แสดงบทบาทรุกคืบทางการทหารในทุกภูมิภาค ไทยเราก็ไม่อาจประมาทได้เช่นกัน