เปิดความคิด รักชนก คนดังคลับเฮาส์ ขอโทษเคยเป็นสลิ่มน่ารังเกียจ! วันนี้ต้องยกเลิกม.112

6234

จากที่มีกระแสถูกพูดถึงกันมากทั้งในโลกโซเชียลฯและสังคมภายนอกเกี่ยวกับความคิดเห็นท่าทีของคนรุ่นใหม่ ที่มีความคิดทางการเมืองที่แหลมคม กล้าพูดในสิ่งที่คิด และก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้วยว่าเป็นความคิดที่ถูกต้องจริงๆหรือแค่หลงผิดรับข้อมูลไม่ครบถ้วน สำหรับ รักชนก ศรีนอก!!!

ทั้งนี้ทำให้ทีมข่าวเดอะทรูธ ได้ตรวจสอบถึงประเด็นดังกล่าว เพื่อตรวจสอบที่มาถึงข้อถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ก็พบว่า ที่เว็บไซต์ the101.world ได้เผยแพร่ข่าวสารระบุถึงบุคคลที่กำลังเป็นกระแสถูกโจมตีและบางกลุ่มส่งเสียงเชียร์ โดยข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยไว้เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งเว็บไซต์ดังกล่าวจั่วหัวไว้อย่างน่าสนใจว่า

You Messed With The Wrong Generation. : ตัวแสบแห่ง Clubhouse รักชนก ศรีนอก

ดังนั้นเองทีมข่าวเดอะทรูธ จึงขอนำข้อมูลซึ่งพบว่าเป็นบทสัมภาษณ์ มานำเสนอต่อบางช่วงบางตอนที่มีสาระสำคัญและน่าสนใจดังนี้

“นับแต่ ‘คลับเฮาส์’ เปิดมาได้ไม่ถึงเดือน ก็มีเหตุการณ์ talk of the town เกิดขึ้นมากมาย ประเด็นร้อนแรงที่สุดหนีไม่พ้นประเด็นการเมือง เริ่มตั้งแต่ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ร่วมวงเล่าเรื่องสถาบันกษัตริย์ ธนาธร-ปิยบุตร เปิดห้องพูดคุยเรื่องการเมือง สภาโจ๊กที่คนพร้อมใจเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นนักการเมืองแล้วต่อบทประชุมสภากัน มาจนถึงเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงในแทบทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย อย่างการปรากฏตัวของ Tony Woodsome หรือทักษิณ ชินวัตร ที่มาร่วมพูดคุยที่ห้องรำลึกความหลังถึงพรรคไทยรักไทย

ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจคือคำถามที่แหลมคมและตรงไปตรงมาจากผู้ฟัง ที่ถามไปยังผู้พูดที่เป็น ‘คนดัง’ ในสังคม หนึ่งในนั้นมีแอ็กเคาต์ที่ใช้ชื่อว่า Rukchanok Srinok ที่เปิดห้องชวนคุยเรื่องสังคมหลายต่อหลายครั้ง และยกมือตั้งคำถามได้อย่างน่าจับตามองและเรียกเสียงฮือฮาทุกครั้ง

เธอคือคนเดียวกันที่ตั้งห้อง ‘เราจะมาชื่นชมรัฐบาลอย่างจริงใจ’ คนเดียวกันกับที่รับบทยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในสภาโจ๊ก และคือคนเดียวกันที่บอกทักษิณว่า “แค่แก้รัฐธรรมนูญไม่พอ แต่พวกเราต้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์”

101 นัดคุยกับ ไอซ์-รักชนก ศรีนอก เจ้าของแอ็กเคาต์ Rukchanok Srinok บัณฑิตจากรั้วธรรมศาสตร์ ที่ปัจจุบันทำธุรกิจส่วนตัว และบอกว่าเพราะเศรษฐกิจไม่ดี ตอนนี้เลยว่างพอที่จะเล่นคลับเฮาส์ได้บ่อย

101 : คุณเคยเล่าว่าตัวเองเป็นสลิ่มมาก่อน แต่ตาสว่างขึ้นมาจากการที่เพื่อนมาคอมเม้นต์แล้วตามไปอ่านข้อมูลต่างๆ แสดงว่าเราก็มีความหวังที่จะเปลี่ยนความคิดคนได้โดยการแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดีย

รักชนก : ตอนที่เราเป็นสลิ่ม เราก็คงเหมือนคนทั่วไปที่โดน propaganda ให้ร้องเพลง ติดรูป ทำกิจกรรมต่างๆ ตอนนั้นเราแชร์เรื่องหมาเลียหน้า แล้วพิมพ์ว่านี่แหละนายกฯ ของคนไทย ก็มีคนมาคอมเมนต์ว่า แค่หมาเลียหน้า แกก็คิดว่าเขาเป็นคนดีแล้วเหรอ เราก็เลยฉุกคิดขึ้นมาว่านี่เราเป็นคนตื้นเขินขนาดนั้นเลยเหรอ เราก็ไม่ได้ตอบอะไร แต่คอมเมนต์นั้นก็ตีเรานิดนึงแล้วนะ

อีกรอบคือ ตอนนั้นรัฐประหารใหม่ๆ มีจัดระเบียบรถตู้ เราก็ชมว่ารัฐบาลจัดระเบียบรถตู้ดีมาก ก็มีคนมาคอมเมนต์ว่า รัฐบาลควรจะพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะรึเปล่า เราก็…  โดนอีกหนึ่งดอก

คนเราต้องไม่อยู่ใน echo chamber ของตัวเอง ตอนนั้นเราก็คิดว่าจะลบเพื่อนพวกนี้ดีไหม แต่สุดท้ายก็ไม่ลบ อีกรอบหนึ่งมีคนมาคอมเมนต์ว่าใครเซ็นรัฐประหาร หลังจากนั้นเราก็เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เริ่มหาข้อมูล เราเปลี่ยนเลย รู้สึกว่าไม่ได้แล้วนะ ตอนนี้สังคมป่วยมาก

101 : คนรุ่นใหม่ออกมาใช้โซเชียลมีเดียได้สนุกและมีพลังมาก แต่ถ้ามองในแง่ความหวัง คุณคิดว่าเราจะสร้างประชาธิปไตยได้อย่างไรจากการเล่นโซเชียลมีเดียของคนรุ่นใหม่

รักชนก : มีหลักฐานให้เห็นแล้วนะว่าโซเชียลมีเดียสามารถกำหนดทิศทางความคิดคนได้จริงๆ อย่างตอนเสื้อแดงโดนสลายการชุมนุมปี 2553 ตอนนั้นคน 90 เปอร์เซ็นต์เป็นสลิ่ม ทุกคนบอกว่า สะใจ ตาย…ไปให้หมดพวกเสื้อแดง ตาย 99 ศพ สมน้ำหน้า แล้วคนก็ออกไป Big Cleaning Day หลังจากนั้นคนก็เย้วๆ ออกไปเป่านกหวีด ตอนนั้นเราก็ไม่ได้สนับสนุนนะ แต่เราไม่มีข้อมูล ไม่รู้อะไรเลย ตอนนั้นเราก็ยังเป็นสลิ่มอยู่นั่นแหละ รู้แค่ว่าเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง แต่พอ 10 ปีถัดมา คนก็รู้ว่าเสื้อแดงโดนใส่ร้ายมาตลอด 10 ปี เสื้อแดงไม่เคยได้รับความยุติธรรมเลย เสื้อแดงโดนตราหน้าว่าเป็นคนเผาบ้านเผาเมือง ทั้งๆ ที่คดีนี้ศาลยกฟ้องไปตั้งนานแล้ว

เพราะเราเล่นโซเชียลฯ เราถึงรู้เรื่องพวกนี้ แล้วพอเรารู้ก็เอามาแบ่งปันคนอื่น เหมือนสำนึกผิดนิดหนึ่งที่เคยว่าคนเสื้อแดง พอเราได้ฟังเสียงคนเสื้อแดง เขารับรู้ได้นะว่าเด็กเจเนเรอชันนี้กำลังเรียกร้องความยุติธรรมให้พวกเขาอยู่ เด็กเจเนอเรชันนี้ทำให้ความเจ็บแค้นในใจ 10 ปีที่ผ่านมาได้บรรเทา เหมือนการเป็นผู้ร้ายมา 10 ปี วันหนึ่งคุณหมดใจไปแล้วว่าคงไม่ได้รับการพิสูจน์ ไม่ได้เป็นผู้บริสุทธิ์กับเขาแล้ว แต่มันมีเด็กเจเนอเรชันนี้ใช้โซเชียลฯ เพื่อกระจายข้อมูล ออกมาเรียกร้องความยุติธรรม จนมีการตั้งม็อบออกมา และกลายเป็นข้อเรียกร้อง 10 ข้อ และ 3 ข้อ

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่จู่ๆ เกิดขึ้นนะ แต่เป็นการสร้างความคิดจากในโซเชียลฯ ทั้งนั้น มีประเด็นปุ๊บ ทุกคนหาข้อมูล มีประเด็นอนาคตใหม่ ประเด็นการยุบพรรค ประเด็นโต๊ะจีน ประเด็นรัฐมนตรีค้าแป้ง คอร์รัปชัน เรือดำน้ำ ทุกคนหาข้อมูลจากในอินเทอร์เน็ตทั้งนั้น นี่แหละคือสิ่งที่อินเทอร์เน็ตหรือแพลตฟอร์มต่างๆ กำหนดทิศทางความคิดของคนในเจเนอเรชันนี้

ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กหรือเยาวชนด้วย แต่ทุกคนที่ไม่ยอมเสพสื่อแขนงเดียวหรือช่องเดียว ถ้าคุณเปิดใจคุณก็จะได้ข้อมูลเหล่านี้ทั้งนั้น นี่คือสิ่งที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีส่วนดิสรัปความเหลื่อมล้ำและความเลวร้ายในสังคมนี้

(อ่านรายละเอียด ฉบับเต็มได้ที่ https://www.the101.world/rukchanok-srinok-interview/)

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบของทีมข่าวเดอะทรูธ ยังพบว่า รักชนก ศรีนอก  ชื่อเล่นว่า ไอซ์ เป็นบัณฑิตจากรั้วธรรมศาสตร์

นอกจากนี้ทีมข่าวเดอะทรูธ ยังพบอีกว่า  ไอซ์ รักชนก ได้เล่นทวิตเตอร์ด้วย โดยล่าสุดวันนี้ 27 กุมภาพันธ์ 2564 เธอได้โพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ถึงกรณีการเคยเป็นสลิ่มไว้ด้วยว่า

“เราโพสไว้เมื่อ10ปีที่แล้วยอมรับว่าตอนนั้นด่าทั้งคุณอั้มและอ.สมศักดิ์ เราขอโทษไว้ ณ ที่นี้ด้วยไม่รู้ว่าคุณอั้มจะเห็นไหมแต่10ปีผ่านไปเราเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ เลิกเป็นสลิ่มแล้วก็ไม่คิดว่าการใช้ความรุนแรงจะแก้ไขอะไรได้ แต่ถ้าอยากให้ทำอะไรเพื่อเป็นการไถ่โทษเรายินดีเลย ขอโทษจริงๆ @cuteaum”

“ขอโทษจริงๆที่เคยเป็นสลิ่ม แล้วมีความคิดน่ารังเกียจมากๆ เราคงกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ ณ ตอนนี้เราเปลี่ยนไปแล้ว ที่ผ่านมาก็พยายามเรียกร้องประชาธิปไตย เป็นกระบอกเสียงทุกเรื่องทำทุกวิถีทางเท่าที่เราจะทำได้ ครั้งนี้เป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของเราเลย เราก็จะพยายามทำชดใช้อดีตต่อไป”