โร่แจ้ง ปอท.เอาผิด “เพนกวิน-มือโพสต์เฟซบุ๊ก” ยุยงปลุกปั่น จาบจ้วงสถาบันทั้งที่ถูกขังคุก!!

3844

ราชทัณฑ์ เอาจริง แจ้ง ปอท.เอาผิด “เพนกวิน-มือโพสต์เฟซบุ๊ก” ยุยงปลุกปั่น จาบจ้วงสถาบันฯ ทั้งที่ถูกขังคุก!!

จากกรณีของ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน หนึ่งในแกนนำคณะราษฎร ที่ถูกควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ร่วมกับพวกอีก 3 คน ประกอบไปด้วย นายอานนท์ นำภา, นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เมื่อวันที่ 9 ก.พ.64 ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.64 ทางด้านเฟซบุ๊ก “เพนกวิน – พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak” ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กของ นายพริษฐ์ ได้โพสต์ข้อความจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์อีกครั้ง พร้อมกับโจมตี กฎหมายอาญาตามมาตรา 112 ว่าไม่มีความเป็นธรรม โดยสุดท้ายลงชื่อว่า “พริษฐ์ ชิวารักษ์ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร” ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่า เหตุใด นายพริษฐ์ จึงยังสามารถโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แม้ว่าจะอยู่ในเรือนจำได้ ทางด้านของเรือนจำพิเศษกรุงเทพจึงถูกโจมตีอย่างหนักและรุนแรง จากประชาชนในประเทศ ที่ยังปล่อยให้ผู้ต้องขังสามารถปลุกระดม โพสต์ข้อความจาบจ้วงสถาบันฯ ได้อย่างไร

ต่อมา เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ก็ได้ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กเพจ เพื่อยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด โดยมีรายละเอียดว่า ตามที่ได้มีการโพสต์ข้อความในเฟสบุ้คชื่อ “เพนกวิน – พริษฐ์ ชีวารักษ์ Parit Chiwarak” เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 โดยมีเนื้อความเป็นจดหมายเปิดผนึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้ลงชื่อท้ายข้อความว่า “พริษฐ์ ชีวารักษ์ ” นั้น

การโพสต์ข้อความดังกล่าว อาจทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่า เรือนจำปล่อยให้บุคคลดังกล่าว ใช้อุปกรณ์สื่อสารในเรือนจำได้ ซึ่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ขอเรียนว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันสิ่งของต้องห้ามเข้าเรือนจำอย่างเคร่งครัด ไม่มีการปล่อยปละให้ผู้ต้องขังคนใดมีหรือใช้อุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดแต่อย่างใด ประกอบกับช่วงนี้เรือนจำได้งดการเยี่ยมญาติ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่ง ข.ช.พริษฐ์ ชีวารักษ์ ยังถูกแยกควบคุมในแดนกักโรค ดังนั้นการติดต่อสื่อสารกับบุคคลภายนอก มีเพียงการพบทนายความตามสิทธิเท่านั้น

จึงขอเรียนยืนยันว่า ข้อความดังกล่าว ไม่ได้ถูกโพสต์ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครอย่างแน่นอน แต่อาจจะมีบุคคลภายนอกดำเนินการ โดยใช้ชื่อ “เพนกวิน – พริษฐ์ ชีวารักษ์ Parit Chiwarak” และโพสต์ออกไป ซี่งการกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายกับทางเรือนจำ ดังนั้นเรือนจำจะไปดำเนินการร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อ ปอท. ต่อไป

ล่าสุด ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมทีมกฎหมายกรมราชทัณฑ์ เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปอท.เพื่อเอาผิดบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “เพนกวิน – พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak” ของ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำคณะราษฎร ซึ่งถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แต่ยังให้บุคคลภายนอกใช้เฟซบุ๊ก ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ส่งผลเสียหายต่อกรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม ตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจาก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เพื่อให้ตำรวจ บก.ปอท.ตรวจสอบเฟซบุ๊กดังกล่าวของนายพริษฐ์ เพราะได้โพสต์ข้อความเคลื่อนไหวทางการเมืองมาตลอดตั้งแต่ยังไม่เข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กระทั่งถูกควบคุมตัวเข้าไปในเรือนจำที่มีมาตรการตรวจค้นเข้มงวด ไม่อนุญาตนำเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดเข้าไปได้ แต่กลับพบว่ายังมีการโพสต์ข้อความจากเฟซบุ๊กดังกล่าว ทำให้สังคมเกิดความสงสัยว่านำเครื่องมือสื่อสารเข้าไปได้หรือไม่

ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต กล่าวอีกว่า ตนเคยแจ้งความที่ สน.ร่มเกล้า เพื่อตักเตือนผู้กระทำดังกล่าว เพราะสร้างความเสียหายแก่กระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์ กระทั่งล่าสุดวานนี้ (24 ก.พ.) เฟซบุ๊กดังกล่าวได้โพสต์ข้อความหมิ่นสถาบัน ทำให้ประชาชนที่เทิดทูนจงรักภักดีไม่สามารถยอมทนได้ นอกจากนี้ นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อเข้าสอบถามนายพริษฐ์ โดยตรงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโพสต์เฟซบุ๊กหรือไม่ ถ้ามีส่วนรู้เห็นจะกล่าวโทษร้องทุกข์เอาผิดต่อไป แต่หากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจะขอให้ตำรวจ ปอท.สืบสวนสอบสวนหาคนโพสต์ข้อความดังกล่าว เนื่องจากถือว่าร่วมกระทำผิด ซึ่งขณะนี้กำลังตรวจสอบว่ามีบุคคลใดเข้าเยี่ยมนายพริษฐ์ บ้างในช่วงเวลาที่อยู่ในเรือนจำ ทั้งนี้ ถ้ามีนักกฎหมายนำข้อความมาโพสต์จะร้องไปยังสภาทนายความตรวจสอบจริยธรรมต่อไป

“ส่วนกรณีของ ทนายอานนท์ นำภา แม้ยังมีการโพสต์ต่อเนื่อง แต่ข้อความไม่รุนแรงเท่านายพริษฐ์ โดยฝ่ายกฎหมายของกรมราชทัณฑ์ จะดำเนินการในส่วนของเฟซบุ๊ก ว่าเป็นของใครผู้นั้นก็ต้องรับผิดชอบ เพราะเปรียบเสมือนบ้านให้ใครใช้เจ้าของบ้านก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจังว่าการแอบอ้างใช้เฟซบุ๊กของใครก่อความเสียหายให้กับผู้นั้น เบื้องต้นจะมีการยื่นให้ต่อ ปอท.ให้ดำเนินคดีในส่วนของโพสต์ล่าสุด และถ้าหากมีการพบการกระทำความผิดในโพสต์อื่นๆ ก็จะได้มีการดำเนินการยื่นดำเนินการต่อไป”

ด้าน พล.ต.ต.อนันต์ เผยว่า คดี นายพริษฐ์ มีผู้มาแจ้งความเอาผิดคดีความมั่นคงตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตลอดตั้งแต่ยังไม่เข้าเรือนจำ ดังนั้น ปอท.จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาผู้ร่วมกระทำผิด ซึ่งจากการติดตามของ ปอท.พบว่านายพริษฐ์ และนายอานนท์ หลังเข้าเรือนจำก็ยังคงมีการโพสต์ข้อความอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่จำเป็นต้องเจ้าตัวโพสต์เอง เพราะเครื่องมือสื่อสารสามารถโพสต์ที่ไหนก็ได้ถ้ามีรหัสผ่าน ส่วนกรณีผู้แชร์หรือคอมเม้นต์ข้อความจะต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะเจ้าหน้าที่ได้ติดตามอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจจะทำให้ตกเป็นผู้กระทำผิดด้วย จึงขอเตือนประชาชนที่โพสต์หรือแชร์อาจเข้าข่ายเป็นผู้เกี่ยวข้องการกระทำผิดกฎหมายด้วย”