กปปส.มีแค่คดีเดียว แต่หลายข้อหา เปิด6ฐานความผิด “ชุมพล” คนเดียวโดน 12 กระทง

3341

จากกรณีที่ นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีการพิพากษาตัดสินคดี กปปส. เเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า

“คดีที่ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคือคดีที่กลุ่ม กปปส. เป็นจำเลยนั้น มีเพียงคดีเดียว แต่หลายข้อหา
ศาลจะพิจารณาวินิจฉัยทีละข้อหาและจำเลยทุกคนว่า จำเลยคนไหนมีความผิดข้อหาอะไรหรือไม่อย่างไร
แล้วจึงจะมีคำพิพากษาว่าจำเลยแต่ละคนมีความผิดข้อหาใดหรือไม่ จะพิพากษาลงโทษหรือยกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวที่ส่งไปทำข่าวการพิจารณาคดีของศาล ควรจะต้องมีความรู้ด้านกฎหมายและการพิจารณาคดีของศาลด้วย
มิฉะนั้นการนำเสนอข่าวจะทำให้ผู้ฟังที่ไม่มีความรู้กฎหมายและการพิจารณาของศาลสับสนและเข้าใจผิดได้”

ต่อมา มีรายงานว่า ศาลอาญาเผยแพร่เอกสารข่าว กรณี ศาลพิพากษา คดีอาญาหมายเลขดำที่ 24 7/2561 พ่วง อ 832/2561,อ1185/2561,อ2603/2561,อ3376/2561,อ491/2562,อ719/2562, อ1315/2562,อ1760/2562,อ2378/2562 ระหว่างพนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุดสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 โจทย์ นายสุเทพเทือกสุบรรณที่ 1 กับพวกรวม 39 คนจำเลยในความผิดฐานกบฏก่อการร้ายล้มล้างการปกครองขับไล่รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรช่วงปี 2556

รายงาน-สกู๊ป - เผยโฉมทางการ“มูลนิธิ กปปส.” กก.12 คนมากันครบ “พระสุเทพ” ประธาน

โดยเอกสารดังกล่าวมีการแจกแจงฐานความผิดดังนี้

ฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ
ฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยผู้ใดผู้หนึ่งมีอาวุธ เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก
ฐานร่วมกันบุกรุกสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่นในเวลากลางคืน และ ฐานทำให้เสียทรัพย์
ฐานร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น
ฐานร่วมกันกระทำการใดโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อมิให้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้สิทธิได้
ฐานร่วมกันยุยงให้เกิดการร่วมกันหยุดงานเพื่อบังคับรัฐบาล

โดยจำเลยแต่ละคนนั้น มีความผิดต่างกรรมต่างวาระ ศาลได้ตัดสินให้ลงโทษแต่ละกรรมเป็นกระทงความผิดไป

ทางพิจรณาจำเลยดังกล่าวให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจรณาอยู่บ้าง ศาลเห็นสมควรลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดให้กระทงละ 1 ใน 3

โดยแต่ละฐานความผิด มีรายละเอียดจำเลยดังนี้

ฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ มีโทษ จำคุก กระทงละ 1 ปี 6 เดือน
มีจำเลยความผิดเช่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย อดีตเลขาธิการ กปปส. (3 กระทง) 3 ปี , นายชุมพล จุลใส (3 กระทง) 3 ปี, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) (2 กระทง) 2 ปี , นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (1กระทง) 1 ปี, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (4 กระทง) 4 ปี เป็นต้น

ฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยผู้ใดผู้หนึ่งมีอาวุธ เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ศาลให้จำคุก นายชุมพล จุลใส, นายอิสสระ สมชัย, นายอมร อมรรัตนานนท์ คนละ 8 เดือน

สุเทพ' โว เริ่มเดิน กปปส.ได้รับบริจาค 5 แสนช่วยชาวนาแล้ว!

ฐานร่วมกันบุกรุกสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่นในเวลากลางคืน และ ฐานทำให้เสียทรัพย์ ศาลให้จำคุก นายอมร อมรรัตนานนท์ 8 เดือน
ฐานร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น ศาลให้จำคุก นายอมร อมรรัตนานนท์ และ นายกิตติชัย ใสสะอาด และปรับ นายกิตติชัย 6,666 บาท

ฐานร่วมกันกระทำการใดโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อมิให้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้สิทธิได้ ศาลให้ลงโทษ กระทงละ 8 เดือน หลังจากได้รับการลดโทษให้ โดยมีจำเลยความผิดเช่น นายชุมพล จุลใส (2 กระทง) 16 เดือน, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ (2 กระทง) 16 เดือน, พระพุทธะอิสระ หรือ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ (1 กระทง) 8 เดือน, นางทยา ทีปสุวรรณ (1 กระทง) 8 เดือน และปรับ 13,333 บาท เป็นต้น รวมถึงเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง มีกำหนด 5 ปี

ครม.ตั้ง 'พุทธิพงษ์' อดีตแกนนำ กปปส. นั่งรองเลขานายกฯฝ่ายการเมือง | ประชาไท Prachatai.com

ฐานร่วมกันยุยงให้เกิดการร่วมกันหยุดงานเพื่อบังคับรัฐบาล โดยศาลตัดสินให้จำคุก กระทงละ 1 ปี โดยมีจำเลยความผิดเช่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ (2 กระทง) 2 ปี, นายชุมพล จุลใส (6 กระทง) 6 ปี, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ (5 กระทง) 5 ปี, นายถาวร เสนเนียม (4 กระทง) 4 ปี, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ (2 กระทง) 2 ปี เป็นต้น

สำหรับนาย ชุมพล จุลใส จำเลยที่ 3 นั้นโดนโทษมากที่สุด คือ จำคุก 9 ปี 24 เดือน โดยมาจากการที่นายชุมพลนั้นมีความผิด แต่ละฐานความผิดหลายกระทง รายละเอียดดังนี้
1. ฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ จำเลยความผิด 3 กระทง 3 ปี
2. ฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยผู้ใดผู้หนึ่งมีอาวุธ เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก จำเลยความผิด 1 กระทง 8 เดือน
3. ฐานร่วมกันกระทำการใดโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อมิให้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้สิทธิได้ จำเลยความผิด 2 กระทง 16 เดือน
4. ฐานร่วมกันยุยงให้เกิดการร่วมกันหยุดงานเพื่อบังคับรัฐบาล จำเลยความ 6 กระทง 6 ปี
รวมทั้งสิ้น 12 กระทง จาก 4 ฐานความผิด จำคุก 9 ปี 24 เดือน

สำหรับคำพิพากษาทั้งหมดมีรายละเอียดดังนี้