ลูกหนี้อย่าช้าน็อนแบงก์ขานรับ ธปท.!?! ไกล่เกลี่ยหนี้“บัตรเครดิต-สินเชื่อบุคคล”ฮอต มั่นใจป้องกันNPL สางหนี้กว่า 3 แสนราย

659

ธนาคารแห่งประเทศไทยจัดโครงการไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ขึ้นเพื่อช่วยเหลือรายย่อยที่มีหนี้สินที่มีโอกาสเป็นหนี้เสียของธนาคาร และอาจประสบปัญหาล้มละลาย โดยร่วมกับธนาคารและสถาบันการเงินแบบน็อนแบงก์ 21 แห่ง ระดมกระตุ้นให้ลูกหนี้ทั้งหลายมา ไกล่เกลี่ย  ปรากฏว่าสถาบันการเงิน 3 แห่งที่ดำเนินธุรกิจแบบน็อนแบงก์เช่น “กรุงศรี คอนซูมเมอร์”, “อิออนฯ” และเมืองไทยแคปปิตอล” ประเมินลูกค้าต่างกัน แต่ก็มีความเคลือนไหวในทางที่เป็นบวกต่อลูกหนี้ ส่วนใหญ่เข้าหาแบงก์ชาติ ไม่ติดต่อตรงกับเจ้าหนี้ กลัวไม่ได้รับการดูแลแตกต่างจากเดิมๆ แต่ถึงวันนี้ลูกหนี้เข้าร่วมแล้วตามเป้าหมาย คือ 1.48 แสนรายซึ่งแบงก์ชาติหวังว่า ตลอดทั้งปี 64 จะช่วยเหลือลูกหนี้ได้ประมาณ 3 แสนราย

 

วันที่ 25 ก.พ.2564 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยข้อมูลตัวเลขผู้ลงทะเบียนในโครงการ “มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ออนไลน์สำหรับบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน” ที่ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. 2564  โดยข้อมูล ณ วันที่ 22 ก.พ. 2564 มีจำนวนผู้ลงทะเบียน ยอดสะสมอยู่ที่จำนวน 148,106 คน คิดเป็น 314,405 รายการ ทั้งนี้ คุณสมบัติผู้ที่เข้าข่ายเข้าร่วมโครงการจะต้องมี 3 ประการ คือ

  1. ลูกหนี้ยังไม่เป็นNPL แต่เริ่มติดขัดหรือมีปัญหาในการจ่ายชำระคืน
  2. เป็นหนี้ NPL ทั้งยังไม่ถูกฟ้อง และอยู่ระหว่างฟ้องร้อง และ
  3. เป็นหนี้ NPL ที่มีคำพิพากษารวมถึงกลุ่มที่บังคับคดีแล้ว

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ก่อนหน้านี้นางธัญญนิตย์ นิยมการผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ธปท.ตั้งเป้าหมายโครงการ “มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล” ว่า ในปี 2564 ต้องการไกล่เกลี่ยคดีให้ได้ 1 ใน 4 ของคดีแพ่งที่มีอยู่ 1.3 ล้านคดี หรือคิดเป็นการช่วยเหลือไกล่เกลี่ยราว 3 แสนคดี

ทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติการฟ้องร้องพบว่ามีจำนวนคดี 2 ล้านคดี โดยเป็นคดีแพ่งและพาณิชย์จำนวน 1.3 ล้านคดี ซึ่งในจำนวนคดีดังกล่าวใน 5 อันดับแรกจะเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต กู้ยืม กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เช่าซื้อรถ เป็นต้น

ทั้งนี้โครงการ “มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล” จัดขึ้นโดย ธปท.ร่วมกับศาลยุติธรรม กรมบังคับคดี และสถาบันการเงิน 21 แห่ง เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เป็นหนี้ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.-14 เม.ย. 2564 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งลูกหนี้ที่มีสถานะเป็นเอ็นพีแอล ทั้งอยู่ระหว่างฟ้องร้องและฟ้องร้องแล้ว หรือมีคำพิพากษาแล้วก็เข้าร่วมโครงการได้ 

 

ส่วนความคืบหน้าของน็อนแบงก์ 3 แห่ง ซึ่งเป็นหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ได้รับการตอบรับที่ดีดังนี้

ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ นางสาวณญาณี เผือกขำ ประธานคณะเจ้าหน้าที่เปิดเผย ว่า ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดงาน“มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ออนไลน์” สำหรับบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ระหว่างวันที่ 14 ก.พ.-14 เม.ย. 2564 เป็นระยะเวลา 2 เดือนนั้น จากการสำรวจลูกค้าของกรุงศรีฯเบื้องต้นลูกค้าที่น่าจะเข้าข่ายเข้าร่วมโครงการได้มีประมาณ 2.2 แสนบัญชี

ทั้งนี้ ลูกค้าดังกล่าวเป็นกลุ่มที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ที่สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้และเข้าโปรแกรมแบ่งเบาการชำระหนี้ โดยผ่อนคืนเฉพาะเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 5 ปีตามเงื่อนไขพิเศษของโครงการ ส่วนกลุ่มลูกค้าสถานะดีค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน แต่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 สามารถเข้าโปรแกรมการรีไฟแนนซ์สินเชื่อได้

 

นางสาวณญาณีกล่าวว่า

“เท่าที่ดูลูกค้าที่คาดว่าน่าจะเข้าข่ายที่เข้าร่วมไกล่เกลี่ยหนี้ได้มีอยู่ราว 2.2 แสนบัญชี แต่คงยังไม่สามารถบอกได้ว่าลูกค้าจะเข้าร่วมมากน้อยขนาดไหน เพราะโครงการเพิ่งเริ่มต้องรอให้เห็นภาพชัดเจนก่อน นอกจากนี้ เราก็มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้ามาต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันมีลูกหนี้เข้ามาตรการช่วยเหลือ 1.02 แสนราย วงเงินสินเชื่อ 4.79 พันล้านบาท”

บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร  กล่าวว่า บริษัทได้ให้ความร่วมมือกับ ธปท.ในการเข้าร่วมโครงการ “มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ออนไลน์” ที่จัดขึ้นเป็นเวลา 2 เดือน

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าลูกค้าของบริษัทที่คาดว่าจะเข้าร่วมโครงการไกล่เกลี่ยหนี้อาจจะน้อย ล่าสุดเพิ่งมีประมาณ 8 ราย วงเงิน 1.6 แสนบาท เนื่องจากบริษัทมีพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลค่อนข้างน้อยไม่ถึง 1% เมื่อเทียบกับพอร์ตสินเชื่อรวมของทั้งบริษัท ประกอบกับที่ผ่านมาบริษัทได้ให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องตามมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 1 และ 2 หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปแล้ว

“ลูกค้าที่เข้าโครงการไกล่เกลี่ยผ่าน ธปท.เราก็พร้อมให้ความช่วยเหลือตามแนวทางที่ ธปท.กำหนด แต่ก็คิดว่าลูกค้าของบริษัทคงเข้าร่วมไม่มากเพราะผล กระทบรอบนี้ไม่ได้รุนแรงมาก รวมถึงตอนโควิดระลอกแรกเราก็ได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้ามาต่อเนื่อง ทำให้ตัวเลขคนที่เข้าโครงการมีแค่ 8 ราย ประกอบกับพอร์ตหลักของเราเป็นสินเชื่อเช่าซื้อ ส่วนสินเชื่อบุคคลไม่มาก มีแค่ราว 1% เท่านั้น” นายชูชาติกล่าว

บมจ.อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) นายนันทวัฒน์ โชติวิจิตร กรรมการบริหาร กล่าวว่า บริษัทต้องรอการคัดกรองจำนวนลูกหนี้ที่ลงทะเบียนไกล่เกลี่ยหนี้จาก ธปท.ก่อน จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่ามีลูกค้าของอิออนเข้าร่วมโครงการมากน้อยเพียงใด

เนื่องจากเป็นการลงทะเบียนผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย และกรมบังคับคดี โดยลูกหนี้แต่ละรายมีหนี้แตกต่างกัน และอาจมีเจ้าหนี้หลายสถาบัน ทั้งนี้ คาดว่าธปท.ใช้เวลาคัดกรอง รวบรวมข้อมูลและส่งต่อข้อมูลลูกหนี้ให้บริษัทดำเนินการราว 7-10 วัน โดยเมื่อ ธปท.ส่งต่อข้อมูลลูกหนี้มาให้แล้ว บริษัทจะเร่งดำเนินการตามแนวทางการช่วยเหลือ 3 แนวทางตามที่ประกาศไว้

นายนันทวัฒน์กล่าวว่า

“มหกรรรมไกล่เกลี่ยหนี้ถือว่าเป็นมาตรการช่วยประคองลูกหนี้ ซึ่ง ธปท.มองว่าเหตุการณ์น่าจะประสบปัญหาอีกนาน และหากไม่ช่วยจะยิ่งทรุดหนัก และกลัวลูกหนี้ติดต่อธนาคารเจ้าหนี้  กลัวไม่ได้รับความช่วยเหลือเต็มที่ จึงอยากเข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจาและกระชับขั้นตอนโดย ธปท.จะคัดกรองลูกค้าและสรุปข้อมูลมาให้เราอีกที  จึงยังไม่รู้ลูกหนี้เรามีเท่าไร    เพราะไปกองรวมกันที่แบงก์ชาติทั้งหมด”

เอาเป็นว่าใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนแก้หนี้อย่ารอช้า รีบไปลงทะเบียนกับธนาคารแห่งประเทศไทยได้เลย ช่วยแก้ปัญหาได้จริง!! หมดเขต 14 เม.ย.2564 นี้