รุ้งอย่าหากินกับศพ?เปิดความจริงคดีอากง ทนายอานนท์ไม่ยอมอุทธรณ์ เผยพิรุธเหตุเสียชีวิต

3239

จากที่แกนนำทั้งสี่ของม็อบราษฎร ยังคงถูกจองจำอยู่ในเรือนจำด้วยเหตุศาลไม่ให้ประกันตัวเพราะหวั่นเกรงว่าจะออกมาทำความผิดหมิ่นสถาบันซ้ำ ทำให้แกนนำคนอื่นๆ อย่างรุ้ง ถึงกับแชร์บทความคดีอากงผู้ต้องหาคดีมาตรา112 ที่ติดคุกเสียชีวิตในเรือนจำก่อนนี้ด้วย

ล่าสุดวันนี้ 24 กุมภาพันธ์ 2564 พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ถึงกรณีรุ้ง แชร์บทความคดีอากง เสียชีวิตในเรือนจำว่า

“รุ้งอ้วนยังไม่ยอมยุติในการหากินกับศพอากง

กรณีรุ้งได้นำของเก่าเรื่อง “อากง” มาปลุกระดมอีกนั้น รุ้งเองควรไปศึกษาทำการบ้านมาก่อนที่จะไปพูด ไม่เช่นนั้นจะเป็นการเอาความเท็จไปเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์เพื่อทำการปลุกระดม เดี๋ยวจะโดนอีกคดีหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้มีข้อเท็จจริงสรุปย่อให้สั้นที่สุดได้ดังนี้

1️. อากงเป็นผู้ต้องสงสัยว่าส่ง SMS ข้อความกระทบต่อสถาบันฯ เข้าไปที่โทรศัพท์มือถือของเลขานุการส่วนตัวของนายอภิสิทธิ์ จำนวน 4 ข้อความ 4 ครั้ง ภายใน 4 วันไม่ต่อเนื่องกัน และโทรศัพท์มือถือเครื่องที่ใช้ส่งข้อความนั้น อากงยอมรับว่าเป็นของตัวเอง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ส่งข้อความ เมื่อถามว่ามีคนอื่นใช้โทรศัพท์ไหม อากงบอกว่าตนใช้เพียงคนเดียว แต่เลิกใช้แล้ว (การตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือหลายเครื่องและซิมการ์ดโทรศัพท์อีกหลายเบอร์ซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า)

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
  1. การตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ของอากงพบว่าได้มีการเปลี่ยนซิมการ์ดหมายเลขโทรศัพท์ของ DTAC มาเป็น True Move แล้วเปลี่ยนสลับกลับไปกลับมา แต่ซิมทั้งสองเบอร์ถูกใช้มาจากโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวกันโดยมีรหัสประจำเครื่อง (IMEI) เป็นเครื่องยืนยัน จากพยานเจ้าหน้าที่เทคนิคของทั้งสองบริษัท เป็นหลักฐานตามมาตรฐานสากล
  2. อากงไม่ยอมรับสารภาพจึงไม่มีข้อลดหย่อนโทษจำคุก เนื่องจากกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกัน 4 ครั้ง ศาลจึงลงโทษจำคุกกรรมละ 5 ปี รวมเป็น 20 ปี ทนายจำเลยไม่ยอมอุทธรณ์หรือฎีกา

ระหว่างการต่อสู้คดีนั้น ทนายยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวอากงไม่น้อยกว่า 8 ครั้ง แต่กลับใช้ใบรับรองแพทย์ใบเดิมทุกครั้ง ซึ่งแสดงว่าไม่มีเจตนาจะขอให้ปล่อยตัวจริงๆ นอกจากเอาเรื่องอากงไปโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น

4️. มีความพยายามนำเรื่องนี้ไปฟ้องสหประชาชาติ นายแฟรงค์ ลารู ผู้ตรวจการด้านสิทธิเสรีภาพของสหประชาชาติจึงได้เดินทางมาพบคณะกรรมาธิการต่างประเทศ วุฒิสภา เพื่อสอบถามเรื่องการใช้กฎหมายอาญา มาตรา 112 จำคุกอากงซึ่งเป็นคนแก่ถึง 20 ปีว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือเปล่า

คณะกรรมาธิการฯ จึงได้ชี้แจงให้นายแฟรงค์ ทราบว่า กฎหมายมาตรา 112 เป็นเพียงมาตราหนึ่งในประมวลกฎหมายอาญา ไม่มีอะไรพิเศษ ส่วนหลักฐานและข้อเท็จจริงที่อากงต้องติดคุก 20 ปีนั้นเป็นเพราะกระทำผิด 4 วาระและไม่ยอมรับสารภาพ ตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นสากลและใช้กันทั่วโลก

นายแฟรงค์ยอมรับว่าได้รับข้อมูลผิดพลาดจากกลุ่ม NGOs ไทย และได้   ขอโทษ พร้อมทั้งระบุว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เป็นความมั่นคงของประเทศไทยอย่างแท้จริง ตั้งแต่นั้นมาเรื่องกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่มีการร้องเรียนไปที่สหประชาชาติก็เป็นอันหมดไป

  1. ก่อนถูกจับอากงเป็นมะเร็งที่ช่องปากขั้นแรกถูกส่งตัวต่อจากรพ.สมุทรปราการมารักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อ 30 ส.ค. 2550 ซึ่งทาง รพ.ราชวิถีได้รักษาอากงตอนที่ติดคุกจนหายดีแล้ว (ผู้อำนวยการ รพ.ราชวิถีเป็นผู้แถลงด้วยตัวเองพร้อมหลักฐานทางการแพทย์) ในการตรวจครั้งสุดท้ายเมื่อ 6 ม.ค. 2554

นอกจากนั้นอากงยังถูกส่งไปตรวจรักษาเป็นกรณีพิเศษโดยวิธี MRI ที่บริษัทรัชวิภาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ (รัฐออกเงินให้)

ก่อนที่อากงจะเสียชีวิตเพียง 27 วัน อากงได้เขียนจดหมายบอกทนายอานนท์ ขอบคุณที่ขอพระราชทานอภัยโทษให้ และบอกว่าตนมีสุขภาพดี ออกกำลังกายทุกวัน แล้วอากงจะตายกะทันหันได้อย่างไร จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยมาถึงปัจจุบันนี้

อากงเสียชีวิตเมื่อ 8 พ.ค. 2555 ด้วยโรคมะเร็งตับตามการพิสูจน์ของตำรวจ (อากงถูกจับกุมในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และเสียชีวิตในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์)ทั้งๆที่เพิ่งจะเขียนจดหมายบอกทนายว่า “สุขภาพดี” จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่าจะถูกกระทำให้เสียชีวิตแบบนายนวมทอง ไพรวัลย์ หรือเปล่า เพราะ นายนวมทอง แขวนคอเสียชีวิต ทั้งที่ทางบ้านได้รับเงินไปก้อนหนึ่ง โดยนายนวมทองได้เขียนจดหมายถึงภรรยา 2 ฉบับระบุว่า “ให้ใช้เงินที่ได้มาอย่างประหยัด” หรือกรณีของเสธ.แดงซึ่งมาหาผมเป็นประจำ (ภรรยาเสธ.แดงเป็นลูกน้องผม) ส่วนใหญ่มาคุยโม้ตามประสาของเจ้าแดง แต่ต้องมาตายด้วยกระสุนปริศนา

หลังจากนั้นทางวุฒิสภาได้เชิญผู้บัญชาการเรือนจำมาพบถึง 3 ครั้ง กำชับให้กำหนดมาตรการดูแลดา ตอร์ปิโด ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ที่เหลืออีกคนเป็นอย่างดี กลัวจะเกิดเหตุซ้ำรอยอากงขึ้นมาอีก

เมื่ออากงตายแล้วก็ยังถูกพวกเสื้อแดงเอาศพแห่จากสมุทรปราการมาที่ลาดพร้าว ดังนั้นผมจึงรับรองว่าในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนนี้ไม่มีวันตายในคุกแน่นอน (นอกจากจะตรอมใจตาย) แต่ถ้าเปลี่ยนรัฐบาลเมื่อไรก็ไม่แน่ เพราะรู้เรื่องมากเกินไป

เล่าย่อๆ ที่สุดได้เท่านี้ ส่วนรายละเอียดมากกว่านี้หลายเท่าให้รออ่านในหนังสือเรื่องคำถามตอบเกี่ยวกับสถาบันฯ ซึ่งมีทุกเรื่องที่พวก 3 กีบควรซื้อมาอ่านก่อนจะไปพูดปลุกระดม หนังสือเล่มนี้จะออกวางตลาดปลายเดือนหน้า”