ไบเดนประกาศภัยพิบัติเท็กซัส!?! หนาวเยือกทำอุตฯพลังงานชะงัก ความต้องการสูงกว่ากำลังผลิต ดันราคาน้ำมันพุ่งลามไทย

369

กว่า 1 สัปดาห์มาแล้ว ที่สหรัฐต้องเผชิญวิกฤติภัยพิบัติพายุหิมะที่พัดเข้าสู่หลายมลรัฐจนกลายเป็นพื้นที่หนาวเย็นเยือกแข็ง อุณหภุมิติดลบกว่า 30 องศาเซลเซียส และหนักที่สุดคือ รัฐเท็กซัส ซึ่งอยู่ทางตอนใต้และไม่เคยต้องเชิญสภาพหนาวเยือกเช่นนี้มากว่า 30 ปี ส่งผลให้บริษัทพลังงานหลายแห่งได้สั่งยุติการผลิต ทั้งโรงกลั่นน้ำมันและท่อก๊าซในรัฐเท็กซัสหยุดดำเนินการชั่วคราว จนล่าสุดปธนโจ ไบเดนประกาศภาวะภัยพิบัตฉุกเฉินรัฐเท็กซัส เพื่อส่งความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางได้ จนวันนี้ส่งผลให้ อุตสหกรรมพลังงานในเท็กซัสและในรัฐอื่นๆต้องหยุดชะงัก ความต้องการพลังงานทั้งภายในประเทศสหรัฐ และทั่วโลกสูงกว่า กำลังผลิตรวม ทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงต่อเนื่อง กล่าวได้ว่า ราคาน้ำมันสูงขึ้นเพราะได้อานิสงส์จากภัยพิบัติหนาวเยือกของสหรัฐครั้งนี้ก็ว่าได้ และมันเกิดขึ้นเพราะอะไรกัน มาติดตามรายละเอียดต่อไปนี้

วันที่ 23 ก.พ.2564 สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนมี.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 18 เซนต์ ปิดที่ 61.67 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 13 เซนต์ ปิดที่ 65.37 ดอลลาร์/บาร์เรล

เพราะอะไรราคาน้ำมันจึงสูงขึ้น นักวิเคราะห์มองว่า การขาดแคลนกระแสไฟฟ้าในรัฐเท็กซัสได้ส่งผลกระทบต่อการกลั่นน้ำมันราว 1 ใน 5 ของสหรัฐ รวมทั้งการผลิตน้ำมันดิบราว 4 ล้านบาร์เรล/วัน และการผลิตก๊าซธรรมชาติจำนวน 2.1 หมื่นล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในสหรัฐ

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้ปัจจัยหนุนจากอุปสงค์น้ำมันที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศต่างๆเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งจะทำให้มีการเปิดเศรษฐกิจ และเพิ่มความต้องการใช้น้ำมัน นอกจากนี้ภายในรัฐเท็กซัส และรัฐอื่นๆที่เผชิญภัยหนาวต่างก็ต้องการใช้พลังงานทำความร้อนมากกว่าปกติ ดีมานด์หรือความต้องการจึงสูงกว่า กำลังผลิตที่ลดลงจากภัยพิบัติครั้งนี้

นักลงทุนจับตาการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ในวันที่ 4 มี.ค. โดยมีการคาดการณ์ว่าที่ประชุมจะมีมติผ่อนคลายมาตรการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันหลังเดือนเม.ย. เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันได้ฟื้นตัวขึ้นแล้ว

โกลด์แมน แซคส์ออกรายงานแนวโน้มราคาน้ำมันในปีนี้ โดยได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ราคาน้ำมัน จากปัจจัยสต็อกน้ำมันที่ต่ำกว่าคาด และกระแสการเก็งกำไรของนักลงทุน ทั้งนี้ โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ จะพุ่งแตะระดับ 70 ดอลลาร์/บาร์เรลในไตรมาส 2 จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล และคาดว่าจะแตะระดับ 75 ดอลลาร์/บาร์เรลในไตรมาส 3 จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 65 ดอลลาร์/บาร์เรล

นอกจากนี้ มอร์แกน สแตนลีย์ คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะดีดตัวแตะระดับ 70 ดอลลาร์/บาร์เรลในไตรมาส 3 จากสัญญาณบ่งชี้ภาวะตลาดที่ดีขึ้น ซึ่งรวมถึงแนวโน้มการดีดตัวขึ้นของอุปสงค์น้ำมัน

ในวันจันทร์ที่ 22 ก.พ.2564 ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐประกาศภาวะฉุกเฉินในรัฐเท็กซัส เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐเท็กซัสได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง

รัฐเท็กซัสผลิตน้ำมันวันละประมาณ 4.6 ล้านบาร์เรล และเป็นรัฐที่มีโรงกลั่นน้ำมันใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของสหรัฐ  สภาพอากาศเย็นจัดจนถึงจุดเยือกแข็งในครั้งนี้ ส่งผลให้บริษัทเอ็กซอน โมบิล และบริษัทโมทิวา เอ็นเตอร์ไพรซ์ ประกาศปิดโรงกลั่นน้ำมันในเมืองพอร์ตอาร์เทอร์ในรัฐดังกล่าวด้วย

บริษัทโมทิวา เอ็นเตอร์ไพรซ์ ระบุว่า บริษัทได้สั่งปิดโรงงานในเมืองพอร์ตอาร์เทอร์ของรัฐเท็กซัส ซึ่งในโรงงานนี้สามารถกลั่นน้ำมันได้ 607,000 บาร์เรลต่อวัน ถือเป็นโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ

ส่วนบริษัทเอ็กซอน โมบิล ก็สั่งปิดโรงกลั่นที่ผลิตน้ำมันได้วันละ 369,024 บาร์เรลที่เมืองโบมอนต์ และโรงกลั่นที่ผลิตได้วันละ 560,500 บาร์เรลที่เมืองเบย์ทาวน์ รวมถึงโรงงานเคมีที่อยู่ติดกันในรัฐเท็กซัส

มาพิจารณากันว่า เกิดภัยพิบัติหนาวจัดขั้นรุนแรงในสหรัฐได้อย่างไร อะไรคือสาเหตุ?

นักวิเคราะห์ให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า สภาพอากาศหนาวเย็นจัดแผ่ปกคลุมหลายรัฐในสหรัฐตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกิดจากปรากฎการณ์โพลาร์ วอร์เท็กซ์ (Polar Vortex) หรือ กระแสลมวนในเขตขั้วโลก ซึ่งกลับมาซ้ำเติมชาวอเมริกันอีกครั้ง หลังประสบเมื่อปลายปีที่แล้ว โพลาร์วอร์เท็กซ์ เป็นกระแสลมที่พัดเอาความหนาวเย็นมาปกคลุมไปทั่วพื้นที่รอบบริเวณมหาสมุทรอาร์กติก โดยปกติทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกาจะมีกระแสน้ำอุ่นไหลวนอยู่เป็นตัวกักไม่ให้ลมหนาวเคลื่อนลงมา แต่เนื่องจากผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายส่งผลให้อุณหภูมิในมหาสมุทรต่ำลง กลายเป็นทำให้เกิดปรากฏการณ์โพลาร์ วอร์เท็กซ์ เคลื่อนลงตอนใต้เข้าสู่สหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่ในตำแหน่งละติจูดประมาณ30-40 องศา

จากเดิมที่จะเกิดในตอนบนที่ละติจูดประมาณ 40-50 องศาส่งผลให้ทั้งรัฐมิชิแกน รัฐมิสซูรี รัฐโอไฮโอ รัฐอินดีแอนา รัฐเคนทักกี รัฐมิสซิสซิปปี และรัฐเท็กซัส อุณหภูมิติดลบฉับพลัน ตั้งแต่ -30ไปจนถึง -40 องศาเซลเซียส ระบบสาธารณูปโภคหยุดชะงัก ทั้งไฟฟ้าและน้ำประปา

ปรากฏการณ์ โพลาร์ วอร์เทกซ์ ส่งผลให้ธรรมชาติหลายอย่างเกิดการเปลี่ยนแปลง และหนึ่งในนั้น คือบริเวณทะเลสาบมิชิแกน ทางฝั่งรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ที่ปรากฎ ลูกบอลน้ำแข็ง (Ice Balls) เกิดขึ้นจากการแตกตัวของแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ก่อตัวในฤดูหนาว เมื่อเจอกับคลื่นแล้ว หิมะที่ตกลงมาทำให้มีรูปร่างเป็นทรงกลม ก่อนจะถูกคลื่นซัดลอยมาติดชายฝั่

ขณะที่เมืองหลวง อย่างกรุงวอชิงตัน ดีซี นั้นเจอหิมะตกหนักถล่มหนัก ส่งผลกระทบต่อการทำงานสาธารณะของเมืองหลวงของสหรัฐฯ

โดยยนายกเทศมนตรีของกรุงวอชิงตันดีซีได้ประกาศภาวะฉุกเฉินจากหิมะก่อนสภาพอากาศเลวร้ายเมื่อกลางสัปดาห์ มีกำหนดให้โรงเรียนของรัฐทุกแห่งต้องสอนผ่านออนไลน์และบุคลากรที่ไม่ใช่คนสำคัญของรัฐบาลให้ทำงานจากที่บ้าน รวมทั้งมีคำสั่งให้ปิดสถานที่ทดสอบและฉีดวัคซีน โควิด-19 ชั่วคราว

ไม่กี่วันที่ผ่านมา ภัยพิบัติหนาวจัดครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 38 คน โดยจุดวิกฤตสุดอยู่ที่ รัฐเท็กซัส ที่เจอไฟดับกระทบประชาชนหลายล้านคน และแหล่งจ่ายน้ำและก๊าซธรรมชาติหยุดชะงัก

นาย เกร็ก แอบบ็อตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส ระบุว่าโรงไฟฟ้าทุกแห่งในรัฐสามารถกลับมาจ่ายไฟได้ตามปกติแล้ว แต่ยังคงมีบ้านเรือนกว่า 3 แสนหลังที่เผชิญปัญหาไฟดับเนื่องจากเสาไฟฟ้าหักโค่น และปัญหาน้ำประปาที่ยังไหลไม่ได้ทำให้ทางการต้องจัดสรร น้ำดื่มและเตือนให้ประชาชนต้มน้ำจากประปาก่อนใช้ดื่มเพราะอาจมีการปนเปื้อน เรียกว่าชาวอเมริกันโดยเฉพาะในเท็กซัสยังลำบากอย่างแสนสาหัสอยู่ในตอนนี้

จากสถานการณ์วิกฤติในสหรัฐยังไม่คลี่คลาย ทำให้นักลงทุนยังจับตาดู  รายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ในวันพุธที่ 24 ก.พ.2564นี้ เวลา 22.30 น.ตามเวลาไทย ว่า จะปรับเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลลามกระทบมาถึงราคาน้ำมันค้าปลีกของไทยอย่างแน่นอน