สธ.เปิด 8 ขั้นตอนละเอียด รับวัคซีน “โควิด” ใช้เวลาเพียง 5-7 นาที “สมุทรสาคร” เริ่มลงทะเบียนจังหวัดแรก

456

จากกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เปิดเผยถึงกรณีวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากบริษัทซิโนแวค ไบโอแทค จำกัด ของจีน ล็อตแรก จำนวน 2 แสนโดส จะมาถึงประเทศไทยวันที่ 24 ก.พ.ว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดี และได้รับการยืนยันมาแล้วว่าจะเข้ามาวันที่ 24 ก.พ.

ซึ่งตนจะไปร่วมรับวัคซีนด้วย เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าวัคซีนได้เข้าไทยมาแล้ว และวันข้างหน้าจะมีการเข้ามาอีก แต่ละประเภทก็เหมาะสมกับคนบางกลุ่ม ซึ่งบางคนก็ต้องระมัดระวัง ทั้งนี้สถาบันวัคซีนแห่งชาติ จะดูแลอย่างเต็มที่ คนสูงวัย คนที่มีโรคติดต่อจะใช้อะไรอย่างไรก็ว่ากันไป

ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ถ้าผมฉีดได้ผมก็ฉีด ก็ไปดูว่าวัคซีนอะไรประเภทไหน ผมก็พร้อมฉีด” จากนั้นนายกฯได้ถามผู้สื่อข่าวว่า ใครจะฉีดกับตนบ้าง จะฉีดไหมก็ไม่อีก ผู้สื่อข่าวตอบว่า ไม่ได้อยู่กลุ่มเสี่ยง โดยนายกฯกล่าวว่า “อยู่ใกล้ฉันก็เสี่ยง”

ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้เผยแพร่ 8 ขั้นตอน ต้นแบบระบบการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่โรงพยาบาล ซึ่งใช้เวลาเพียง 5-7 นาที รอดูอาการ 30 นาที ใช้เวลารวม 37 นาที เพื่อให้โรงพยาบาลต่าง ๆ นำไปปรับใช้ ดังนี้

ก่อนเข้ารับบริการ ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนจะต้องผ่านการคัดกรอง วัดไข้ ล้างมือ ก่อนเข้ารับบริการ

ขั้นตอนที่ 1 ลงทะเบียน (ทำบัตร)

ขั้นตอนที่ 2 ชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต

ขั้นตอนที่ 3 คัดกรอง/ซักประวัติ ประเมินความเสี่ยง ลงนามในใบยินยอมการรับวัคซีน

ขั้นตอนที่ 4 รอฉีดวัคซีน

ขั้นตอนที่ 5 ฉีดวัคซีน

ขั้นตอนที่ 6 พักสังเกตอาการ 30 นาที สแกน Line Official account “หมอพร้อม”

ขั้นตอนที่ 7 จุดตรวจสอบก่อนกลับ พร้อมรับเอกสารการปฏิบัติตัวหลังฉีดวัคซีน

ขั้นตอนที่ 8 Dash Board ประเมินผลความครอบคลุมการฉีดวัคซีนและอาการไม่พึงประสงค์ (Line OA หมอพร้อม) สำหรับ Line OA หมอพร้อม

สำหรับวัคซีน “ซิโนแวค” ล็อตแรก 2 แสนโดส จะถึงประเทศไทยวันพรุ่งนี้ (24 ก.พ.64) โดยเที่ยวบินของสายการบินไทย บรรจุในกล่องใหญ่ 600 กล่อง
โดย 1 กล่อง จะบรรจุ 1,200 โดส ซึ่ง 1 โดส จะมีขนาด 0.65 มิลลิลิตร ประชาชนจะได้รับวัคซีน 0.5 มิลลิลิตร

จะผ่านขั้นตอนทางศุลกากร ที่สนามบินฯ ตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และองค์การเภสัชกรรม ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง วัคซีนโควิด-19 จากซิโนแวคเมื่อถึงยังสนามบินสุวรรณภูมิ จะถูกบรรจุลง ในกล่องพิเศษ Brilliant Box (บิลเลี่ยน บล็อค) ที่ใช้เทคโนโลยีพิเศษในการควบคุมอุณหภูมิของสินค้า ซึ่งเหมาะเป็นกับการบรรจุและขนส่งยาเย็น เช่น วัคซีนโควิด-19 โดย องค์การเภสัชกรรม กับ บริษัท DKSH ร่วมกันในการจัดเก็บและขนส่งวัคซีน

ตัวอย่างวัคซีนบางส่วน จะถูก ส่งไปตรวจสอบคุณภาพที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน วัคซีนที่เหลือ จะถูกส่งไปเก็บที่คลังสำรองวัคซีนโควิด-19 ที่ศูนย์กระจายสินค้าของบริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) บนถนนบางนา-ตราด ซึ่งห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิ 30 นาที ระยะทาง20 กิโลเมตร ก่อนจะกระจายไปยังหน่วยบริการสาธารณสุข และสถานพยาบาลต่อไป

ล็อตแรก 2 แสนโดสนี้ จะฉีดให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย 1 แสนคน คนละ 2 เข็ม เบื้องต้น จ.สมุทรสาคร จะฉีดครบทุกโรงพยาบาล เนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงระบาดมากที่สุด โดยจะมีการกระจายวัคซีนไปอีก 10 จังหวัด ส่วนล็อตต่อไปของซิโนแวคอีก 8 แสนโดส จะทยอยส่งถึงไทยเดือนมีนาคม และอีก 1 ล้านโดส ในเดือนเมษายน โดยขั้นตอนการจัดเก็บ และขนส่ง จะยึดตามขั้นตอนเดิมใน 2 แสนโดสแรก

ส่วนเรื่องความกังวลในการฉีดวัคซีน นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับสถานการณ์ “วัคซีนโควิด-19” ซึ่งมีเนื้อหาระบุว่า…

โควิด-19 วัคซีน ทำไมวัคซีน Sinovac ถึงต้องฉีดให้กับผู้มีอายุ 18 ถึง 59 ปี?

จากการขึ้นทะเบียนในประเทศไทย ข้อมูลของวัคซีน Sinovac ยังมีข้อมูลการฉีดวัคซีนในผู้ที่อายุเกิน 60 ปี มีจำนวนน้อย

จากการศึกษาในระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 3 มีผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี อยู่เกือบร้อยละ 4

ดังนั้นทางคณะกรรมการ จึงอนุญาตให้ฉีดในภาวะฉุกเฉิน กับผู้ที่มีอายุ 18 ถึง 59 ปี เช่นเดียวกัน ทำไมไม่ให้เด็กต่ำกว่าอายุ 18 ปี ก็เพราะยังไม่มีข้อมูลในการศึกษาในกลุ่มอายุดังกล่าว

ในทางปฏิบัติจึงจะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ที่ถูกกำหนดไว้ และในอนาคตข้างหน้าเมื่อมีข้อมูลการฉีดในผู้สูงอายุมากเพียงพอ ก็จะขยับการฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุต่อไป

ในวันข้างหน้า หรือในระยะเวลาอันใกล้ มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่จะขยับอายุขึ้นไป เมื่อมีข้อมูลมากพอ

อย่างไรก็ตามถ้าผู้ที่มีอายุ 60 ปีหรือมากกว่า และมีความเสี่ยงสูง ที่จะติดเชื้อหรือป่วยเป็นโรคโควิด 19 และเกิดอันตรายได้สูง อย่างเช่น คุณหมอจังหวัดมหาสารคาม ก็สามารถที่จะให้ได้ แต่จะต้องประเมิน ประโยชน์ที่จะได้จากวัคซีน มากกว่าอาการข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น

โดยแพทย์ได้ให้ข้อมูลทั้งหมด และเจ้าตัวยินดีรับความเสี่ยง ก็สามารถทำได้ ด้วยความยินยอมของผู้นั้น โดยความเห็นส่วนตัว ในระยะเวลาอันใกล้ ข้อมูลการฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุ ก็จะมีเพิ่มขึ้นและคงจะได้ฉีดกันทุกคน อดใจรอ

อย่างไรก็ตามจากคำพูดจากหมอยงข้างต้น ก็พอจะชัดเจนแล้วว่า การที่นายกฯจะต้องฉีดวัคซีน อาจจะต้องมีขั้นตอนตามความเหมาะสม และถึงแม้ว่าต้องฉีดเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน ก็ถือเป็นความเสี่ยงที่นายกฯกล้าเสียสละอย่างมาก เพราะอยู่ในกลุ่มนอกเหนือจากเกณฑ์อายุ 18- 59 ปี

นอกจากนี้ก็ได้ปรากฎเป็นข่าวจากหลาย ๆ ประเทศ ว่าผู้นำในประเทศนั้น ๆ จะฉีดวัคซีนคนแรก ไม่ใช่เพราะว่าหนีเอาตัวรอดก่อน แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำ ก็ย่อมต้องโชว์สปิริตให้เป็นตัวอย่าง เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจเพิ่มขึ้น