เขาคืออานนท์ที่ชังเจ้า?ตร.บุกคุกแจ้งผิดม.112 เพิ่มเป็นคดีที่11แบบนี้คุกยาว33ปี-165ปี

1453

จากที่ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ประกันตัว4แกนนำม็อบ ก็ดูเหมือนว่างานนี้แกนนำคงต้องใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำนานแน่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทยอยเข้าแจ้งข้อหา มาตรา 112 เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดอานนท์จากคดีชุมนุมแฮร์รี่ พ็อตเตอร์

ทั้งนี้โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้โพสต์ข้อความแจ้งถึงความคืบหน้าคดีนายอานนท์ ว่า พ.ต.ท.โชคอำนวย วงษ์บุญฤทธิ์ รองผู้กำกับ (สอบสวน) สน.ชนะสงคราม ได้มีหนังสือถึงทีมทนายความ ระบุว่าทางสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 ได้มีหนังสือแจ้งให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อ นายอานนท์ นำภา ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในคดีการชุมนุม “เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย” หรือ “ม็อบแฮร์รี่ พ็อตเตอร์” บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563

พนักงานสอบสวนจึงจะเข้าแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวต่ออานนท์ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 24 ก.พ. 64 เวลา 14.00 น. และให้ทนายความเข้าร่วมฟังการสอบสวนด้วย

สำหรับคดี “ม็อบแฮร์รี่ พ็อตเตอร์” เป็นการชุมนุมที่จัดขึ้นโดยนักศึกษากลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตยและมอกะเสด เพื่อปกปักรักษาประชาธิปไตย และขับไล่อำนาจมืดจาก #คนที่คุณก็รู้ว่าใคร โดยเป็นการชุมนุมครั้งแรกภายหลังการชุมนุมเยาวชนปลดแอก ที่เริ่มมีการปราศรัยในประเด็นเรื่องสถาบันกษัตริย์อย่างตรงไปตรงมาในที่สาธารณะ โดยอานนท์ นำภา กล่าวถึงบทบาทของสถาบันกษัตริย์ที่เกี่ยวกับการเมืองไทย ประเด็นเรื่องการจัดการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และโอนกำลังทหารไปเป็นส่วนราชการในพระองค์

การชุมนุมนี้ยังเป็นการเริ่มต้นประกาศข้อเรียกร้อง ให้แก้ไขการขยายพระราชอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่กระทบกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเรียกร้องให้แก้ไขมาตรา 112 ให้สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย

ก่อนหน้านี้ในคดีนี้ อานนท์ นำภา ถูกจับกุมตามหมายจับของศาลอาญา เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 63 ก่อนถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, ฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาพนักงานสอบสวนยังแจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต่ออานนท์เพิ่มเติมด้วย การเข้าแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในคดีนี้ต่ออานนท์ จะทำให้เขาถูกกล่าวหาในข้อหาตามมาตรา 112 เป็นคดีที่ 11 แล้ว”

อย่างไรก็ตามก่อนที่นายอานนท์ จะเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ได้โพสต์ข้อความไว้เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 นายอานนท์ นำภา ทนายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และแกนนำคณะราษฎร 2563 ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก เป็นภาพหนังสือจากสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนคดีมรรยาททนายความ โดยระบุว่า

“กลับจากฟังคำพิพากษาเหนื่อยๆ มาเจอหนังสือจากสภาทนายความสอบมรรยาททนายความเพื่อขอให้เพิกถอนใบอนุญาต จากการปราศรัย “แฮรี่พอตเตอร์” เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ราชดำเนิน

จริงๆ เรื่องนี้ไร้สาระมาก สภาทนายฯ ไม่ควรไปรับเรื่องแต่แรก เพราะการเคลื่อนไหวการเมือง ไม่ใช่การว่าความหรือการทำหน้าที่ทนายความ ที่สำคัญ การเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในภาวะที่กษัตริย์ขยายอำนาจจนกระทบระบอบประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่คนเรียนกฎหมายควรทำด้วยซ้ำ

ก็ว่ากันไป ถ้าอยากถอดใบอนุญาตว่าความผมก็ทำไป ไม่ได้เป็นทนายก็ไปขายลาบขายก้อยก็น่าจะรวยก็มาทำคดีช่วยคนแบบทุกวันนี้”

ดังนั้นเองที่ทำให้หากศาลพิพากษาว่านายอานนท์ มีความผิดจริง โดยโทษในฐานความผิดตามมาตรา 112 มีความผิดฐานจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี ซึ่งก็จะเท่ากับว่านายอานนท์ จะต้องอยู่ในเรือนจำอย่างน้อย 33 ปี หรือสูงสุดตามฐานความผิด 165ปี