จี้แกนนำกางบัญชีด่วน แฉเส้นทางเงิน เบื้องหลังสู้แล้วรวย ตอกย้ำความจริงอาชีพ “ม็อบล้มเจ้า”?

1577

หลังจากที่กลายเป็นประเด็นให้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ถึงเส้นทางการเงินของก๊วนแกนนำม็อบ เมื่อนายบุญเกื้อ ปุสสเทโว โฆษกกลุ่มไทยภักดี ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ในเรื่องประเด็นของ นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำคณะราษฎร ที่โดนอายัดบัญชีและพบเงินในบัญชี 6 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

“โจษกันไปทั้งเมือง อายัดบัญชี เพนกวิน พบเงินในบัญชีกว่า 6 ล้าน รับมรดกมาหรือถูกหวยมาจ๊ะ” ซึ่งตัวของเพนกวินก็ได้เคยประกาศขอเงินบริจาค จากท่อน้ำเลี้ยงและคนที่มาร่วมชุมนุมด้วย ดังนั้นพฤติการณ์หลาย ๆ ด้านของแกนนำม็อบที่ผ่านมา ก็เพียงพอที่จะทำให้ศาลไม่อนุญาตประกันตัว เนื่องจากทำผิดซ้ำซาก และไม่มีความสำนึกอีกด้วย


ล่าสุดทางด้านนายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nantiwat Samart ระบุว่า…แก้ข่าวลือที มีข่าวลือแพร่สะพัดในสื่อสังคมออนไลน์และโซเซียลมีเดีย ว่า​ แกนนำม็อบบางคนมีเงินในบัญชีคนละหลายล้านบาท

ไม่อยากเชื่อ อะไรกัน​ นำม็อบกัน แค่ปีเดียวมีเงินงอกมาจากไหนเยอะแยะขนาดนั้น หรือมันเป็นอย่างนี้​ สู้แล้วรวย​ คน ถึงอยากเป็นแกนนำกันนัก จริงหรือไม่จริง​ อยากให้คนที่ถูกพาดพิง ออกมาแก้ข่าว แถลงข้อเท็จจริง​ แสดงบัญชีเงินฝาก หรือดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ​ ไม่งั้นคนจะเชื่อนะ แกนนำสู้แล้วรวย


ทั้งนี้ทางด้านน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำราษฎร ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ @PanusayaS ไว้ก่อนหน้านี้ระบุว่า “พี่มาจี้ว่าหนูมี 20 ล้าน ถ้างั้นคนที่ใช้ภาษีประชาชนปีละ 4 หมื่นล้านอ่ะ พี่ไปตรวจสอบด้วยนะคะ” อย่างไรก็ตาม ไม่พบว่า น.ส.ปนัสยา แสดงข้อมูลบัญชีเงินฝาก โดยเฉพาะรายการเดินบัญชีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจแต่อย่างใด

สำหรับคำว่า “คนที่ใช้ภาษีประชาชนปีละ 4 หมื่นล้าน” แม้ น.ส.ปนัสยา จะไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร แต่เมื่อกล่าวถึงนัยยะทางการเมือง คาดว่ามุ่งเป้าโจมตีงบสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เว็บไซต์ข่าวแห่งหนึ่งเคยนำเสนอรายงานข่าวว่า ใช้งบประมาณสถาบันพระมหากษัตริย์ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท แต่ข้อกล่าวหานี้ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นการไปดึงเอาตัวเลขงบประมาณของหน่วยงานอื่น ๆ เข้ามาบวกรวมกัน โดยไม่สนใจว่าจะเป็นเรื่องอะไร ขอให้เกี่ยวข้องหรือมีชื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ติดอยู่ พวกแกนนำก็จะห้อยโหนเอามาวิจารณ์ได้เสมอ ทั้งที่งบหลายรายการเป็นการดำเนินโครงการพระราชดำริ ซึ่งเกิดประโยชน์กับประชาชนโดยตรง ไม่เป็นเหตุที่ต้องนำไปรวมกันให้ดูตัวเลขสูงแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ทางด้าน ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ได้เล่าเรื่องราวสำคัญ ที่อยากจะบอกว่า ม็อบรับจ้างล้มเจ้านั้น มีอยู่จริง โดยดร.อานนท์เล่าว่า ผมเคยไปออกรายการนึง มันมีอยู่จริง อาชีพม็อบรับจ้างล้มเจ้า ผมเคยคุยกับแกนนำม็อบคนหนึ่ง

ตัวจริงเขาน่ารัก เป็นคนน่ารัก รักเด็ก ทำอะไรเพื่อเด็ก พออยู่หลังกล้อง ผมคุยกับเขาแล้วมีความสุข แต่พอเข้าหน้ากล้อง เขาเหมือนองค์ลง จะเกรี้ยวกราด พูดแทรกข่มขู่ พอคัตต์ปุ๊บ เขาก็ขอโทษ บอกว่าอาจารย์ขอโทษนะ และบอกว่า ผมต้องทำ เพราะนี่คือ อาชีพผม ผมทำแล้วได้เงิน