เปิดเบื้องลึกส.ส.ทยอยออกพรรค เหลือร่วมแค่พวกจ้องล้มเจ้า? ย้อนธนาธรเฉลยทำไมคนไม่อยู่

5433

จากที่ก่อนหน้านั้น เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2563 นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อมคณะ ส.ส.ก้าวไกล ร่วมกันแถลงถึงกรณีอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จำนวนหนึ่ง ฟ้องร้องดำเนินคดีกับประชาชนข้อหาหมิ่นประมาท

พรรคก้าวไกลได้รวบรวม 3 กรณี คือ 1.กรณีนายสำลี รักสุทธี ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนค. ที่ย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ฟ้องดำเนินคดีกับนางนิตยา รักษาภัย ประชาชน ในข้อหาหมิ่นประมาทตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมทั้งเรียกค่าเสียหายถึง 2 ล้านบาท จากการโพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหานายสำลีว่าเป็นงูเห่า

2.กรณีนายสำลี ฟ้องดำเนินคดีกับนายอดิศักดิ์ สมบัติคำ อดีตผู้สมัคร ส.ส.มหารสารคาม พรรค อนค. ในข้อหาหมิ่นประมาททางอาญา และกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ พร้อมเรียกค่าเสียหาย 2 ล้านบาท และ 3.กรณีนายโชติพิพัทธ์ เตชะโสภณมณี อดีต ส.ส.กทม. พรรค อนค. ปัจจุบันสังกัดพรรค ภท. แจ้งความหมิ่นประมาทกับนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตกร ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวหาว่า ส.ส.ย้ายพรรคเป็นงูเห่า

นายชัยธวัชกล่าวว่า ตนในฐานะเลขาธิการพรรคก้าวไกล และอดีตรองเลขาธิการพรรค อนค. อยากบอกว่า ส.ส.อดีตพรรค อนค. ที่วันนี้ย้ายไปสังกัดพรรคอื่น และได้เป็นผู้แทนในปัจจุบัน เพราะเราพรรค อนค.ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า ต้องการสร้างประชาธิปไตยอย่างแท้จริงในประเทศไทย และต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนเลือก เขาเลือก ส.ส.พรรค อนค.เข้ามา เพราะจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนของเรา รวมทั้งอดีต ส.ส.อนค.ทุกคนก็เคยลงสัตยาบรรณ และให้วาจามั่นทั้งในพรรค และที่สาธารณะต่อหน้าประชาชนว่าจะไม่ทรยศต่อจุดยืนดังกล่าว และยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตย ดังนั้น การที่มี ส.ส.ส่วนหนึ่งของพรรค อนค. ย้ายไปสังกัดพรรคร่วมรัฐบาลที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีประชาชนจำนวนมากไม่พอใจ โกรธแค้น และรู้สึกว่าถูกทรยศหักหลัง นั่นคือคำกล่าวนายชัยธวัชในตอนนั้น

ล่าสุด ประเด็นเรื่องการย้ายพรรคของ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลก็กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งเมื่อ บรรดา 4 งูเห่าของพรรคที่โหวตไว้วางใจให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ประกอบด้วย นายขวัญเลิศ พานิชมาท, นายคารม พลพรกลาง, นายพีรเดช คำสมุทร และนายเอกภพ เพียรพิเศษ ซึ่งเป็นการสวนมติวิปฝ่ายค้าน หลังจากก่อนหน้านี้ส.ส.บางคนก็เคยแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับบางจุดยืนของพรรคมาแล้ว โดยเฉพาะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งพรรคก้าวไกล จะให้คณะกรรมการวินัยพิจารณาลงโทษต่อไป

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ทั้งนี้ ในส่วนของ นายคารม 1 ใน 4 ส.ส.ที่ลงมติไว้วางใจให้ นายอนุทิน กับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่าต้องการแยกทางกับพรรคก้าวไกลเพื่อไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยต่อเรื่องดังกล่าว นายคริส โปตระนันทน์ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ โพสต์แสดงความเห็นผ่านทางเฟซบุ๊ก ความว่า “ไม่ทำมาหากิน เงินทองก็ไม่ดูแล” อ่านแล้วมันจี๊ด ผมเข้าใจสิ่งที่พี่พูดนะ จริงอยู่พรรคเราไม่มีการสนับสนุนด้านการเงิน คนทำพื้นที่อย่างผมที่มีแต่รายจ่ายทุกวันเข้าใจพี่ดี

แต่ผมว่าพี่ลืมอะไรไปอย่างว่าพี่เป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พี่ไม่ต้องทำพื้นที่ รายจ่ายพี่เลยไม่มี แถมยังมีเงินเดือนอยู่ 113,560 บาท พร้อมเงินเดือนผู้ช่วยอีก 8 คน 129,000 บาท ต่อเดือน รวมเป็น 242,560 บาทต่อเดือน รวม ๆ ทรัพยากรที่พี่ได้ไปตลอด 4 ปี จากการที่พี่เป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จากพรรคนี้ก็ตกแล้ว 11,642,880บาท (นี่ยังไม่นับเบี้ยประชุมกรรมาธิการและสวัสดิการอื่นๆ)

ผมถามพี่จริง ๆ ว่า ตอนเราตั้งพรรคกัน คงไม่มีใครถามว่า พรรคจะให้อะไรกับเรา แต่ที่ต้องถามคือ คุณจะให้อะไรกับพรรคบ้าง เศรษฐีอย่างธนาธรให้เงินพรรคยืมมา 200 กว่าล้าน ส่วนคนธรรมดาอย่างผมลงเลือกตั้งเขตใช้เงินเก็บไปล้านกว่าบาท หาคะแนนมาให้พรรค 23,980 คะแนน เพื่อดันส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แบบพี่เข้าสภา แล้วพี่ล่ะให้อะไรกับพรรคบ้าง???

วันที่ผมลงเขตเพื่อเก็บคะแนนให้ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ตอนที่เหนื่อยแทบขาดใจ ผมนึกในใจอยู่เสมอว่า “ถึงเราจะไม่ชนะ แต่ทุกแต้มที่เราได้ ได้ส่งให้คนที่มีอุดมการณ์แบบเราเข้าไปอยู่ในสภา”
ถ้าพี่บอกว่า พี่แมนพอ แต่ผมกลับสงสัยว่า คนเรามันต้องได้เท่าไรถึงจะพอ? นั่นก็คือสิ่งที่นายคารมเปิดใจไว้

เรื่องนี้เอง ทำให้ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล รีบออกมาโพสต์ภาพโหลยาดองงูเห่า แขวะ 4 ส.ส.พรรคก้าวไกลที่โหวตสวนมติพรรค บอกว่า “ไม่กล้าดื่มยาดองเลยเก็บไว้ดูเล่น ต้นกำเนิดที่เวียดนาม เค้าว่ามีสรรพคุณแก้ปวดไขข้อและรักษาโรคต่าง ๆ”

อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่ทางส.ส.ก้าวไกลเท่านั้น ย้อนไปยังพบว่านายธนธรนั้นเคยโพสต์ข้อความว่า หนึ่งปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะมีทีมงานและเพื่อน ส.ส. กลุ่มหนึ่ง ตัดสินใจไม่เดินทางไปกับพรรคก้าวไกลต่อ ซึ่งผมเข้าใจได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะปัญหาความขัดแย้งทางความคิดและการปฏิบัติการภายในพรรค, แรงกดดันทางสังคมที่รุนแรง หรือผลประโยชน์ที่หอมหวาน แต่ ส.ส. ส่วนใหญ่ที่เหลือยังหนักแน่นกับอุดมการณ์อนาคตใหม่ และได้แสดงให้สังคมเห็นถึงความหนักแน่นนี้ อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา

วันครบหนึ่งปีของการยุบพรรคอนาคตใหม่ ตรงพอดีกับการจบลงของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล การทำงานของพรรคก้าวไกลที่ผ่านมา โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ ทำให้ผมหมดห่วง ผมเฝ้าติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพวกเขาอย่างชื่นชม

พวกเขาทำได้ดีมาก พรรคก้าวไกลแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีวิสัยทัศน์ กล้าหาญและหนักแน่น ไม่แพ้อนาคตใหม่เลย วันนี้จึงเป็นวันที่ผมรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ต้องแบกอะไรไว้บนหลังมากมายเหมือนก่อน พวกเขามั่นคง แข็งแกร่ง และเดินต่อไปได้อย่างสง่างาม

สุดท้ายนี้ ทางด้านนายชัยธวัช ยังกล่าวด้วยว่า “ขออภัยประชาชนที่สนับสนุนพรรคก้าวไกล แต่ก็ยืนยันว่า 4 วันที่ผ่านมา เราพยายามทำงานอย่างเต็มที่ ต่อไปพรรคจะเน้นไปที่ประสิทธิภาพในการคัดเลือกผู้ลงสมัครใหม่ โดยจะเริ่มดำเนินการหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นต้นไป”

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ผิดหวังแต่ไม่ผิดคาด ส่วนจะเป็นส.ส.เก่าที่เคยไปอยู่พรรคภูมิใจไทยมาดึงไปหรือไม่นั้น คงต้องรอการตรวจสอบ แต่ก็เชื่อมั่นใจกระบวนการของพรรคที่มีคณะกรรมการวินัยดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว ช่วงต่อไปจึงเป็นภาระหน้าที่ในการคัดคคนเข้ามาเสริมทัพ เสริมทีม เลือกคนที่ทำงานเพื่อประชาชน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองอย่างเราทำงานเพื่ออุดมการณ์มาตั้งแต่เริ่มต้น ในช่วงต่อจากนี้ และมีนาคม โดยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ก็จะลงไปพื้นที่พบปะกับประช่าชนด้วย