“อุ๊ หฤทัย” แชร์บทความฟาด มีแต่ควา..ยังไปชุมนุม “ก้าวไกล” เหงื่อตก ลงทุนอภิปรายเฟคนิวส์ ส่ง ส.ส. นั่งกลางม็อบ

644

จากกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านได้มีการยกประเด็นต่างๆ มาโจมตีรัฐบาลอย่างดุเดือด โดยเฉพาะผู้อภิปรายจากพรรคก้าวไกล ที่ไม่สามารถหยุดหมกมุ่นจากวังวนประเด็นวัคซีนโควิดได้

อีกทั้งยังมีประเด็นเดือดสะเทือนวงการตำรวจอย่าง “ตั๋วช้าง”จาก ส.ส.รังสิมันต์ โรม ทั้งนี้มีการนำเฟคนิวส์ และข้อมูลที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นข้อเท็จจริง ขึ้นพูดอภิปราย โดยมีเนื้อหาพยายามโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ขณะเดียวกันเหล่าแกนนำม็อบที่คิดว่าหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว ผู้คนจะต้องกลับมาให้ความสนใจการชุมนุมอีกครั้ง ได้มีการนัดชุมนุมบริเวณรัฐสภาโดยนัดชุมนุมเพื่อจัดกิจกรรมอภิปรายนอกสภา ที่หน้ารัฐสภา เกียกกาย ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วน มีการเตรียมหม้อ กะทะมาเคาะเพื่อแสดงถึงการขับไล่เผด็จการ ทั้งนี้ มีการแจกใบปลิวรวม 10 ปัญหามาตรา 112 ด้วย แต่กลับกลายเป็นว่า มีผู้เเข้าร่วมชุมนุมเพียงนับร้อย กลายเป็นม็อบกร่อย จนแกนนำหน้าเสียต้องออกมาแถว่า เป็นเพราะสถานการณ์โควิด ทางด้าน ส.ส.ก้าวไกล ก็คงฝากความหวังกับการลุกฮือของมวลชน เพราะถึงขั้นส่ง ส.ส.มาร่วมม็อบ โดยประกอบด้วยนายณัฐวุฒิ บัวประทุม, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร, น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน, นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ และนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เดินออกมาชมการชุมนุมของผู้ชุมนุมม็อบเฟส และได้เดินเข้ามานั่งในที่ชุมนุมร่วมฟังปราศรัยด้วย

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า

“ประเด็นคือ ตอนแรกม็อบคิดว่าจะรับลูกกันกับฝ่ายค้าน หลังฝ่ายค้านอภิปรายในสภาฯ แล้วคิดว่าจะทำให้คนลุกฮือมาร่วมม็อบ
จึงจัดม็อบต่อเนื่องจากการอภิปราย (ถึงขนาดเมื่อวันศุกร์มี ส.ส.ก้าวไกล ลงไปอยู่กับม็อบด้วย) แต่ยิ่งผู้คนไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ตาม ที่ได้ดูการอภิปราย ก็ยิ่งเบื่อการเมืองเข้าไปอีก

เพราะต้องมาทนดูอภิปรายมีแต่การใช้สำบัดสำนวนโวหาร โจมตีกันไปมา การเล่นละครตลก การหยิบเฟคนิวส์มาอภิปราย การทำตัวเป็นองค์รักพิทักษ์นายของผู้แทน และอื่นๆ
สิ่งที่ควรจะถูกหยิบมาเป็นประเด็นหลักในการแก้ไขก็ไม่ถูกพูดถึงต่อ เพราะดันเอาปัญหาไปโยงกับสถาบันพระมหากษัตริย์แบบมั่วๆ จนสื่อก็ไม่อยากยุ่ง

แล้วพอคนเบื่อการเมือง ฝ่ายรัฐก็ยิ่งได้ใจในเรื่องการวางเฉยต่อปัญหาได้อีก นี่แหละครับที่ผมย้ำมาตลอดว่าแนวทางของคนเหล่านี้ ไม่ได้ช่วยทำให้กระบวนการประชาธิปไตยของไทยดีขึ้นเลย


หลักการพื้นฐานของประชาธิปไตย คือ ต้องยืนบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่หลอกลวงมวลชนของตน ไม่เห็นมวลชนเป็นเครื่องมือที่จะปั่นกระแสด้วยความจริงครึ่งเดียว หรือข่าวปลอมต่างๆ
เพราะประชาชนต้องได้ข้อมูลที่ถูกต้องไปใช้ในการตัดสินใจ อะไรผิด อะไรถูก อะไรดี อะไรไม่ดี ว่าไปตามข้อเท็จริง ขณะเดียวกันการเมืองระดับชาติจะดีได้ ต้องเริ่มต้นที่การเมืองท้องถิ่นที่เป็นหน่วยย่อยที่สุดเสียก่อน
หากประชาชนยังไม่สนใจตรวจสอบการทำงานของผู้แทนในระดับท้องถิ่น ซึ่งเกี่ยวพันกับคุณภาพชีวิตพื้นฐานของเขาโดยตรง ก็ไม่ต้องแปลกใจที่ว่าทำไมเราจึงมีผู้แทนที่ไม่ค่อยจะได้คุณภาพเข้าไปในสภาฯ”

ขณะเดียวกัน อุ๊ หฤทัย ได้แชร์โพสต์เฟซบุ๊ก ที่พูดถึงสาเหตุที่ม็อบร่อยหลอขึ้นเรื่อยๆ โดยระบุว่า
“ตอนแรกม็อบมันก็ดูเหมือนว่าจะ “จุดติด” เพราะการประกาศแบบชัดเจนว่าม็อบนี้ออกมาไล่และไม่เอาประยุทธมันไม่ได้มีปัญหาและผิดอะไร สามารถทำได้และแสดงออกได้ เรื่องเหตุผลค่อยว่ากันอีกที
แรกๆมันก็ตื่นเต้นดีแหล่ะ อยู่ดีๆก็มีคนนำหน้าออกมาไล่รัฐบาลที่ตัวเองไม่ชอบ แม้เขาจะชนะการเลือกตัังจนจัดตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศอย่างถูกต้องก็ตาม คนเยอะก็ไม่แปลก แต่จะเยอะกว่าคนที่เขาชื่นชอบรัฐบาลหรือเปล่าอันนี้ผมไม่รู้ เพราะพวกมันไม่เคยถามและไม่เคยสน มันไม่ชอบมันจะไล่อย่างเดียว ฮ่าๆ
แต่หลังๆทำไมคนน้อยเหมือนหมอ…ที่กำลังหลุดร่วง ?
อันนี้มันก็อยู่ที่ม็อบเองนั่นแหล่ะครับ เพราะทีแรกก็ไล่ประยุทธอยู่ดีๆ แต่ทำไปทำมาดันไปวุ่นวายและคุกคามเบื้องบนแบบไม่มีเหตุมีผล กระแสจึงเปลี่ยนไป อาจไม่มีผลทันทีทันใด แต่นานไปก็เป็นไปตามที่เห็น คือใครจะเอากับมึง ?
ยิ่งทุกวันนี้ไปเล่นแต่ข้างบนบอกได้คำเดียวว่าไม่ปังและมีแต่พังกับพังอีกด้วย ชัดใหม ?
มันไม่มีอะไรซับซ้อนเลยครับ หากจะอธิบายอย่างรวบรัดมันก็มีแค่นี้
เล่นแรงแบบไม่มีเหตุมีผล มุกเก่าซ้ำซาก สติปัญญาหาไม่มี คำว่าชนะก็มองไม่เห็น ที่เห็นก็มีแต่คุกตะรางที่รออยู่เบื้องหน้า มันเท่านี้จริงๆ


ขีดเส้นตายไปหลายร้อยรอบ ชุมนุมใหญ่แบบบิ๊กๆเบิ้มๆแม่งทุกวัน ประกาศชัยชนะทุกครั้ง หมายเลขบัญชีก็เช่นกัน แต่อนาคตอยู่ใหน ?
ม็อบมันไม่มีอนาคต หลอกแดกไปวันๆ เงินในบัญชีพวกมันกลับเพิ่มพูน สวนทางกับความหวังของมวลชน 555555555555555555555555555
ใครก็มองออกว่ามันคือการสู้รบที่ไม่มีวันชนะ ไม่มีทางประสบความสำเร็จ เพราะม็อบนี้มีแต่เจตนาที่ชั่วร้ายกับชาติบ้านเมือง แค่ไอ้พวกผีเปรต 2475 หลงยุคก็เท่านั้น
มีแต่ควายกับเหี้ยเท่านั้นแหละที่ยังโง่ไปอยู่ในม็อบนี้!!!!”