สว.วันชัย ฟันธงชัด การเมืองระอุ “ม็อบสามกีบ” ลุกฮือปลายมีนา จะเกิดการเปลี่ยนแปลง!?!

1056

สว.วันชัย ฟันธงชัด สถานการณ์การเมืองร้อนแรง เห็นรอยร้าวในพรรคการเมือง ม็อบสามกีบ ลุกฮือปลายมีนา จะเกิดการเปลี่ยนแปลง!?!

จากกรณีการประชุมสภาฯอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี โดยอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส. พรรคก้าวไกล ซักฟอก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในประเด็นการทุจริตในหน้าที่ทั้งยังเสียดสี ทำให้เกิดประเด็นฟ้องร้องกันเกิดขึ้น ในขณะที่กลุ่มคณะราษฎร ก็มีการจัดการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง และยังมีการเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำทั้ง 4 คน

สำหรับผลการลงมีมติไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามลำดับ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไว้วางใจ 272 ไม่ไว้วางใจ 206  งดออกเสียง 3 ไม่ลงคะแนน-

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไว้วางใจ 274 ไม่ไว้วางใจ 204 งดออกเสียง 4 ไม่ลงคะแนน –

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไว้วางใจ 275 ไม่ไว้วางใจ 201 งดออกเสียง6 ไม่ลงคะแนน –

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไว้วางใจ 268 ไม่ไว้วางใจ 207 งดออกเสียง 7 ไม่ลงคะแนน –

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ไว้วางใจ 272 ไม่ไว้วางใจ 205 งดออกเสียง 3 ไม่ลงคะแนน –

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ รองหัวหน้าพรรพลังประชารัฐ ไว้วางใจ 258 ไม่ไว้วางใจ 215 งดออกเสียง 8 ไม่ลงคะแนน

ล่าสุด ทางด้าน นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ โดยระบุข้อความว่า

หลังจากการลงมติไม่ไว้วางใจ แม้ว่า รัฐมนตรีทั้ง 10 คนจะผ่านไปได้ บางคนคะแนนอาจจะบ๊วยไปก็ตาม ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ผลของการอภิปรายก็จะเริ่มเห็นรอยปริในพรรคการเมืองแต่ละพรรค ทั้งภายในพรรคและนอกพรรค รวมทั้งภาพรวมของรัฐบาลด้วย อย่างที่เคยบอกว่าสถานการณ์การเมืองทั้งภายในและภายนอกจะเริ่มมีความรุนแรงขึ้นโดยลำดับจากดวงดาวและปัญหาเศรษฐกิจสังคมและการเมืองที่รุมเร้ามาโดยตลอด โควิดจะเริ่มจาง ม็อบและการเมืองก็จะแรงขึ้น การชุมนุมนอกสภาที่เพิ่งจะเริ่มขึ้นแม้ว่าจะดูไม่เบิ้ม แต่ก็จะคอยตอกลิ่มจะขยายสถานการณ์ให้มัน บานปลายมากยิ่งขึ้น ต่อแต่นี้จนกระทั่งถึงปลายเดือนมีนาคมอะไรก็พร้อมจะเกิดขึ้นได้

นายวันชัยระบุว่า ในวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ การแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระสองก็จะเริ่มขึ้น คอยสังเกตให้ดีจะเห็นร่องรอยทางการเมืองที่จะเริ่มปริมากขึ้นโดยลำดับ ท่าทีต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าจะแก้ไขได้หรือไม่ได้ก็พอจะเริ่มมองเห็นกันในสองวันนั้น จากนั้นในต้นเดือนมีนาคมศาลรัฐธรรมนูญก็คงจะมีคำวินิจฉัยออกมาว่าจะให้แก้รัฐธรรมนูญได้หรือไม่ได้ จากคำวินิจฉัยจะมีผลทางการเมืองทั้งสิ้น ถ้าไม่ให้แก้ก็จะมีผลไปด้านหนึ่ง ถ้าให้แก้ก็ส่งไม้ต่อมาที่รัฐสภาทั้งส.ส.และส.ว. จะต้องเป็นคนโหวตว่าจะให้ผ่านวาระสามหรือไม่ 84 เสียงของส.ว. ยังเป็นผู้ชี้ขาดในเรื่องนี้ ถ้าเสียงออกมาว่าให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ การเมืองก็พอเดินต่อไปได้ แต่ถ้าเสียงออกมาว่าแก้ไม่ได้ การเมืองทั้งภายในสภาและนอกสภาคงมีความรุนแรงไม่ต่างอะไรก่อนที่จะรับวาระที่หนึ่ง

“พรรคร่วมรัฐบาลที่ประกาศตัวมาตั้งแต่ต้นว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ต้องมาตกในที่ประชุมของรัฐสภา อะไรจะเกิดขึ้นกับการร่วมรัฐบาลหรือการประกาศให้เป็นสัญญาประชาคม ม็อบนอกสภาก็จะเอาประเด็นนี้ไปขยายอันเป็นข้อเรียกร้องเดิม ปลายเดือนกุมภาพันธ์จนกระทั่งถึงปลายเดือนมีนาคมอากาศก็ร้อน การเมืองก็ร้อน ดวงดาวก็สู้กันระหว่างพฤหัสกับเสาร์ เขาว่านำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง ส่วนจะเปลี่ยนแปลงแบบไหน อย่างไร อยู่ที่โชคชะตาฟ้าลิขิตจริงๆ”