เปิดเหตุสมบัติยังไม่ติดคุกม.112 ทำไมค์บุกถอนหงอกถึงถิ่น ท้าจัดม็อบแข่ง อย่าดีแต่ปาก

5402

ต้องเรียกว่าดุเดือดแตกกันยับ เมื่อหัวหน้าการ์ดรุ่นน้อง อย่างไมค์ ระยอง อาจหาญเปรียบได้กับการท้าชกหัวหน้าการ์ดรุ่นใหญ่อย่าง สมบัติ อะไรทำให้แกนนำม็อบต้องออกมาสวนแรงๆ ต้องลองย้อนรอยตามไปดูว่า อดีตหัวหน้าการ์ดเสื้อแดงอย่างพี่บัติ ทองย้อย พูดอะไรไว้บ้าง???

สำหรับนายสมบัติ ทองย้อย อดีตการ์ดคนเสื้อแดง และแนวร่วมกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “ราษฎร” หรือ “ม็อบสามนิ้ว” ได้วิพากษ์วิจารณ์การชุมนุมของม็อบสามนิ้ว ที่ใช้ความรุนแรงโดยเฉพาะการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้สนับสนุนม็อบดังกล่าว ซึ่งไม่เพียงคำพูดนี้เท่านั้น หากย้อนไปดูหลายครั้งที่นายสมบัติ เรียกทัวร์ลงจนถูกผลักให้กลายไปเป็นสลิ่ม

25 ตุลาคม 2563 เกิดกระแสในโลกออนไลน์มีการแชร์โพสต์จาก “สมบัติ ทองย้อย” อดีตหัวหน้าการ์ดเสื้อแดง และการ์ดแนวร่วมม็อบคณะราษฏร ซึ่งได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า

“ถ้าให้ออกความเห็นเรื่องม็อบ บอกตรงนี้เลย ถ้ายังไปกลับ ไปกลับ ไปกลับ ยังไงประยุทธ์ก็ไม่ออก และเขาก็ไม่กลัวอะไรเราเลย มันยิ่งสร้างความชินชา และถือเป็นเรื่องปกติของรัฐบาลที่ต้องเจอรายวัน รายสัปดาห์ จนเขาอาจคุยกันในวอร์รูมว่า ปล่อยมันเดี๋ยวก็กลับ อย่าไปสร้างเงื่อนไขเป็นใช้ได้

นั่นคือ ตอนนี้เราต้องมานั่งคิดว่าทำยังไงจะล้มประยุทธ์ได้ คิด คิด คิด และคิด ส่วนข้อเรียกร้องอื่นที่เราต้องการมันคืออนาคตค่อยว่ากันไปตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ในเวลานี้เอาประยุทธ์ลงก่อนดีกว่าไหม กำลังคนเราพร้อมมาก ทุกการเปลี่ยนแปลง ต้องมีการสูญเสีย มากน้อยแล้วแต่สถานการณ์ จะพาไป แต่ถ้ายังเป็นแบบนี้ไปเรื่อยไป คนเราอาจน้อยลง น้อยลง และน้อยลง เพราะเริ่มเบื่อ #จากใจแนวร่วมคนนึง…”

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

18 มกราคม 2564  บรรยากาศภายในม็อบยิ่งคุกรุ่น เมื่อนายสมบัติ ได้แชร์โพสต์ข้อความบางส่วนในกลุ่มม็อบที่ปรึกษากันเรื่องรูปแบบการชุมชุมในทำนองว่า ต่อไปหากใครจะทำ ให้แจ้งคณะกรรมการกลาง หากกรรมการกลางเห็นด้วยก็จะส่งแกนนำหลักให้ไปร่วม และทีมงานสนับสนุน เพื่อตัดปัญหาม็อบเล็กมีคนมาน้อยจนถูกมองว่าคนแผ่วลงไปเรื่อยๆ ทำให้ขบวนการดูแย่ลงไปอีก

โดยนายสมบัติ โพสต์ตั้งคำถามอย่างดุเดือดแบบรัวๆว่า จะทำม็อบนอกจากจะต้องขอกับตำรวจแล้ว ต้องขอเจ้าของม็อบด้วยนะ พวกม็อบเล็กๆ #อย่าหาทำ #ม็อบมีเจ้าของ

“นี่เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าแกนนำจะไปม็อบต้องมีการอนุมัติจากคณะกรรมการ แต่ไม่ได้ไปเพราะอุดมการณ์ ที่อยากจะออกไปเพราะการเรียกร้องสิ่งที่ไม่ถูกต้อง งั้นถามเลย แกนนำมีเงินค่าตัวไหมในการออกงานแต่ละครั้ง คณะกรรมการเขาจ่ายกันยังไงอยากรู้ คิดเป็นชั่วโม หรือครั้งละ นี่แกนนำประชาธิปไตยหรือนักร้องซุปตาร์ #แกนนำสั่งได้ #ม็อบมีเจ้าของ”

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการโพสต์ของการ์ดแดงรุ่นใหญ่เผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้เข้าไปคอมเม้นต์วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือดว่าสร้างความแตกแยก ทำให้นายสมบัติ ออกมาโพสต์อีกรอบว่า

“ลงเรื่องม็อบมีเจ้าของ บอกว่าข่าวปั่น ทำให้แตกแยก ก็ไอ้ต้นทางมันโพสท์เอง อะไรเอง ปั่นตรงไหน สร้างความแตกแยกตรงไหน ก็แค่ถาม งง และสงสัย อยากรู้ไปหาอ่านที่ตันทาง มี 2 ทาง

อวยต้นทางต่อกับด่ากู ที่เอามาถามไถ่ ว่ามันเป็นแบบนี้หรือ ที่บอกว่า ทุกคนคือแกนนำ แท้จริง แม่งก็แค่วาทกรรมสวยๆ เท่านั้นเอง”

ก่อนที่จะโพสต์ท้ายๆว่า เอาน่าอย่าคิดเยอะ ถ้าม็อบแข็งแรง แข็งแกร่งจริง ผู้ชายคนนี้สมบัติ ทองย้อย ไม่ทำให้ม็อบล่มหรอก พี่ก็แค่ฟันเฟืองเล็กๆตัวนึง ผู้ชายตัวเล็กๆคนนึง ที่มิสามารถทำให้ม็อบล่มสลายลงไปหรอก มันจะเละจะพัง มันอยู่ที่พวกคุณไม่ใช่ผม…ผมแค่ผู้ชายธรรมดา ธรรมดาคนนึง อย่าได้หวั่น ถ้าดีจริง เก่งจริง แน่จริง ก็ทำต่อไปครับ”

11 กุมภาพันธ์ 2564  นายสมบัติ ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงการชุมนุมของกม็อบ 3 นิ้วเมื่อวานนี้ว่า หรือพวกมึ… พวกเรา ต้องให้คนของเรา โดนระเบิดแบบโบว์ปิงปอง แล้วพวกมึ… ถึงจะฉุกคิดกันได้ว่า ม็อบเราแม่…นับวันรุนแรงขึ้น

“แทนที่จะตักเตือน บอกกล่าว นี่แม่…ยุส่ง หลับหูหลับตา เข้าข้าง จนเด็กแม่…เหลิง คิดว่าสิ่งที่ทำนั้นถูก นั้นเท่ห์ มีคนนับหน้าถือตา เป็นวีรบุรุษ เป็นฮีโร่ แบบนี้คือมึ…รังแกเด็กชัดๆ”

นอกจากนี้นายสมบัติ  ยังโพสต์ด้วยว่า ถ้ากูลงรูป ถ้ากูเล่า งานเมื่อวาน ที่หลังสน.บอกเลย งานนี้จบแบบศพไม่สวย คือเละเป็นโจ๊กใส่เครื่องปั่นเลยแหละ อย่าให้กูเหลืออดนะ

“กูอยากไปม็อบแบบดูแลมวลชนด้วยความสุข และฟังปราศรัยด้วยเนื้อหาที่น่าฟัง น่าติดตาม น่าอยากจะมาม็อบอีกเรื่อยไป ไม่ใช่มาแล้วต้องมาระแวง ระเบิดจะลงหัวกูไหม พลุควันจะลงหัวกูไหม”

14 กุมภาพันธ์ 2564  นายสมบัติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงเหตุการณ์การสร้างความรุนแรงในการชุมนุมของม็อบคณะราษฎร์ 63 เมื่อคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ว่า

“ครูใหญ่เข้าไปเจรจากูก็เข้าไปด้วย ข้างนอกก็เฮิ่มๆๆๆ จะบวก จะบวก ส่วนรถเครื่องเสียงใครไม่รู้แม่งนับถอยหลัง 10-9-8-7-6-5-4-3-2-1 สิ้นเสียง 1 ระเบิด ประทัดยักษ์ ขวดน้ำสารพัดลอยมา ทั้งๆที่กู ครูใหญ่ ยังอยูในฝั่งตำรวจ

กูนี่มุดหัวซุกหัวซุน กับครูใหญ่ นักข่าว พอหลุดออกมาได้ด่าแม่…โลด เขวี้ยงหาพ่องงมึ…หรือ พวกกูยังอยู่ข้างในกันอยู่เลย แล้วถ้าหล่นใส่หัวพวกเดียวกันเอง จะว่ายังไง โมโหเหี้…ๆ แม่…ไม่ประสานกันเลย แบบนี้แม่…เละเหี้…ๆ แล้วก็อ่านต่อในรูปที่แปะมานะครับ มีคนเล่าต่อแล้ว เพราะที่เขาเล่านั่นกูก็เห็นแบบนั้นเหมือนกัน อย่าด่ากูนะ กูเล่าแล้วนะ”

16 กุมภาพันธ์ 2564 นายสมบัติ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก หลังออกมาให้ข้อมูลเบื้องหลังความรุนแรงที่เกิดขึ้นในม็อบ โดยฝีมือของบุคคลภายในม็อบเอง ซึ่งโพสต์เจ้าตัวพูดในเชิงประชดประชันว่า

“ผมคนเสื้อเหลือง แฝงตัวมาเป็นเสื้อแดงเพื่อหาข่าวส่งฝ่ายความมั่นคง จบนะ ทุกคนจะได้สบายใจ โดนคดีเยอะแยะ ขนาดนี้ แม่…ยังบอกกูคนละฝั่ง มาทำลายม็อบเพื่อแลกกับคดีความ แม่งก็คิดกันได้เน๊าะ เอาที่พวกมึ…สบายใจเลย”

อย่างไรก็ตามนายสมบัตินั้น โดนแจ้งข้อหาตามความผิดมาตรา 112 ด้วย ซึ่งก็อยู่ในขั้นตอนทางกฎหมาย และเมื่อตรวจสอบว่าเหตุใดฝ่ายเดียวกันอย่างม็อบคณะราษฏร จึงโจมตีว่านายสมบัติ รับงานจากรัฐบาล ก็พบว่าเจ้าตัวได้โพสต์ชี้แจงไว้ดังนี้

“คดี 112 ที่อัยการเลื่อนส่งฟ้องศาล มันก็เป็นขั้นตอนตามปกติที่อัยการจะเลื่อนนัดส่งฟ้องศาล จะด้วยสาเหตุใดก็อยู่ที่ดุลพินิจของอัยการ ทนายก็ทำเรื่องตามขั้นตอน รับใบนัดหมายจากอัยการในครั้งถัดไปว่าให้มารายงานตัว เขาก็จะมีเวลาและกรอบในการนัดหมายตามระเบียบและขั้นตอน

แต่มีคนดันเสือ…มาบอกว่า ผมรับงานจากรัฐ แล้วจะไม่ส่งฟ้องศาลในคดีนี้ ช่วยกรุณาดูด้วยนะ ผมคนธรรมดา ไม่ได้มีอิทธิพลอะไรกับการขับเคลื่อนของม็อบ จนศาลต้องให้ความสำคัญและให้ส่งฟ้องและฝากขัง ไม่สำคัญขนาดนั้น แต่มันเป็นเพียงขั้นตอนและระเบียบตามปกติ อย่าคิดเยอะ อะไรมากมาย กับช่างเครื่องกรองน้ำเลย เปลืองสมองพวกคุณเปล่าๆ”

ล่าสุดวันนี้ 20 กุมภาพันธ์ 2564  แกนนำคนสำคัญอย่าง “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก ก็ได้ออกมาโพสต์ความข้อความสื่อสารไปยังนายสมบัติ และยังพบว่าโพสต์นี้ของไมค์ ยังไปโผล่อยู่บนหน้าเฟซบุ๊กของนายสมบัติด้วย

“อยากเห็นพี่สมบัติ จัดม็อบครับ อยากรู้ว่าทำได้แบบที่พูดไหม”

กระนั้นยังมีเรื่องที่น่าสนใจก็คือ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563  จากกรณีเกิดปัญหาระหว่างกลุ่มการ์ดดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุมในคณะราษฎร กระทั่งชกต่อยกันเอง ทำให้ นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ “โตโต้” หัวหน้าการ์ด กลุ่ม wevo ประกาศยุติการทำหน้าที่ จนกว่าจะได้รับการแก้ไขปัญหานั้น

ต่อมานั่นเองที่นายภาณุพงศ์ จาดนอก  หรือ “ไมค์” แกนนำกลุ่มราษฎร ได้แจ้งต่อการ์ดกลุ่มต่างๆที่ดูแลความปลอดภัยกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎร ผ่านทางเฟซบุ๊กว่า

“เพื่อให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในขบวนการต่อสู้กับเผด็จการ ขอให้การ์ดทุกกลุ่มส่งรายชื่อการ์ดของกลุ่มตัวเองเพื่อขึ้นทะเบียนการ์ดกับคณะทำงานกลางโดยมีผมเป็นผู้รับผิดชอบ และแบ่งหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจนในทุกการชุมนุม”