เปิดแหล่งปั่นหัวเด็ก “วัด-โรงเรียน” ชำแหละขบวนการผู้ใหญ่แอบหลังม็อบ ที่นายกฯต้องลากคอออกมาจัดการ!?!

1402

เปิดแหล่งปั่นหัวเด็ก “วัด-โรงเรียน” ชำแหละขบวนการผู้ใหญ่แอบหลังม็อบ ที่นายกฯต้องลากคอออกมาจัดการ

จากกรณีที่ นักเรียนหญิงรายหนึ่งของโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งได้ถ่ายภาพชูป้ายกระดาษเขียนข้อความ “พร้อมจะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์” ปรากฏว่าถูกนักเรียนชายที่มีแนวคิดต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ นำภาพไปประจานในสังคมออนไลน์ จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมากว่า การกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำที่แสดงให้เห็นถึงการไม่ยอมรับความผิดเห็นของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นพฤติกรรมของขบวนสามกีบที่จ้องทำลายผู้เห็นต่าง จนทำให้เกิดความขัดแย้ง สร้างความแตกแยกให้กับเยาวชน

ล่าสุดทางด้าน อดีตพระพุทธะอิสระ” อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.สามพราน จ.นครปฐม โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กถึงกรณีขบวนการนิติราษฎร์ ที่สร้างความขัดแย้งทุกที่ไม่เว้น วัด โรงเรียน โดยระบุข้อความว่า

ไหนว่าประชาธิปไตย แล้วทำไมยอมรับความคิดของผู้อื่นไม่ได้
๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
ข่าวนักเรียนหญิงชูป้าย “ปกป้องสถาบันกษัตริย์” แต่กลับถูกนักเรียนชายโรงเรียนเดียวกันที่ฝักใฝ่พวกสามนิ้วและไม่เอาสถาบัน นำภาพของเธอไปประจานในโลกออนไลน์แล้วรุมบูลลี่เธอจนเสียหาย สุดท้าย ศชอ. ยื่นมือให้ความช่วยเหลือ เรื่องถึงโรงพัก และผู้ก่อเหตุกล่าวคำขอโทษ พร้อมโพสต์ลงออนไลน์ ทั้งยังต้องจ่ายเงินเยียวยาค่าเสียหาย
นี่คือโทษที่รับความคิดของผู้อื่นไม่ได้ แล้วยังมุ่งทำร้ายผู้เห็นต่าง ซึ่งเราก็จะเห็นอยู่ประจำสำหรับพวกม็อบ ๓ นิ้ว
เมื่อเห็นข่าวนี้แล้วทำให้คิดหาเหตุว่า บ้านเมืองเราอยู่กันมาอย่างสงบสุข คนไทยรู้หน้าที่ อยู่ร่วมกันอย่างรักสามัคคี จงรักภักดี ประชาชนในบ้านเมืองนี้ ไม่มีใครนำเอาสถาบันมาเป็นเหตุ ให้เกิดความขัดแย้งทั้งในบ้าน ในโรงเรียน ในโรงพยาบาล ในวัด และในสังคมส่วนใหญ่
แต่พอมีกลุ่มคณาจารย์ที่เรียกตนเองว่า คณะนิติราษฎร์ ปรากฏขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ซึ่งหนึ่งในกลุ่มนี้มีชื่อ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เข้าร่วมด้วย สังคมก็เริ่มเกิดความแตกแยก และขยายวงกว้างไปทุกวงสังคม ไม่เว้นแม้แต่บ้าน วัด โรงเรียน คนกลุ่มคณะนิติราษฎร์พวกนี้ อาศัยความได้เปรียบทั้งในด้านสถานะทางสังคม สถานะทางการศึกษา และสถานะทางการเงิน นำมาสร้างแรงจูงใจ สร้างความเชื่อ ด้วยข้อมูลที่คนกลุ่มนี้เสกสรรปั้นแต่ง ยัดเยียด ป้อนให้แก่กลุ่มคนรุ่นใหม่ จนสามารถสร้างความเกลียดชังแก่วัฒนธรรม ความเคารพ ยอมรับใน สถาบัน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่พวกคณะนิติราษฎร์หมายหัวเอาไว้ ว่าต้องทำลายให้ได้ด้วยกลวิธีโฆษณาชวนเชื่อ ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ
แม้บ้างครั้งจะมีเรื่องจริงปะปนอยู่บ้าง แต่ก็แฝงไปด้วยความจงเกลียดจงชัง ซึ่งคนกลุ่มคณะนิติราษฎร์นี้ต้องการให้เกิดขึ้นในทุกสังคม แม้กระทั่งตั้งเป็นพรรคการเมืองขึ้นมาแล้ว ภารกิจหลักของพรรคการเมืองนี้ คือ การบ่อนทำลายวัฒนธรรม ทำลายความมั่นคงของชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ ทำลายความรัก ความศรัทธา ที่ผู้น้อยควรมีให้แก่ผู้ใหญ่ ทำลายความเคารพบูชา ที่ศิษย์มีให้แก่ครู อาจารย์ มาอย่างยาวนาน ทำลายความกตัญญูกตเวทิตา ที่ลูกควรมีให้แก่บิดา มารดา และบรรพบุรุษมาอย่างยาวนาน ทำลายการเทิดทูนบูชา ที่พุทธศาสนิกชนที่มีต่อพระบรมศาสดา ทำลายวัฒนธรรมอันงดงาม ที่บรรพบุรุษไทยส่งมอบมาถึงลูกหลาน ทำลายความเคารพ ยอมรับ จงรักภักดีที่คนไทยทุกคนเคยมีต่อองค์พระประมุขของแผ่นดิน
นอกจากคนพวกนี้จะทำลายแล้ว ยังจ้องทำร้าย ทำลายคนที่เห็นต่างแบบชนิด อยู่ร่วมกันไม่ได้ในแผ่นดิน ซึ่งก็มีมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วงเวลาที่ผ่านมา คนกลุ่มนี้พยายามจะเรียกร้องให้ผู้อื่นยอมรับตน แต่กลับเหยียบย่ำ ทำลายผู้อื่นที่ไม่ยอมรับพวกตน คนแบบนี้นี่หรือ จะมาพร่ำบ่น พร่ำเพ้อเรื่องประชาธิปไตย นี่มันพวกอัตตาธิปไตยต่างหากเล่า