กรมป่าไม้ เตรียมแจ้งความเพิ่ม “ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ” พบหลักฐานอีก 60 ฉบับ ครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

4831

กรมป่าไม้ เตรียมแจ้งความเพิ่ม “ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ” พบหลักฐานอีก 60 ฉบับ ครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ กรมป่าไม้และศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ในความผิดใช้เอกสาร ภ.บ.ท.5 และ น.ส.2 ยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติแบบผิดกฎหมาย เนื้อที่รวม 440 ไร่ และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.2563 ที่ผ่านมา และได้ส่งเรื่องราวให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดำเนินการตามมูลฐานความผิดการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถือเป็นมูลฐานความผิดของกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งดำเนินการไปแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมประเมินความเสียหายภาครัฐ เพื่อดำเนินการฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายภาครัฐตามระเบียบ และกฎหมาย

พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 “ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถางทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนญาต”, ความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ฐาน “เข้าไปยึดถือครอบครอง ก่อสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินในที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97 ฐาน “กระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ”

โดยทางคณะเจ้าหน้าที่ของชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ได้สืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมพบว่า มีการนำเอกสารสิทธิที่ดินประเภท น.ส.3 ก ที่เป็นเอกสารที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกจำนวนมาก ของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ, น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อีกจำนวนไม่น้อยกว่า 60 ฉบับ (รวมเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 2,000 ไร่ ) นำมายึดถือครอบครองที่ดิน ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี และเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมขยายผลสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบต่อเนื่องจนถึงวันนี้

ล่าสุด ทางด้าน ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า (NIDA) ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า

ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ เตรียมแจ้งความเพิ่มเติม นางสมพร จึงรุ่งเรื่องกิจ ,น.ส.ชนาพรรณ จึ่งรุ่งเรืองกิจ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ใช้เอกสารที่ดิน นส3ก,จำนวน60ฉบับ(รวมเนื้อที่2154-3-82ไร่ )นำมายึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ขอรายงานการปฏิบัติงานของศูนย์ปฎิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้
ศูนย์ปฎิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป) กระทรวงทรัยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายการ บูรณาการร่วมกันของหน่วยงานเพื่อปฎิบัติการร่วมตรวจสอบการถือครองที่ดินแบบผิดกฎหมายของกลุ่มทุนทั่วประเทศ ได้มอบหมายการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานเพื่อปฎิบัติการร่วมตรวจสอบการถือครองที่ดินแบบผิดกฎหมายของกลุ่มทุนทั่วประเทศ แบบผิดกฎหมายเรื่องเดิม
กรณีการครอบครองที่ดินของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ และผู้เกี่ยวข้องในเขตป่าสงวนแห่งชาติๆในท้องที่จังหวัดราชบุรี
นายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประสานสั่งการให้ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าขยายผลตรวจสอบเพิ่มเติมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และคณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำโดยนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ที่ปรึกษาหน่วยฯ ,นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) ,นาย คม ศรีสวัสดิ์ ผอ.ศปป.1 (ภาคกลาง) ,ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย
พ.อ.(พิเศษ)พงษ์เพชร เกษสุภะ ,หน.ชุดปฎิบัติการ ศปป4,กอ.รมน., จนท.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , ประสานการปฎิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขยายผลสืบสวน สอบสวนต่อเนื่องจากข้อมูลเดิมที่ได้ดำเนินการไว้ กรณีที่ดินของนางสมพร จึงรุ่งเรื่องกิจ พร้อมลงตรวจสอบพื้นที่จริง ที่ดินแปลงดังกล่าวตรวจสอบพบการกระทำผิดจริงและได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้วต่อ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ความผิดใช้เอกสาร ,ภบท5และ นส2 ยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติๆแบบผิดกฎหมาย เนื้อที่รวม 440 ไร่ และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปแล้วตั้งแต่วันที่30ธค2563 ที่ผ่านมา และได้ส่งเรื่องราวให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)เพื่อดำเนินการตามมูลฐานความผิดการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถือเป็นมูลฐานความผิดของกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งดำเนินการไปแล้ว และกำลังอยู่ในการดำเนินการรวบรวมประเมินความเสียหายภาครัฐ เพื่อดำเนินการฟ้องเพ่งเรียกค่าเสียหายภาครัฐตามระเบียบ และกฎหมายต่อไป และคณะเจ้าหน้าที่ของชุดพยัคฆ์ไพร ได้สืบสวนสอบสวนพบว่า ยังมีการนำเอกสารสิทธิที่ดินประเภท นส3ก ,ที่เป็นเอกสารที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกจำนวนมาก ของนางสมพร จึ่งรุ่งเรืองกิจ, น.ส.ชนาพรรณ จึ่งรุ่งเรืองกิจ และนายธนากร จึงรุ่งเรืองกิจ อีกจำนวนไม่น้อยกว่า 60ฉบับ (รวมเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 2,000ไร่ )นำมายึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและเป็นความผิดตาม พรบ.ป่าไม้ๆ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมขยายผลสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบต่อเนื่องจนถึงวันนี้ดังนี้
ผลการตรวจสอบจนถึงวันนี้ตรวจสอบพบว่า พื้นที่ที่มีการครอบครองทำประโยชน์ อยู่ในท้องที่ ต.รางบัว ,ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เป็นพื้นที่ต่อเนื่องขนาดใหญ่เนื้อที่ประมาณไม่ต่ำกว่า 3พันไร่เศษ มีการใช้ประโยชน์โดยปลูกยูคาลิปตัสต่อเนื่องทั้งพื้นที่ สืบทราบมีการจ้างเฝ้าดูแลพื้นที่โดยกลุ่มบุคคลในพื้นที่ (เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่3 ต.ด่านท่าตะโก) สืบสวนสอบสวนพบว่าพื้นที่ดังกล่าวทั้งหมดถูกครอบครองโดยใช้เอกสารสิทธิประเภท นส3ก ,ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวน60ฉบับ
ตรวจสอบพบผู้ครอบครอง น.ส.3ก คือ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 53 ฉบับ เนื้อที่ 1,940-3-93 ไร่,เป็นของ นางสาวชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 5 ฉบับ เนื้อที่ 132-0-22 ไร่ ,และของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 2 ฉบับ เนื้อที่ 81-3-67 ไร่ รวมเนื้อที 2,154-3-82 ไร่ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบ ทั้ง 60 ฉบับ ออกโดยไม่มีหลักฐานเดิม (ส.ค.1) เป็นการเดินสำรวจออกเมื่อปี 2521 ก่อนประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี 2527 แต่พื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศเป็นเขตป่าไม้ถาวรหมายเลข 85 เมื่อปี 2512 หรือก่อนที่จะมีการออกเอกสาร น.ส.3ก ทั้ง 60 ฉบับ จึงเป็นเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อตรวจสอบโดยละเอียด พบว่าปรากฏชื่อผู้ครอบครอง 3 ราย คือ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ,นางสาวชนาพรรณ จึ่งรุ่งเรืองกิจ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นำเอกสารนำเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนำมายึดถือ ครอบครอง ทำประโยน์ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นการกระทำให้เกิดความเสื่อมเสีย เสียหายต่อพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กรมป่าไม้ และตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่ภาครัฐทั้งเจ้าพนักงานที่ดินและเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองที่ได้ร่วมกันออกเอกสารสิทธิที่ดิน นส3.ก,ทั้ง60แปลงเนื้อที่ 2154-3-82ไร่ ,ประกอบด้วย นายวานิภพ ธรรมวิเศษ เป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์สอบสวน ,นายรวม ชลิตโกมุท เป็นผู้ช่วยผู้กำกับภาคสนาม ,นายไพโรจน์ รัตนวิสาลนนท์ เป็นผู้ควบคุมสาย ,นายโกศล ลักษิตานนท์ เป็นผู้ลงนามเห็นควรอก น.ส. 3ก ,นายเฉลิมวงศ์ สรรพศิริ ปลัดอำเภอ ทำการแทนนายอำเภอจอมบึง เป็นผู้ลงนามคำสั่งให้ออกเอกสาร น.ส. 3ก ตั้งแต่ช่วงปี พศ.2521
คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้วตามรายละเอียดข้างต้นจึงเห็นว่าเป็นการกระทำที่เชื่อได้ว่า เป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507,พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ประมวลกฎหมายที่ดินตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497และประมวลกฎหมายอาญา เห็นควรให้พนักงานสอบสวนพิจารณาดำเนินการต่อไป ในฐานความผิด ดังนี้
(1) กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 “ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถางทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษตามมาตรา 31
(2)กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 ฐาน “ก่อสร้างแผ้วถาง เผาป่า ทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่าเข้ายึดถือและครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษตามมาตรา 72 ตรี
(3) กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ฐาน “เข้าไปยึดถือครอบครองก่อนสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินในที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”
(4) กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 97 ฐาน “กระทำหรือละเว้นการ กระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ”
(5) การกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และคณะเจ้าหน้าที่นำโดยนายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ และนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ พร้อมคณะทำงานจะนำเรื่องราวเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พนักสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในวันพรุ่งนี้วันที่ 4กพ2564 เวลา 15.00น เพื่อให้ดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายต่อไป และจะดำเนินการส่งเรื่องราวให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)เพื่อดำเนินการตามมูลฐานความผิดการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถือเป็นมูลฐานความผิดของกฎหมายฟอกเงิน
รวมพื้นที่ตรวจยึดดำเนินคดีทั้งหมดเนื้อที่ 2154-3-82ไร่ ประเมินความเสียหายภาครัฐจำนวน 147,063,223.15 บาท เพื่อดำเนินการฟ้องเพ่งเรียกค่าเสียหายภาครัฐตามระเบียบ และกฎหมายต่อไป และจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมที่ดินแปลงอื่นๆในบริเวณเดียวกันอีกจำนวนหลายร้อยไร่ซึ่งอยู่ในความครอบครองของนางสมพร จึ่งรุ่งเรืองกิจ ว่าเอกสารที่ใช้ครอบครองถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายหรือไหมรวมทั้งพื้นที่ อีกประมาณ 30ไร่ที่มีตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าอยู่ในพื้นที่เดียวกัน และพบว่า นางสมพร จึ่งรุ่งเรืองกิจ ,ได้นำไปมอบให้สถาบันราชภัฎจอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งตรวจสอบพบว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติๆ ซึ่งชุดปฎิบัติการพิเศษพยัคย์ไพร กรมป่าไม้ จะขยายผลตรวจสอบต่อไปให้ได้ข้อยุติต่อไป