กรมป่าไม้ เตรียมแจ้งความเพิ่ม “ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ” พบหลักฐานอีก 60 ฉบับ ครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

3517

กรมป่าไม้ เตรียมแจ้งความเพิ่ม “ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ” พบหลักฐานอีก 60 ฉบับ ครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ กรมป่าไม้และศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ในความผิดใช้เอกสาร ภ.บ.ท.5 และ น.ส.2 ยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติแบบผิดกฎหมาย เนื้อที่รวม 440 ไร่ และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.2563 ที่ผ่านมา และได้ส่งเรื่องราวให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดำเนินการตามมูลฐานความผิดการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถือเป็นมูลฐานความผิดของกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งดำเนินการไปแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมประเมินความเสียหายภาครัฐ เพื่อดำเนินการฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายภาครัฐตามระเบียบ และกฎหมาย

พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 “ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถางทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนญาต”, ความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ฐาน “เข้าไปยึดถือครอบครอง ก่อสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินในที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97 ฐาน “กระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ”

โดยทางคณะเจ้าหน้าที่ของชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ได้สืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมพบว่า มีการนำเอกสารสิทธิที่ดินประเภท น.ส.3 ก ที่เป็นเอกสารที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกจำนวนมาก ของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ, น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อีกจำนวนไม่น้อยกว่า 60 ฉบับ (รวมเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 2,000 ไร่ ) นำมายึดถือครอบครองที่ดิน ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี และเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมขยายผลสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบต่อเนื่องจนถึงวันนี้

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ล่าสุด ทางด้าน ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า (NIDA) ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า

ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ เตรียมแจ้งความเพิ่มเติม นางสมพร จึงรุ่งเรื่องกิจ ,น.ส.ชนาพรรณ จึ่งรุ่งเรืองกิจ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ใช้เอกสารที่ดิน นส3ก,จำนวน60ฉบับ(รวมเนื้อที่2154-3-82ไร่ )นำมายึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ขอรายงานการปฏิบัติงานของศูนย์ปฎิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้
ศูนย์ปฎิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป) กระทรวงทรัยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายการ บูรณาการร่วมกันของหน่วยงานเพื่อปฎิบัติการร่วมตรวจสอบการถือครองที่ดินแบบผิดกฎหมายของกลุ่มทุนทั่วประเทศ ได้มอบหมายการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานเพื่อปฎิบัติการร่วมตรวจสอบการถือครองที่ดินแบบผิดกฎหมายของกลุ่มทุนทั่วประเทศ แบบผิดกฎหมายเรื่องเดิม
กรณีการครอบครองที่ดินของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ และผู้เกี่ยวข้องในเขตป่าสงวนแห่งชาติๆในท้องที่จังหวัดราชบุรี
นายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประสานสั่งการให้ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าขยายผลตรวจสอบเพิ่มเติมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และคณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำโดยนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ที่ปรึกษาหน่วยฯ ,นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) ,นาย คม ศรีสวัสดิ์ ผอ.ศปป.1 (ภาคกลาง) ,ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย
พ.อ.(พิเศษ)พงษ์เพชร เกษสุภะ ,หน.ชุดปฎิบัติการ ศปป4,กอ.รมน., จนท.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , ประสานการปฎิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขยายผลสืบสวน สอบสวนต่อเนื่องจากข้อมูลเดิมที่ได้ดำเนินการไว้ กรณีที่ดินของนางสมพร จึงรุ่งเรื่องกิจ พร้อมลงตรวจสอบพื้นที่จริง ที่ดินแปลงดังกล่าวตรวจสอบพบการกระทำผิดจริงและได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้วต่อ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ความผิดใช้เอกสาร ,ภบท5และ นส2 ยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติๆแบบผิดกฎหมาย เนื้อที่รวม 440 ไร่ และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปแล้วตั้งแต่วันที่30ธค2563 ที่ผ่านมา และได้ส่งเรื่องราวให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)เพื่อดำเนินการตามมูลฐานความผิดการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถือเป็นมูลฐานความผิดของกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งดำเนินการไปแล้ว และกำลังอยู่ในการดำเนินการรวบรวมประเมินความเสียหายภาครัฐ เพื่อดำเนินการฟ้องเพ่งเรียกค่าเสียหายภาครัฐตามระเบียบ และกฎหมายต่อไป และคณะเจ้าหน้าที่ของชุดพยัคฆ์ไพร ได้สืบสวนสอบสวนพบว่า ยังมีการนำเอกสารสิทธิที่ดินประเภท นส3ก ,ที่เป็นเอกสารที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกจำนวนมาก ของนางสมพร จึ่งรุ่งเรืองกิจ, น.ส.ชนาพรรณ จึ่งรุ่งเรืองกิจ และนายธนากร จึงรุ่งเรืองกิจ อีกจำนวนไม่น้อยกว่า 60ฉบับ (รวมเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 2,000ไร่ )นำมายึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและเป็นความผิดตาม พรบ.ป่าไม้ๆ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมขยายผลสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบต่อเนื่องจนถึงวันนี้ดังนี้
ผลการตรวจสอบจนถึงวันนี้ตรวจสอบพบว่า พื้นที่ที่มีการครอบครองทำประโยชน์ อยู่ในท้องที่ ต.รางบัว ,ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เป็นพื้นที่ต่อเนื่องขนาดใหญ่เนื้อที่ประมาณไม่ต่ำกว่า 3พันไร่เศษ มีการใช้ประโยชน์โดยปลูกยูคาลิปตัสต่อเนื่องทั้งพื้นที่ สืบทราบมีการจ้างเฝ้าดูแลพื้นที่โดยกลุ่มบุคคลในพื้นที่ (เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่3 ต.ด่านท่าตะโก) สืบสวนสอบสวนพบว่าพื้นที่ดังกล่าวทั้งหมดถูกครอบครองโดยใช้เอกสารสิทธิประเภท นส3ก ,ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวน60ฉบับ
ตรวจสอบพบผู้ครอบครอง น.ส.3ก คือ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 53 ฉบับ เนื้อที่ 1,940-3-93 ไร่,เป็นของ นางสาวชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 5 ฉบับ เนื้อที่ 132-0-22 ไร่ ,และของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 2 ฉบับ เนื้อที่ 81-3-67 ไร่ รวมเนื้อที 2,154-3-82 ไร่ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบ ทั้ง 60 ฉบับ ออกโดยไม่มีหลักฐานเดิม (ส.ค.1) เป็นการเดินสำรวจออกเมื่อปี 2521 ก่อนประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี 2527 แต่พื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศเป็นเขตป่าไม้ถาวรหมายเลข 85 เมื่อปี 2512 หรือก่อนที่จะมีการออกเอกสาร น.ส.3ก ทั้ง 60 ฉบับ จึงเป็นเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อตรวจสอบโดยละเอียด พบว่าปรากฏชื่อผู้ครอบครอง 3 ราย คือ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ,นางสาวชนาพรรณ จึ่งรุ่งเรืองกิจ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นำเอกสารนำเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนำมายึดถือ ครอบครอง ทำประโยน์ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นการกระทำให้เกิดความเสื่อมเสีย เสียหายต่อพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กรมป่าไม้ และตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่ภาครัฐทั้งเจ้าพนักงานที่ดินและเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองที่ได้ร่วมกันออกเอกสารสิทธิที่ดิน นส3.ก,ทั้ง60แปลงเนื้อที่ 2154-3-82ไร่ ,ประกอบด้วย นายวานิภพ ธรรมวิเศษ เป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์สอบสวน ,นายรวม ชลิตโกมุท เป็นผู้ช่วยผู้กำกับภาคสนาม ,นายไพโรจน์ รัตนวิสาลนนท์ เป็นผู้ควบคุมสาย ,นายโกศล ลักษิตานนท์ เป็นผู้ลงนามเห็นควรอก น.ส. 3ก ,นายเฉลิมวงศ์ สรรพศิริ ปลัดอำเภอ ทำการแทนนายอำเภอจอมบึง เป็นผู้ลงนามคำสั่งให้ออกเอกสาร น.ส. 3ก ตั้งแต่ช่วงปี พศ.2521
คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้วตามรายละเอียดข้างต้นจึงเห็นว่าเป็นการกระทำที่เชื่อได้ว่า เป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507,พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ประมวลกฎหมายที่ดินตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497และประมวลกฎหมายอาญา เห็นควรให้พนักงานสอบสวนพิจารณาดำเนินการต่อไป ในฐานความผิด ดังนี้
(1) กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 “ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถางทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษตามมาตรา 31
(2)กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 ฐาน “ก่อสร้างแผ้วถาง เผาป่า ทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่าเข้ายึดถือและครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษตามมาตรา 72 ตรี
(3) กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ฐาน “เข้าไปยึดถือครอบครองก่อนสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินในที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”
(4) กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 97 ฐาน “กระทำหรือละเว้นการ กระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ”
(5) การกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และคณะเจ้าหน้าที่นำโดยนายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ และนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ พร้อมคณะทำงานจะนำเรื่องราวเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พนักสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในวันพรุ่งนี้วันที่ 4กพ2564 เวลา 15.00น เพื่อให้ดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายต่อไป และจะดำเนินการส่งเรื่องราวให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)เพื่อดำเนินการตามมูลฐานความผิดการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถือเป็นมูลฐานความผิดของกฎหมายฟอกเงิน
รวมพื้นที่ตรวจยึดดำเนินคดีทั้งหมดเนื้อที่ 2154-3-82ไร่ ประเมินความเสียหายภาครัฐจำนวน 147,063,223.15 บาท เพื่อดำเนินการฟ้องเพ่งเรียกค่าเสียหายภาครัฐตามระเบียบ และกฎหมายต่อไป และจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมที่ดินแปลงอื่นๆในบริเวณเดียวกันอีกจำนวนหลายร้อยไร่ซึ่งอยู่ในความครอบครองของนางสมพร จึ่งรุ่งเรืองกิจ ว่าเอกสารที่ใช้ครอบครองถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายหรือไหมรวมทั้งพื้นที่ อีกประมาณ 30ไร่ที่มีตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าอยู่ในพื้นที่เดียวกัน และพบว่า นางสมพร จึ่งรุ่งเรืองกิจ ,ได้นำไปมอบให้สถาบันราชภัฎจอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งตรวจสอบพบว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติๆ ซึ่งชุดปฎิบัติการพิเศษพยัคย์ไพร กรมป่าไม้ จะขยายผลตรวจสอบต่อไปให้ได้ข้อยุติต่อไป