เบนจาครวญหนัก!นศ.ถูกฝากขังขอค่าเทอมคืนโดนคณะเมิน แต่จะช่วยสอนออนไลน์ในคุกแทน

4408

ต้องปรบมือให้กับคณะของเบนจาที่มีท่าทีรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ไม่ให้ท้ายนักศึกษาที่ทำผิดด้วยข้อหารุนแรงโจมตีหมิ่นสถาบัน ซึ่งต่างจากกลุ่ม255 นักวิชาการที่ยังไม่มีสำนึกในความเป็นครูบาอาจารย์ ไม่แยกแยะสิ่งไหนถูกหรือผิด!?!

ล่าสุดวันนี้ 17 กุมภาพันธ์ 2564  น.ส.เบนจา อะปัญ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแนวร่วมผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร ซึ่งถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากเหตุการณ์ชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี เปิดเผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ได้เข้าไปปรึกษาหารือกับคณะตัวเองถึงมาตรการช่วยเหลือในกรณีที่ตัวของนักศึกษาถูกฝากขัง ซึ่งผลปรากฏว่าคณะปฏิเสธที่จะคืนค่าเทอมให้หากพักการเรียน และได้เสนอกับตนว่าคณะจะจัดให้มีการเรียนการสอนในเรือนจำทดแทน โดยอ้างว่าจากกรณีที่นักศึกษาถูกฟ้องร้องจนส่งผลกระทบต่อการเรียนนั้น เป็นเรื่องที่นักศึกษาต้องรับผิดชอบตนเอง

ทั้งนี้ ตนเป็นเพียงหนึ่งในกรณีที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ เพราะยังมีนักกิจกรรมที่เป็นนักศึกษาอีกหลายคนจากต่างคณะ เช่น เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์, รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และคนอื่นๆ รวม 9 คน ที่ได้รับผลกระทบในลักษณะนี้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยในขณะนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องมาตรการช่วยเหลือนักศึกษาที่ถูกฟ้องร้องแต่อย่างใด

นอกจากปัญหาเรื่องมาตรการช่วยเหลือนักศึกษาที่ถูกแจ้งข้อหาที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ทาง มธ.ยังมีท่าทีที่ล่าช้าในประเด็นการคืนค่าเทอม และมาตรการการเยียวยาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในส่วนของการคืนค่าเทอมนั้น ได้มีกลุ่มนักศึกษาจัดทำโครงการล่ารายชื่อนักศึกษาที่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการการคืนค่าเทอมของ มธ. 1,500 บาท จำกัดเฉพาะปริญญาตรี และต้องการให้มหาวิทยาลัยคืนค่าเทอมไม่ต่ำกว่า 30% ทุกระดับการศึกษา โดยมีนักศึกษารวมถึงบุคลากรในมหาวิทยาลัยสนใจร่วมลงชื่อกว่า 8,000 คน ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้ทางผู้บริหาร มธ.ก็ยังไม่สามารถหาเวลาว่างเพื่อพบปะหารือกับตัวแทนองค์การมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกลุ่มนักศึกษาที่ทำโครงการล่ารายชื่อดังกล่าวได้

ขณะที่เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564  ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ รองคณบดี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมคณะอาจารย์และนักวิชาการรวมถึงตัวแทนนึกศึกษา เดินทางมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อเข้าเยี่ยมพร้อมกับนำหนังสือเรียนมามอบให้แก่ นาย พริษฐ์ ชีวารักษ์ จำเลยในคดีชุมนุม 19 กันยาทวงอํานาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19-20 กันยายน 2563 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ หลังถูกฝากขังตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา

โดย ผศ.ดร.ประจักษ์ ได้อ่านแถลงการณ์ คณาจารย์ 255 รายชื่อ 31 สถาบัน ขอให้ศาลคืนสิทธิ์ในการได้รับการประกันตัวระหว่างถูกดำเนินคดีแก่ผู้ถูกสั่งฟ้องจากการชุมนุมดังกล่าว ได้แก่นายพริษฐ์, นายอานนท์ นำภา, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และ นายปฏิวัติ สาหร่ายแย้ม หรือ หมอลำแบงค์ พร้อมกับขอให้ศาลพิจารณาทบทวนคำสั่งด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ การสันนิษฐานว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด, การไม่ให้ประกันตัวระหว่างถูกดำเนินคดี การคุมขังโดยที่ยังไม่มีความผิดถือเป็นการลิดรอนสิทธิในการศึกษาของนายพริษฐ์

นอกจากนี้ยังพบความเคลื่อนไหวจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กรณีนักศึกษาที่กระทำผิดกฎหมายด้วย โดยเมื่อวันที่  12 กุมภาพันธ์ 2564  นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ก้ได้ออกโพสต์ข้อความสื่อสารไปยัง “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.)” ถึงกรณีไม่ช่วยเหลือนักศึกษา โดยมีเนื้อหาดังนี้

“ถึง ธรรมศาสตร์ นักศึกษาธรรมศาสตร์โดน 112 ไปกี่คน นักศึกษาธรรมศาสตร์อยู่ในเรือนจำก็เพราะ 112

วันนี้เพื่อนของนักศึกษาคนนั้น ซึ่งตัวเองก็โดน 112 ด้วย จะทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์คือการผูกธงยกเลิก 112 ที่ธรรมศาสตร์ แต่ก็โดนดึงธงออก โดนกีดกันทุกทางเพราะบอกว่าปกป้องมหาวิทยาลัย

นักศึกษาคนนั้นเลยจะไปพบผู้บริหาร เพื่อพูดคุยเรื่องนักศึกษาที่โดน 112 ก็โดนกีดกันจากเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยไม่ให้ไปพบ

สรุปแล้ว ธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชนแต่ธรรมศาสตร์ไม่เคยรักฉัน ไม่เคยรักนักศึกษา ไม่แม้แต่จะออกมาสนับสนุนหรือปกป้องนักศึกษา

ธรรมศาสตร์กลัวเสียชื่อเสียงเพราะนักศึกษาทำหน้าที่ของประชาชน

ธรรมศาสตร์กลัวเสียชื่อเสียงจากการที่กลุ่มนักศึกษาพยายามปกป้องอนาคตของประชาชนคนไทย

ธรรมศาสตร์เมินเฉย ธรรมศาสตร์มุดอยู่ในรู ทั้งที่ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยนี้ มาจากการต่อสู้เพื่อประชาชนของนักศึกษารุ่นก่อน

น่าผิดหวังเหลือเกิน ที่ธรรมศาสตร์ลืมที่มาของตัวเอง”