หอการค้าไทย-จีนบุก 22 มณฑลจีน!?! หนุนอุตฯอิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัลดูดนักลงทุนปักหลักอีอีซี คาดปี 64 จีนลงทุนเพิ่ม 20%

567

หอการค้าไทย-จีน เตรียมเดินสายโรดโชว์ 22 มณฑลของจีน ดึงดูดนักลงทุนกลุ่มเป้าหมายเข้ามาตั้งฐานการผลิตในอีอีซี คาดปี 2564 จะมีนักลงทุนจีนเพิ่ม 20% ส่วนใหญ่เข้ามาลงทุนในอุตฯ New S-Curve อิเล็กทรอนิกส์ บริการด้านดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ หุ่นยนต์ เกษตรแปรรูป ขณะคณะผู้บริหารบริษัทเกรทวอลล์ มอเตอร์ฯ เยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แสดงความขอบคุณและชื่นชมนโยบายรัฐบาลมุ่งเน้นการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด

วันที่ 16 ก.พ. 2564 นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน เปิดเผยว่า หลังจากที่นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐเดินหน้ามาตรการกีดกันการค้ากับจีนสานต่อนโยบายสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทในจีนจำนวนมากย้านฐานการผลิตออกนอกจีนเพื่อหลีกสงครามการค้า โดยไทยเป็นเป้าหมายการลงทุนที่สำคัญ

ดังนั้นหอการค้าไทย-จีน จึงเดินหน้าหารือหน่วยงานหอการค้าจีนในไทยที่มีกว่า 22 มณฑล เช่น หอการค้าไทย-เซี่ยงไฮ้ ,หอการค้าไทย-กวางตุ้ง เพื่อเจรจาดึงดูดการลงทุนและประเมินว่ามีอุตสาหกรรมใดบ้างที่จะมาลงทุนไทยเพื่อจะอำนวยความสะดวก ซึ่งหลังการระบาดของโควิด-19 หอการค้าไทย-จีน จะเดินทางไปโรดโชว์ดึงดูดการลงทุนในมณฑลและบริษัทเป้าหมายให้เข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่จะเข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

“หลังโควิด-19 สงบลง จะมีนักลงทุนจากจีนมาไทยจำนวนมาก โดยหอการค้าไทย-จีน จะเร่งเดินสายออกไปโรดโชว์ 22 มณฑล โดยเริ่มจากมณฑลที่มีคนจีนอพยพมาไทยมากที่สุดก่อน เพราะมีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นทางสายเลือกกับคนไทยเชื้อสายจีนทำให้ต่อยอดลงทุนได้ง่าย” 

สำหรับอุตสาหกรรมที่จีนต้องการมาไทยจะมีทั้งเอสเอ็มอีและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยจะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve ที่จะเข้ามาลงทุนใน อีอีซี เช่น อิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูง ธุรกิจบริการด้านไอที ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่จะรองรับระบบ 5จี อุตสาหกรรมที่จะเข้ามาต่อยอดอุตสาหกรรม 4.0 อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ แปรรูปอาหาร และ อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

นอกจากนี้ หอการค้าไทย-จีน ได้ลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐบาล รัฐวิสหกิจ และหน่วยงานเอกชนของจีนหลายหน่วยงาน เช่น องค์กรส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ China Council for the Promotion of International Trade (CCPIT) ที่มีระดับรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งหลังโควิด-19 คลี่คลายมีแผนที่จะนำผู้ประกอบการจีนมาจัดงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ในไทย รวมไปถึงการจับคู่ธุรกิจระหว่างไทย-จีน และในอนาคตจะมีความร่วมมือด้านอื่นตามมา

นายวิวัฒน์ เวศย์ไกรศรี รองประธาน หอการค้าไทย-จีน กล่าวว่า สงครามการค้าเป็นแรงกดดันสำคัญให้ผู้ประกอบการจีนมาลงทุนไทยเพิ่มขึ้น โดยชาวจีนที่ขยายฐานการผลิตเข้ามาในไทย ส่วนใหญ่จะเป็นจีนเชื้อสายแต้จิ้วจากมณฑลทางใต้ของจีนโดยเฉพาะมณฑลกวางตุ้งมากที่สุด ซึ่งคนแต้จิ๋วที่มาลงทุนในไทยนอกจากจะเพราะโครงสร้างพื้นฐานและสิทธิประโยชน์การลงทุนที่ดี อีกสาเหตุ คือ คนเชื้อสายจีนในไทยกว่า 80% จะมีเชื้อสายแต้จิ๋ว ทำให้มีความผูกพันธฺด้านภาษา เชื้อชาติสูง รวมทั้งมณฑลกวางตุ้งมีเมืองสำคัญ คือ เมืองเชินเจิ้น ที่เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของจีนเป็นแหล่งบ่มเพาะเทคโนโลยีสมัยใหม่ และมีเงินลงทุนสูงทำให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะเข้ามาลงทุนไทยเพิ่มขึ้นมาก

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2564 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ นายเจียหมิง จาง ประธานบริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย (Great Wall Motor) พร้อมคณะผู้บริหาร โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ

 

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวยินดีที่บริษัทฯ เล็งเห็นถึงศักยภาพของไทยในการเป็นฐานการลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะการส่งเสริมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าประเภท xEV (Electric Vehical) สอดคล้องกับนโยบาย BCG (Bio-Circular-Green Economy) ของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อลดปริมาณการใช้พลังงานน้ำมันเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

ด้านนายเจียหมิงฯ กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมคารวะ และขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การสนับสนุนการลงทุนในประเทศไทย พร้อมชื่นชมศักยภาพของไทยด้านการผลิตยานยนต์ ซึ่งตรงกับแนวทางของบริษัทฯ ที่เน้นการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งนี้ นอกจากไทยจะได้เปรียบทางยุทธศาสตร์แล้ว ยังมีการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมและดึงดูดการลงทุน

นอกจากนี้ บริษัทฯ วางแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไตรมาสแรกที่จำนวน 80,000 คัน โอกาสนี้ บริษัทได้มอบหน้ากากอนามัยทางการแพทย์จำนวน 500,000 ชิ้น เพิ่อสนับสนุนการดำเนินการของไทยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยสนับสนุนเป็นเวชภัณฑ์แก่บุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 อีกด้วย