ทีวีรัฐสภา ผวา หวั่นถูกสั่งปิด หลัง ฝ่ายค้าน ประกาศลั่น ไม่แก้ไขญัตติ เตรียม อภิปรายพาดพิงสถาบันฯ

1587

ทีวีรัฐสภา ผวาหนัก!! หวั่น “ถูกสั่งปิด” หลัง “ฝ่ายค้าน” ประกาศลั่น “ไม่แก้ไขญัตติ” เตรียม อภิปรายพาดพิงสถาบันฯ!?

ในวันที่ 16 ก.พ.64 เวลาประมาณ 09.50 น. ที่รัฐสภา ทางด้านของ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้แจ้งภายในที่ประชุมว่า ได้รับหนังสือของสถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา มีเป็นการขอความร่วมมือจากสมาชิกทุกคน ตามมาตรา 37 ของพ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 โดยมีรายละเอียดว่า

ห้ามมิให้ออกอากาศรายการที่มีเนื้อหา ที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือที่ผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ มิฉะนั้นสถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาอาจถูกระงับออกอากาศทันที และอาจถูกพัก หรือเพิกถอน การใช้ใบอนุญาต

โดยทางด้านของ นายชวน ได้แสดงความเป็นห่วงอย่างยิ่งจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ทางด้านของ พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ซึ่งมีทั้งตัวนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ และรัฐมนตรีอีก 9 คน โดยซักฟอกลงมติไม่ไว้วางใจ ซึ่งมีประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม โดยได้มีรายละเอียดคร่าวๆว่า

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

จะมีการยื่นไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ บริหารล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ภาวะผู้นำ มีพฤติการณ์ฉ้อฉลทุจริต ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเพื่อสร้างความร่ำรวยให้ตนเองพวกพ้อง ใช้จ่ายงบประมาณโดยไม่รอบคอบ สร้างความแตกแยก ใช้กฎหมายแสวงหาผลประโยชน์ ทำลายผู้เห็นต่าง ไม่ยึดมั่นศรัทธาการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ใช้สถาบันเป็นข้ออ้างแบ่งแยกประชาชนและแอบอ้างใช้เป็นเกราะปิดบังความล้มเหลวของตนเอง

ซึ่งในประเด็นนี้เองที่เกิดเป็นประเด็นให้มีความน่าสนใจว่า พรรคฝ่ายค้าน กำลังจะนำสถาบันพระมหากษัตริย์ เข้ามาอภิปราย ซึ่งหลายๆฝ่ายเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควร

ในเบื้องต้นหลังจากที่ทางด้านของฝ่ายค้านยืนกราน “ไม่ยอมแก้ไข” ต่อมาเวลาประมาณ 10.30 น. ก่อนการเข้าเนื้อหา ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) และวิปรัฐบาล ได้ชี้แจงทำความเข้าใจถึงกรอบการใช้เวลาอภิปราย พร้อมยืนยันจะให้ความร่วมมือเพื่อให้การประชุมดำเนินการอย่างเรียบร้อย

ซึ่งหลายๆคนต่างมองว่า หากทางด้านของ ทีวีรัฐสภา ปล่อยให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี โดยการโยงไปเสียดสีจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ หวั่นจะเกิดปัญหาตามมา เนื่องจากมีประชาชนในประเทศไทยจำนวนมากต่างรอเฝ้าดูการอภิปราย และอาจจะส่งผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจของคนในชาติเป็นอย่างยิ่ง

โดยอาจจะนำมาซึ่งการฟ้องร้องเหมือนที่ สื่อชื่อดัง Voice TV ได้ชอบนำเสนอข้อความเนื้อหา “จาบจ้วงสถาบันฯ” อยู่บ่อยครั้ง ทีวีรัฐสภา ซึ่งเป็นรายการสด จึงจำเป็นที่จะต้องเฝ้าระวัง และรับผิดชอบต่อสังคมให้มากกว่าช่องโทรทัศน์อื่นๆ