ศาสดาสามกีบ ผวาหนัก สั่งปิดเกม ประเมินแล้วไม่มีทางชนะ คนจำนวนมหาศาล “ไม่เอาด้วย

11515

มันจบแล้วจริงๆ!! “ศาสดาสามกีบ” ผวาหนัก ประเมินแล้วไม่มีทางชนะ คนจำนวนมหาศาล “ไม่เอาด้วย” เตือนหยุดใช้ความรุนแรง!!

จากการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ก.พ.64 ที่ผ่านมาของกลุ่มคณะราษฎร ถือว่าเป็นสัญญาณที่พอจะบอกอะไรได้หลายๆอย่าง นั่นก็คือ ประชาชนที่ออกมาร่วมชุมนุมค่อนข้างที่จะบางตา คนจำนวนมากเริ่มถอนตัวไม่เอาด้วย ต่างจากเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.63 ที่เรียกได้ว่ามีมวลชนออกมาร่วมชุมนุมได้หนาแน่นที่สุด และถือว่าเป็นการยกระดับขั้นสุดแล้วของม็อบคณะราษฎร

แต่หลังจากนั้นมา การชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร ค่อนข้างเพิ่มระดับความรุนแรง เพิ่มขีดจำกัดในการปะทะ เริ่มผลักดันให้ประชาชนออกไปเป็นโล่ เข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนกลุ่มแกนนำ และผู้อยู่เบื้องหลัง ไม่เคยแม้แต่จะเข้าปะทะ ซักครั้งเดียว ความรุนแรงเริ่มเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ กระทั่งในวันที่ 13 ก.พ.64 เป็นที่ชัดเจนว่า ม็อบกำลังต้องการปะทะ และใช้ความรุนแรงยกระดับสู่การจลาจล

ทำให้หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 14 ก.พ.64 ทางด้านของ “นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” ผู้ต้องหาหนีคดี ได้โพสต์ข้อความ ถึงการประเมินผ่านทวิตเตอร์ @somsakjeam โดยมีเนื้อหาสื่อไปในทางยอมแพ้ และมองว่าม็อบยังไม่มีความพร้อม เนื่องจากผู้ร่วมชุมนุมเริ่มลดลงแบบบางตา แถมยังเริ่มมีความรุนแรงเกิดขึ้นในทุกครั้งที่มีการชุมนุม ม็อบเริ่มหมดความชอบธรรม โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

“ตอนนี้ ไม่ว่าจะประเมินอย่างไร ต้องบอกว่า เรายังไม่พร้อม ยังมีคนจำนวนมหาศาลที่ยังไม่เอาด้วยกับเรา
นอกจากนี้ เฉพาะหน้า มีเพื่อนเราถูกจับ ไม่ให้ประกัน
เราต้องยึดมั่นในใจไว้ให้ดี การปะทะตอนนี้ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น”

ซึ่งทางด้านของ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ร่วมสนับสนุนม็อบคณะราษฎร ก็ได้แชร์ข้อความดังกล่าวของ “สมศักดิ์ เจียม” โดยเหมือนกับว่าเห็นด้วย ว่าม็อบยังไม่พร้อมจริงๆ

ทั้งนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า นักเคลื่อนไหวรุ่นใหญ่ ที่เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่คอยจูงจมูกผู้ชุมนุม ปลุกให้สู้มาตั้งแต่ต้น และเชื่อมั่นเสมอว่าจะชนะ กลับมาถอดใจเอาเสียแล้ว และจากประโยคดังกล่าวทำให้ผู้ชุมนุม จำนวนมากถึงกับถอดใจ

หลังจากนั้นในวันที่ 15 ก.พ.64 ทางด้านของ “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ถึงประเด็นดังกล่าวโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

#สามนิ้วไปไม่รอด
การที่ม็อบสามนิ้ว พยายามยั่วยุให้เกิดความรุนแรง การปั่นกระแสการทำร้ายแพทย์อาสา การออกมาตำหนิการใช้ความรุนแรงของดาราบางคน ของชมรมแพทย์ชนบท สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์
การกระจายข่าวม็อบของสื่อรับจ้างบางกลุ่ม การปั่นhashtagทำร้ายแพทย์อาสา การยื่นแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคการเมือง การเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่โยงไปสถาบันเบื้องสูง การเสนอหน้าออกมาพูดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ของนายทักษิณ

การขู่กลับมาของม็อบสามนิ้ว ในวันที่ 20 ก.พ. หลังช่วงเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 16-19 ก.พ.นี้ เหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงเป็นเรื่องเดียวกัน ภายใต้การเชื่อมโยงกับต่างชาติ
ต้องขอขอบคุณนักข่าวต่างประเทศบางท่าน ที่ยืนบนความถูกต้องเสนอแต่ความจริง เช่นChannel News Asia จากสิงคโปร์ ที่เอาความจริงไปตีแผ่ให้ชาวโลกรับรู้ว่า พวกม็อบเป็นผู้ใช้ความรุนแรง ไม่ได้ชุมนุมโดยสงบตามปากที่พูด

อยากเตือนพวกสามนิ้วว่า สิ่งที่พยายามกระทำในวันนี้ ประชาชนเขารู้ทันกันทั้งประเทศ เขาเอือมระอากับสิ่งที่เกิด ถ้าไม่ฟังประชาชน ก็ควรจะฟัง Somsak Jeamteerasakul ตัวจริงเสียงจริง ที่บอกว่า
“ตอนนี้ ไม่ว่าจะประเมินอย่างไร ต้องบอกว่า เรายังไม่พร้อม ยังมีคนจำนวนมหาศาลที่ยังไม่เอาด้วยกับเรา”