นางงามสายโม้ “เฌอเอม” โวโดนแก๊สน้ำตา แต่ไม่กล้าให้ปากคำ กลัวจับได้ว่า “โกหก”?

2153

จากรณีที่เฌอเอม-ชญาธนุส ศรทัตต์ อดีตผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ทวีตข้อความหลังโดนแก๊สน้ำตาจากเหตุชุลมุนหลังแกนนำม็อบราษฎร ประกาศยุติชุมนุม โดยบอกว่า “สวัสดีค่ะ ดิฉัน เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์ นางงามคนแรกที่โดนแก๊สน้ำตา”

โดยเจ้าตัวเล่าเหตุการณ์ว่า ไม่มีใครอยากปะทะแก๊สน้ำตานะคะ เรายืนโบกรถอยู่เฉย ๆ ไม่ได้คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรด้วยซ้ำ เพราะอยู่ห่างจากศาลหลักเมืองระดับนึง ทุกอาชีพโดนได้หมด ที่ผ่านมาหมอ การ์ด นักเรียน ฟรีแลนซ์ พี่แกร๊บ ครู พนักงานออฟฟิศก็โดน คำถามคือเราถูกกระทำแลกกับอะไร? และมันสมควรหรือไม่? ต่างหาก

ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น คือเรากินข้าวอยู่กับเพื่อน ซึ่งเป็นกลุ่มราษฎรมูเตลู ไม่ใช่กลุ่มราษฎร แล้วมีคนส่งข่าวมาว่ามีมวลชนเหลืออยู่ตรงศาลหลักเมือง เพื่อนเราจากที่จะกลับที่พักเลยเดินไปดู เราไปส่งก็เดินไปด้วย จนติดตรงเกาะกลางถนน เกาะเล็กเกาะน้อย แถวแม่ธรณีบีบมวยผม ติดกันคนละเกาะเลย พอเดินไปถึงตรงเกาะกลางถนนก็มีเสียงคนตะโกนออกมาว่าให้วิ่ง แต่บางเสียงบอกว่าอย่าวิ่ง จึงพยายามโบกรถให้คนอื่น ๆ ได้ข้ามถนน ตอนนั้นเป็นไฟเขียว จึงมีรถจอดบ้างไม่จอดบ้าง

จากนั้นมีคนตะโกนว่าตำรวจควบคุมฝูงชนมา ให้วิ่งหนีสุดชีวิต เป็นจังหวะเดียวกับที่แก๊สมาตกอยู่ข้าง ๆ พอดี ซึ่งไม่ทันสังเกต เพราะกำลังโบกรถและมองไปที่อีกฝั่งถนน แต่รู้สึกแสบตาจึงรู้ว่าเป็นแก๊สน้ำตา เมื่อเห็นทุกคนวิ่ง แม่ค้าก็ยกแผงหนีและตนจึงวิ่งด้วย

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแถลงข่าว ระบุว่าไม่ได้มีการใช้แก๊สน้ำตา และจะขอเชิญเฌอเอมมาให้ปากคำด้วย ซึ่งเฌเอเอมก็แคปข่าวนี้มาขึ้นไอจีสตอรี่ พร้อมแคปชั่นว่า “ไม่ไปค่ะ” ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่า ทำไมจึงไม่ไปให้ปากคำกับตำรวจ หรือว่าไม่ได้โดนแก๊สน้ำตาจริง หรือแค่อยากมีซีนกันแน่

โดยทางด้านเฌอเอมได้ทวิตถึงเหตุผลที่จะไม่ไปพบตำรวจ ระบุว่า ในขณะที่เรื่องตำรวจทำร้ายทีมแพทย์อาสากำลังเป็นประเด็นร้อนแรง ฝั่งทีมแพทย์ออกมาแถลงทุกวัน ตำรวจดันไม่เชิญพวกเขาไปให้ข้อมูล แต่กลับอยากให้ตัวเองไป มองว่าการที่ตำรวจทำแบบนี้ก็เพื่อจะให้ตนเองช่วยกลบข่าว เพราะตนเองโดนด่าได้ทั้งฝั่งบันเทิงและฝั่งการเมือง เป็นนัยยะทางสื่อที่ถ้าดูไม่ออกก็แย่แล้ว ไม่ต้องการให้เกิดกระแส เพื่อนำไปใช้กลบเรื่องที่ควรโฟกัสจริง ๆ ซึ่งตนอเองเป็นแค่คนที่ยืนโบกรถอยู่ตรงนั้น แล้วคลิปก็มีอยู่ทั่วอินเตอร์เน็ต ตำรวจไม่จำเป็นต้องเชิญเลยด้วยซ้ำ และตอนนั้นตนเองเองก็วิ่งสุดชีวิต ไม่ได้เก็บตัวอย่างสารเคมีมา การเชิญไปให้ปากคำจึงเป็นเรื่องไร้สาระ

นอกจากนี้เฌอเอม ยังโดนทวงคำว่านางงาม โดยหลายคนมองว่าเธอเป็นเพียงผู้เข้าประกวดเท่านั้น ยังไม่ได้ชนะ ซึ่งเฌอเอมก็ตอบโต้กลับว่า ถ้านับอย่างนั้นก็เท่ากับว่าเธอผ่านการประกวดไปครึ่งทางแล้ว จะเป็นก็ได้ ไม่เป็นก็ได้ แต่วงการนางงามได้เงินจากเธอไปเยอะ ก็เท่ากับว่าเธอเป็นนางงาม เพราะผลิตเม็ดเงินในขณะครองสิทธิ์ผู้เข้าประกวด ถ้าไม่อยากนับเธอเป็นนางงาม ก็ต้องตัดคุณูปการที่เคยทำให้ด้วย เพราะตราบใดที่มันมีอยู่ อิทธิพลและตัวตนของเธอในฐานะนางงามก็ต้องอยู่ด้วย เช่น แพทเทิร์นการตอบคำถามของเธอ ถึงจะหวงคำว่านางงามไม่ให้เธอใช้ แต่ก็คงเถียงไม่ได้ว่าเธอคือผู้เข้าประกวดที่เปลี่ยนวงการนี้ได้ไกลที่สุดในชั่วขณะหนึ่ง โดยที่ยังไม่ชนะ

 

ล่าสุดน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังเดินทางไปที่ สน.ทองหล่อ เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ “เฌอเอม-ชญาธนุส ศรทัตต์” จากกรณีที่โพสต์ข้อความระบุว่า “เป็นนางงามคนแรกที่โดนแก๊สน้ำตา” จากการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา⁣⁣⁣
#แจ้งความพรบ.คอมฯ #ไม่ได้เป็นนางงาม #ไม่ได้ใช้แก๊สน้ำตา

เมื่อนางสาวชญานุส ศรทัตต์ (เณอเอม) ได้ทวีตข้อความว่า สวัสดีค่ะ ดิฉัน เณอเอม ชญานุส ศรทัตต์ นางงามคนแรกที่โดนแก๊สน้ำตา ซึ่งปรากฏตามสื่อว่านางสาวชญานุสฯได้เข้าร่วมการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 กุมภาพ้นธ์ 2564 บริเวณอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย

จากโพสต์ข้อความดังกล่าว ทำให้สื่อและสังคมเข้าใจว่ามีการใช้แก๊สน้ำตาในการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ก.พ.2564 ส่งผลให้ พล.ต.ท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องออกมาแถลงข่าวชี้แจ้งว่าไม่มีการใช้แก๊สน้ำตา


อีกทั้งการโพสต์ข้อความโดยใช้คำว่า นางงาม ก็เป็นการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ เพราะทำให้สังคมเข้าใจว่า นางสาวชญานุส เป็นนางงาม ซึ่งข้อเท็จจริงนางชญานุส เป็นเพียงผู้สมัครเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์เท่านั้น การโพสต์ข้อความดังกล่าว ส่งผลให้สังคมเข้าใจผิด เกิดความเสียหาย และเป็นการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ เป็นอาญาแผ่นดิน

สำหรับ “เฌอเอม” นางสาวชญานุส ศรทัตต์ เป็นหนึ่งในผู้ประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ที่ผ่านมา และได้มีประเด็นดราม่าในกองประกวด จนต่อมาถูกตัดสิทธิ์ คือมีพี่เลี้ยงแฝงตัวทำงานอยู่ในกองประกวด แม้เจ้าตัวจะออกมาแถลงชี้แจงว่าไม่ได้ทำผิดกฎ แต่รู้จักกับพี่เลี้ยงที่เป็นทีมงานของกองประกวดจริง โดยทาง “คุณปุ้ย ปิยะภรณ์ แสนโกศิก” และ “คุณณะ ณรงค์ เลิศกิตศิริ” ในฐานะ National Director Miss Universe Thailand 2020 ได้ออกมาชี้แจงกรณีของ “เฌอเอม” ว่า มีหลักฐานชัดเจนว่าเฌอเอมทำผิดกฎ และเพื่อความยุติธรรมกับผู้ประกวดคนอื่น ต้องตัดสิทธิ์ในรอบ 30 คนสุดท้าย และที่ผ่านมาเฌอเอมมักจะเคลื่อนไหวสนับสนุนม็อบ 3 นิ้วมาโดยตลอดด้วย