รองเลขาฯก้าวไกล ทัวร์ลงหนัก! โดนขุดเคยร่วมกปปส. เจ้าตัวสวนสาวกส้ม

7105

จากที่มีการเปิดเผยรายชื่อ 9 ส.ส. พรรคก้าวไกล ที่ไม่ขอลงชื่อยื่นแก้กฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเป็นการสวนมติพรรค ทำให้หลายคนโดนโจมตีอย่างรุนแรง โดยเฉพาะรองเลขาฯพรรค มีการขุดภาพในอดีตที่เคยร่วมม็อบกับอีกฟากฝ่ายหนึ่งมาเรียกทัวร์ลงอย่างหนัก

ทั้งนี้เพราะเมื่อได้มีการเปิดเผยรายชื่อดังกล่าวออกมา ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนผู้ชุมนุม และต้องการให้แก้ มาตรา112 ต่างเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก และเข้าไปโจมตีเหล่า ส.ส.พรรคส้มที่เห็นต่างในประเด็นดังกล่าว พร้อมทั้งตราหน้าว่าเป็นงูเห่าด้วย

ต่อมามีความเคลื่อนไหวจาก น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล และส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 3 บางคอเเหลม ซึ่งเป็น 1 ใน 9 ส.ส. ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว เพื่อชี้แจงถึงสาเหตุไม่ร่วมลงชื่อแก้ไขมาตรา 112 ว่า

“จากประเด็นเรื่องยื่นแก้ไข 112 ที่หลายท่านสอบถามเหตุผลว่าทำไมดิฉันจึงไม่ได้ร่วมลงชื่อ

ดิฉันขอบคุณที่หลายๆท่านสอบถามมาอย่างเป็นกลางและให้โอกาสดิฉันในการอธิบาย

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ดิฉันอยากบอกทุกท่านว่า ตั้งแต่วันแรกที่มาร่วมมากับพรรคอนาคตใหม่ จนกระทั่งโดนยุบพรรค จนเดินทางมาถึงพรรคก้าวไกล ดิฉันยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ และจริงใจกับเพื่อนร่วมพรรคและประชาชนเสมอ

ดิฉันขอชี้แจงว่า โดยหลักการแล้ว ดิฉันเห็นด้วยกับการแก้ไขม.112 เพราะยังยืนยันว่ายึดมั่นเรื่องหลักการของสิทธิมนุษยชน และม.112 ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ดิฉันมีเหตุผลและบริบทส่วนตัว ที่ทำให้ไม่สามารถร่วมลงชื่อกับเพื่อนสส.ในพรรคได้ ซึ่งขอสงวนที่จะไม่อธิบายในรายละเอียด เพราะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนและอาจกระทบต่อผู้อื่น

และในที่ประชุมสส. ดิฉันได้พูดคุยกับหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค รวมถึง เพื่อนสส.ทุกท่าน อย่างจริงใจ และทุกท่าน ก็เข้าใจในเหตุผลส่วนตัวและเคารพการตัดสินใจของดิฉัน

และเพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกท่าน ตามกฎหมายแล้ว การยื่นเสนอแก้กฎหมายต่อสภา ต้องการชื่อสส.อย่างน้อย 20 คนเพื่อร่วมลงชื่อ ดังนั้น การที่ดิฉันไม่ได้ร่วมลงชื่อ จึงไม่ได้เป็นการสร้างผลเสียหายต่อกระบวนการยื่นแม้แต่น้อย แต่ดิฉันเข้าใจ ว่าอาจจะส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนบางส่วนที่เลือกดิฉัน เพราะคาดหวังให้ดิฉันและสส.ทุกคน ต้องทำตามมติพรรค

แต่ดิฉันคิดว่า พรรคการเมืองก็เป็นสังคมหนึ่ง ที่ไม่จำเป็นว่า คนทุกคนต้องเห็นเหมือนกัน หรือ มีการกระทำที่เหมือนกันในทุกเรื่อง และนี่คือประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ที่ผ่านมา ดิฉันพิสูจน์ตัวเองโดยทำงานเพื่อประชาชนในเขต ทำงานเพื่อพรรคในหลายหน้าที่ ทำตามมติพรรค100% และเป็นหนึ่งเสียงของพรรคในการโหวตไม่เอาเรือดำน้ำ ตอนอยู่ในกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯ เมื่อตอนพิจารณางบประมาณปี 64

แต่ประชาชนบางท่าน อาจตัดสินไปแล้ว ว่าดิฉันจะเป็นงูเห่า จากการกระทำของดิฉันครั้งนี้เพียงครั้งเดียว และมีบางท่านเรียกร้องให้ดิฉันลาออก

อย่างที่ดิฉันพูดเสมอมา ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ คนใกล้ตัวและคนที่เคยคุยกับดิฉันจะทราบดีว่า ดิฉันไม่เคยยึดติดกับตำแหน่งส.ส.

หากมีประชาชนจำนวนมากที่เลือกดิฉัน ไม่พอใจกับการตัดสินใจของดิฉันในประเด็นนี้ ดิฉันพร้อม “พิจารณา” ตัวเอง ในการลงเลือกตั้งครั้งหน้า

สุดท้าย ดิฉันจะไม่พูดและไม่ขอให้ทุกท่านกลับมาเชื่อมั่นในตัวดิฉัน แต่ขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์การกระทำ

หลังจากนี้ดิฉันยังคงทำงานให้ประชาชนในพื้นที่เขตยานนาวาและบางคอแหลม

ทำงานในสภา ในฐานะสส.พรรคก้าวไกล

ทำงานให้พรรคก้าวไกลในฐานะรองเลขาธิการพรรค และคณะกรรมการยุทธศาสตร์กรุงเทพมหานครเหมือนเดิม”

นั่นเองทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล ได้เข้ามาโจมตี น.ส.วรรณวรี อย่างรุนแรงเป็นจำนวนมาก และยังได้เรียกหาคำตอบ ที่ไม่ร่วมลงชื่อแก้ ม.112

โดยพบว่าส่วนใหญ่เป็นแนวร่วมม็อบราษฎร ที่แห่เข้ามาคอมเม้นท์โจมตีหรือไม่เห็นด้วยกับจุดยืนของ น.ส.วรรณวรี เช่น นายศศิพัฒน์ พงษ์ประภาพันธ์ หรือ กาณฑ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เขียนคำหยาบคายว่า “อี…ตอ…” พร้อมกับโพสต์รูปในอดีตของ น.ส.วรรณวรี เมื่อครั้งร่วมชุมนุมเป่านกหวีดกับม็อบ กปปส.

ถ้าเลือกพรรคส้มอีก ต้องระวังหน่อยครับ

นกหวีดค้ำคอ แน่เลย

อย่างไรก็ตามสำหรับรายชื่อ 9 ส.ส. พรรคก้าวไกล ที่ไม่ขอลงชื่อยื่นแก้กฎหมายอาญามาตรา 112 โดยทั้ง 9 คน มีดังนี้คือ 1.นายวินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2.นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3.นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

4.น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. 5. นายทศพร ทองศิริ ส.ส.กทม. 6.นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. 7.นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี 8.นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย และ 9.นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย

นอกจากน.ส.วรรณรวี ที่ออกมาชี้แจงแล้ว ยังพบว่าก่อนหน้านี้ นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็กล่าวถึงร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เกี่ยวกับการหมิ่นประมาทสถาบันกษัตริย์ ตาม ป.อาญา ม.112 การหมิ่นประมาทประมุขหรือผู้แทนรัฐต่างประเทศ และการหมิ่นประมาทบุคคล ของพรรคก้าวไกล ที่ตนไม่ได้ร่วมลงนามด้วยนั้น เรื่องนี้ทางพรรคเข้าใจ ให้เอกสิทธิ์ส.ส. เหตุที่ไม่ลงนามด้วย เพราะมองในแง่หลักการ บางอย่างยังไม่ถึงเวลา ตามหลักการกฎหมายแม้จะเขียนออกมา แต่ถ้าคนไม่ได้ทำผิด ก็ไม่เป็นปัญหาต่อคนนั้นๆ

อีกทั้งขนบธรรมเนียมแต่ละประเทศ แตกต่างกัน ประเทศไทยมีระเบียบการปกครองเป็นเอกลักษณ์ มีลักษณะเฉพาะพิเศษ การเสนอกฎหมายดังกล่าว พรรคก้าวไกลก็มีหลักการ เหตุผลในส่วนของพรรค ส่วนส.ส.ที่ไม่ได้ลงนามด้วยทั้งหมด 9 คน ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนทางพรรคเข้าใจ เพื่อนส.ส.ที่ไม่ได้ร่วมลงนามนั้น เป็นใครบ้าง ตนไม่ทราบ เพราะถือว่าโดยมารยาทเรา ไม่ควรบอกชื่อเขา เรื่องนี้เป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัว

“ที่ถามว่า การไม่ลงนามด้วยกับทางพรรค จะถูกตั้งกรรมการสอบสวนหรือไม่นั้น เท่าที่พบกับหัวหน้าพรรค คนอื่นๆ ไม่มีปฏิกิริยาอะไร ยังพูดคุยกันด้วยดี ทุกคนเข้าใจ ก่อนหน้าก็ไม่เคยฝืนมติพรรค เพียงแต่บางเรื่องก็ขอเอาเหตุผล หลักการเป็นหลัก แม้ความคิดเห็นกรณีนี้ จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลบ้าง เข้าใจได้ เราเป็นบุคคลสาธารณะ จึงถูกวิจารณ์ได้ในเรื่องความเห็นต่าง” นายคารม กล่าว

ก็คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า จะมีส.ส.ของพรรคก้าวไกล ออกมาชี้แจงถึงเหตุผลและจะโดนแนวร่วมม็อบโจมตี ขุดประวัติอะไรออกมาอีกหรือไม่ แต่ที่แน่ๆคือ ไม่มีความเป็นประชาธิปไตยในพรรคแห่งนี้ และคนกลุ่มนี้อย่างที้ปากอ้าง เพราะไม่เคยยอมรับแต่เสียงส่วนน้อยหรือความเห็นต่างจากคนอื่นเลย