โฆษกพรรคเพื่อไทย ขาดสติ บิดเบือนข้อมูล หลังออกตัวอุ้ม “แก๊งสามกีบ” ระวังผิดกฎหมายเสียเอง

2546

ระวัง ผิดกฎหมายเสียเอง!! โฆษกพรรคเพื่อไทย สุดอ่อนหัด บิดเบือนข้อมูล หลังออกตัวอุ้ม “แก๊งสามกีบ” แบบขาดสติ!!

ในวันที่ 12 ก.พ.64 ทางด้านของ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้เปิดเผยถึงการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 ก.พ.64 โดยได้เปิดเผยว่าทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้แก๊สน้ำตา ส่งผลให้มีผู้ชุมนุม ที่ปราศจากอาวุธ ได้รับบาดเจ็บ

โดยทางด้านของ น.ส.อรุณี ยังได้เปิดเผยอีกด้วยว่า การปฏิบัติกับผู้ชุมนุมที่ผ่านมา ยังขัดกับหลักสากลและหลักสิทธิมนุษยชน สวนทางกับประชาคมโลกที่ต่อต้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ พร้อมทั้งยังได้เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ได้แสดงความกังวลในการดำเนินคดีของประเทศไทย ต่อมาในวันที่ 9 ก.พ. เจ้าหน้าที่ได้จับตัว 4 แกนนำ จึงเกรงว่าจะขาดความชอบธรรมจากนานาประเทศ

นอกจากนี้ทางด้านของ น.ส.อรุณี ยังได้กล่าวต่ออีกด้วยว่า อยากให้พล.อ.ประยุทธ์มองสถานการณ์การเมืองและรัฐประหารยึดอำนาจในเมียนมาเป็นตัวอย่าง หากไทยยังคงใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม อาจทำให้สหรัฐเพ่งเล็งมาที่ไทย และจะกระทบกับการค้าการลงทุนระหว่างกันได้ในอนาคต เพราะไทยส่งออกไปสหรัฐมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

หลังจากที่ทางด้านของ น.ส.อรุณี ออกมาพูดได้ไม่นาน ต่อมาทางด้านของ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ก็ได้ออกมาตอบโต้ โดยการเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ทำตามขั้นตอนหลักสากล พร้อมขอให้โฆษกพรรคเพื่อไทยอย่าตำหนิรัฐบาลหรือโยนความผิดให้กับเจ้าหน้าที่เท่านั้น ขอให้มองการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย อย่าเข้าข้างกลุ่มผู้ชุมนุม จนกลายเป็นให้ท้ายผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมายเสียเอง

ทั้งนี้ในส่วนของ ที่ทางด้าน น.ส.อรุณี ได้กล่าวว่า ปรึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ได้แสดงความกังวลในการดำเนินคดีของประเทศไทยนั้นก็ไม่เป็นความจริง ซึ่งทางด้านของ พลเอกณัฏพล นาคพาณิชย์เลขา สมช. ก็ได้เปิดเผยว่าที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐฯโทรศัพท์มาพูดคุยนั้น เป็นการแนะนำตัวสร้างความคุ้นเคยเพื่อประสานงานตามธรรมเนียม โดยไม่มีการพูดคุยเรื่องการเมือง หรือการบังคับใช้กฎหมายมาตรา 112 กับผู้จาบจ้วงให้ร้ายสถาบัน ตามที่โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวอ้างแต่อย่างใด

ซึ่งท้ายที่สุดทางด้านของ นายสุภรณ์ ยังได้กล่าวแสดงความเป็นห่วง พรรคเพื่อไทยที่ใช้โฆษกแต่ละคนอ่อนหัด และอ่อนพรรษาทางการเมือง ยิ่งจะทำให้พรรคเสื่อมและสิ้นศรัทธาจากประชาชนตลอดจนสมาชิกพรรคจะเบื่อหน่ายเอือมระอา จนในที่สุดพรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคต่ำสิบหรือสาปสูญสิ้นสลายหายไปจากวงการเมืองไทยในเร็ววันนี้