ชำแหละอนค.-ก้าวไกล:ผี2475ในหลุมเดียวกัน? ดร.อานนท์เฉลยตัวเลขฟ้อง24,062,475

1461

กลายเป็นว่าที่พรรคก้าวไกลต้องการค่าเสียหายจากการฟ้องหมอวรงค์ กับทนายณฐพร เป็นเรื่องที่ผูกโยงกับการยึดอำนาจเมื่อปี2475 โดยถูกแฉว่านี่เป็นอีกครั้งที่คนพรรคนี้มีพฤติกรรมย้อนแย้งจมอยู่กับอดีตในขณะเรียกร้องถึงความก้าวหน้า ถึงอนาคตใหม่ที่ดีกว่า แต่กลับกลายเป็นกรประจานตัวเอง!?!

จากที่เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 นายณัฐวุฒิ​ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เดินทางมาที่ศาลอาญาเป็นตัวแทนในนาม พรรคก้าวไกล เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดี 2 สำนวน สำนวนแรกฟ้องต่อ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้ก่อตั้งพรรคไทยภักดี เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

และอีกสำนวนฟ้องต่อ นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และแจ้งหรือกล่าวหาอันเป็นความเท็จว่าพรรคการเมืองกระทำความผิดกฎหมายพรรคการเมือง ตามมาตรา 101 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560

ทั้งนี้นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คดีฟ้อง นพ.วรงค์ ฟ้องการกระทำเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2564 และเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2564 คือการแถลงข่าวและการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว มีลักษณะก่อให้เกิดความเสียหายต่อพรรค พรรคจำเป็นต้องปกป้องสิทธิ เกียรติยศชื่อเสียงของพรรค และสมาชิกพรรคที่ได้รับผลกระทบจากการให้ข้อมูลดังกล่าว เราจะฟ้องเป็นคดีอาญา เรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง จำนวนเงิน 24,062,475 บาท และเรียกร้องให้ นพ.วรงค์ หยุดพฤติการณ์อันเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายอีก

ส่วนคดีที่สอง ฟ้องนายณฐพร ที่อ้างเคยเป็นที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวหาพรรคก้าวไกลละเมิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายที่เกี่ยวข้องกับความผิดฐานหมิ่นประมาท ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน และข้อหาตามมาตรา 101 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง คือกล่าวหาพรรคการเมืองโดยรู้อยู่แล้วว่าข้อความดังกล่าวเป็นเท็จ และเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง จำนวนเงิน 24,062,475 บาทเช่นเดียวกัน

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ขณะที่ ดร.ณฐพร โตประยูร ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีถูกพรรคก้าวไกลฟ้องว่า  ตั้งแต่เรียนจบกฎหมายมาก็เพิ่งได้ถูกฟ้องคดีที่เรียกค่าเสียหายจากการปฏิวัติ 2475 ในคำฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 24,062,475 บาท พอเห็นตัวเลขก็ถึงบางอ้อ คือ 24 ล้านมาจากวันที่ 24 เดือน 06 คือเดือน มิถุนายน พ.ศ.2475  คดีนี้จึงขอยื่นคำร้องขอไต่สวนไม่ต้องรอเดือนมิถุนายน ตามที่ศาลกำหนดเพราะเป็นคดีที่จำเลยพร้อมจะต่อสู้คดี

ด้านนายแพทย์ วรงค์ ก็พูดถึงกรณีที่โดนพรรคก้าวไกลฟ้องผ่านเฟซบุ๊กด้วยว่า  # พรรคก้าวไกลฟ้องผม รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ปกป้องมาตรา 112 และสถาบันเบื้องสูง แต่ถูกพรรคก้าวไกลฟ้องเป็นคดีอาญา และเรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง จำนวนเงิน 24,062,475 บาท

“พวกคุณนี่ช่างย้อนแย้งเสียจริงๆ ตอนคนอื่นฟ้องพวกคุณ ก็กล่าวหาว่า นิติสงครามบ้าง เอากฏหมายมาปิดปากบ้าง ที่สำคัญ กฏหมายมาตรา 112 ก็ลดบทลงโทษเหลือ จำคุกไม่เกิน 1ปี หรือปรับแค่สามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ตอนพวกคุณฟ้องผม พวกคุณจะเอาผมตั้ง 24 ล้านบาท

ฝากพรรคก้าวไกลด้วยครับว่า ผมไม่รู้สึกกลัวพวกคุณเลย กลับภูมิใจ พอมีคนทราบข่าวนี้ มีคนขอจองเป็นทนายให้ผมหลายคน ทั้งคุณณฐพร โตประยูร ทั้งคุณราเมศ รัตนเชวง และหัวหน้าฝ่ายกฏหมายไทยภักดี แต่ขอเตือนไว้นิดนะครับ ระวังคดีจะเหมือน คดีเมย์เดย์เมย์เดย์นะ เพราะโจทย์จะหนีจำเลย”

ล่าสุดวันนี้ 12 กุมภาพันธ์ 2564  ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (NIDA) ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงความย้อนแย้งของคนพรรคก้าวไกล ว่า

“ร่านเมากาวคลั่ง 2475 ไม่ได้ใช้หลักการบ้าบออะไรคำนวณค่าเสียหายเลย ตัวเลข 24-06-2475 หรือ 24,062,475 ไม่มี legal reasoning เลย โง่มาก และ ชั่วมาก

พรรคใกล้กาวฟ้องหมอวรงค์และคุณณฐพร ข้อหาหมิ่นประมาทคนละ 24,062,475บาท (ดูตัวเลขสิ ขำมั้ย=24 06 2475 ไหนว่าก้าวหน้า ไหนว่าไม่ยึดติดกับอดีต ไหนว่าเท่าเทียม)

แต่ตัวเองต่อต้านและจะแก้กฎหมายหมิ่นสถาบัน ชาวโลกสวยนี่ไม่รู้สึกถึงความย้อนแย้งกันบ้างเหรอครับ พฤติกรรมซ้ำซาก เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าขนาดนี้ยังมองอะไรไม่ออกกันอีกเหรอ”

กระนั้นเองที่ต้องตรวจสอบว่า พรรคก้าวไกลมีความคิดเห็นอย่างไรต่อเหตุการณ์ 2475 ซึ่งทีมข่าวเดอะทรูธก็พบคำตอบ ทั้งจากอดีตที่ยังอยู่ในคราบพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่า แค่ส่งไม้ต่อ เปลี่ยนมือกันทำงานเท่านั้น

หากย้อนไปเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2562 ที่ห้องประชุมวิทยาลัยปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น  นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคในขณะนั้น ได้ร่วมเสวนาหัวข้อ “24 มิถุนา วันประชาธิปไตย และการคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น”

โดยนายธนาธร กล่าวบางช่วงว่าตลอด 87 ปี ที่ผ่านมา การสถาปนาอำนาจของพลเมืองยังไม่จบ ยังมีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนที่มีสิทธิ์เสียงเหนือกว่าประชาชนพลเรือนคนอื่น ยังมีเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ ยังถูกคุกคาม ถูกละเมิด นี่คือผลจากการที่เราไม่ช่วยกันปกป้องการอภิวัฒน์ หน้าที่พลเมืองที่สำคัญอย่างหนึ่งคือต่อต้านการรัฐประหาร และปกปกป้องประชาธิปไตย แต่เหมือนที่ผ่านมาเราหลงลืมกันไป

“ขอยืนยันอีกครั้งว่า ภารกิจที่ยังทำไม่สำเร็จในวันนี้ และเราพรรคอนาคตใหม่จะสานต่อนั่นคือ การสร้างประชาธิปไตยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ภารกิจ 2475 ไม่ใช่ล้มล้างสถาบันอย่างที่เราถูกใส่ร้าย เราเชื่อมั่นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์จะมั่นคงสถาพร เมื่อประชาธิปไตยเข้มแข็ง อยากให้ทุกท่านให้ความสำคัญกับ วันที่ 24 มิถุนายน 2475 ช่วยกันฟื้นฟูวัฒนธรรมอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ร่วมกันสถาปนาระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคง” นายธนาธร กล่าว

ด้าน นายปิยบุตร กล่าวถึงบทบาทสำคัญของคณะราษฎร โดยเฉพาะการกระจายอำนาจที่สัมพันธ์กับการปฏิวัติ 2475 บางช่วงว่า คณะราษฎรที่ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้สถาปนาหลักการรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ โดยมีหลัก 6 ประการ ได้แก่ เอกราช ปลอดภัย เศรษฐกิจ เสมอภาค เสรีภาพ และการศึกษา คือภารกิจสำคัญที่จะดำเนินการ

หลักการกระจายอำนาจ คณะราษฎรเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วมีการออกกฎหมายที่ให้ความสำคัญกับเรื่องท้องถิ่น นั่นคือ พ.ร.บ. เทศบาล 2476 ซึ่ง นายปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้ผลักดัน เป็นต้นแบบเรื่องยุติการรวมศูนย์อำนาจ โดยให้คนท้องถิ่นเลือกผู้บริหารด้วยตนเอง แต่อย่างไรก็ตามก็ทำไม่สำเร็จ สุดท้ายถูกส่วนกลาง ถูกกระทรวงมหาดไทยดึงอำนาจกลับ เพิ่งจะมาเกิดขึ้นอีกครั้งหลังมีรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งอำนาจอยูกับท้องถิ่นได้อีกสักพักก็ถูกดึงกลับอีก และคราวนี้เหมือนจะถอยหลัง โดยรัฐประหาร 2 ครั้งล่าสุด

“ขอย้ำอีกครั้งว่า อำนาจแต่เดิมนั้นอยู่ที่เรา เขาเอาไป ต้องยุติการรวมศูนย์อำนาจได้แล้ว พรรคอนาคตใหม่ จึงใช้ชื่อนโยบายในการหาเสียงว่า ยุติระบบราชการรวมศูนย์ ที่ต้องการจะให้อำนาจคืนกลับไปอยู่ที่ท้องถิ่นจริงๆ  ด้วยหลักการพื้นฐานที่ว่า 1.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้ง 2.ท้องถิ่นมีอำนาจในการบริหารจัดการบริการสาธารณะในพื้นที่ 3.มีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการงบประมาณ 4.มีบุคลากรท้องถิ่นเป็นของตัวเอง และ 5.ราชการส่วนกลางทำหน้าที่กำกับดูแลไม่ใช่การบังคับบัญชา” นายปิยบุตร กล่าว

24 มิถุนายน 2563 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ออกแถลงการณ์เนื่องในวาระ ครบรอบ 24 มิ.ย. 2475 “88 ปี อภิวัฒน์สยาม ภารกิจสถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชน” โดยมีเนื้อหาบางส่วนระบุว่า

“หมุดหมายสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ชาติไทยนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงการปกครองเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนวิถีชีวิตของประชาชนชาวไทยไปโดยสิ้นเชิง เพราะคือการเปลี่ยนจากการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนทุกคนเสมอภาคกันเบื้องหน้ากฎหมาย มีรัฐสภาและมีรัฐบาลที่ยึดโยงกับประชาชน ทำให้ประชาชนคือผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ

เส้นทางแห่งประชาธิปไตยเป็นหนทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามในประเทศแห่งนี้ ยังคงเป็นภารกิจที่ยังไม่เสร็จสิ้น ยังคงมีการรัฐประหารจากคณะบุคคลยึดอำนาจไปจากประชาชน หรือการที่อำนาจของประชาชนถูกลดทอนกลับไปเป็นจำนวนมาก

สำหรับวันนี้ 24 มิถุนายน 2563 เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณูปการของคณะผู้ริเริ่มการอภิวัฒน์ และสถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชนที่ยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์นี้ พรรคก้าวไกลพร้อมผลักดันให้เกิดสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนเพื่อสถาปนารัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง”

นั่นคือข้อความที่หัวหน้าพรรคก้าวไกล อันถือกำเนิดมาจากพรรคอนาคตใหม่ เป็นการสืบต่อกันมา ทั้งคนและอุดมการณ์พรรค ซึ่งย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า พวกเขา มีความคิดที่ดำรงอยู่ในแนวทางเดียวกัน นั่นคือการพุ่งเป้าไปที่ สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งนับวันยิ่งชัดเจนว่าพวกคิดอะไร???