หากแก้ ม.112 ตาม “คณะส้ม” ต้องการ กฎหมายปกป้อง “พรรคก้าวไกล” จะร้ายแรงกว่า “ปกป้องสถาบันฯ” หลายเท่าตัว

1136

เทียบกันชัดๆ!! หากแก้ ม.112 ตาม “คณะส้ม” ต้องการ กฎหมายปกป้อง “พรรคก้าวไกล” จะร้ายแรงกว่า “ปกป้องสถาบันฯ” หลายเท่าตัว!?

ในวันที่ 11 ก.พ.64 ทางด้านของ นายณัฐวุฒิ​ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล, นายปดิพัทธ์​ สันติภาดา​ ส.ส.พิษณุโลก และ​ นายณัฐชา​ บุญไชยอินสวัสดิ์​ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล​ ได้เดินทางมาที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ในฐานะตัวแทน “พรรคก้าวไกล” เพื่อยื่นฟ้องคดี รวมทั้งสิ้น 2 สำนวน

ซึ่งในสำนวนแรกฟ้องต่อ “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” ผู้ก่อตั้งพรรคไทยภักดี เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กับอีกสำนวนฟ้องต่อ “นายณฐพร โตประยูร” อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และแจ้งหรือกล่าวหาอันเป็นความเท็จว่าพรรคการเมืองกระทำความผิดกฎหมายพรรคการเมือง ตามมาตรา 101 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560

ซึ่งทางด้านของ นายณัฐวุฒิ ได้กล่าวว่า จะฟ้องเป็นคดีอาญา เรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง จำนวนเงิน 24,062,475 บาท และเรียกร้องให้ นพ.วรงค์ หยุดพฤติการณ์อันเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายอีก

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ล่าสุดทางด้านของ นพ.วรงค์ ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ว่า พรรคก้าวไกลฟ้องผม

ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ปกป้องมาตรา 112 และสถาบันเบื้องสูง แต่ถูกพรรคก้าวไกลฟ้องเป็นคดีอาญา และเรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง จำนวนเงิน 24,062,475 บาท

พวกคุณนี่ช่างย้อนแย้งเสียจริงๆ ตอนคนอื่นฟ้องพวกคุณ ก็กล่าวหาว่า นิติสงครามบ้าง เอากฏหมายมาปิดปากบ้าง ที่สำคัญ กฏหมายมาตรา 112 ก็ลดบทลงโทษเหลือ จำคุกไม่เกิน 1ปี หรือปรับแค่สามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ตอนพวกคุณฟ้องผม พวกคุณจะเอาผมตั้ง 24 ล้านบาท

ฝากพรรคก้าวไกลด้วยครับว่า ผมไม่รู้สึกกลัวพวกคุณเลย กลับภูมิใจ พอมีคนทราบข่าวนี้ มีคนขอจองเป็นทนายให้ผมหลายคน ทั้งคุณณฐพร โตประยูร ทั้งคุณราเมศ รัตนเชวง และหัวหน้าฝ่ายกฏหมายไทยภักดี แต่ขอเตือนไว้นิดนะครับ ระวังคดีจะเหมือน คดีเมย์เดย์เมย์เดย์นะ เพราะโจทย์จะหนีจำเลย

ทั้งนี้หลังจากที่ข่าวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ได้มีทนายความชื่อดัง ได้ติดต่อมาทางด้านของ นพ.วรงค์ เพื่อที่จะขอมาเป็นทนายความในคดีดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

ซึ่งทั้งนี้หากว่านำการฟ้องร้องในคดีหมิ่นประมาทพรรคก้าวไกลไปเทียบกับ การหมิ่นประมาทสถาบันกษัตริย์ ตาม ป.อาญา ม.112 การหมิ่นประมาทประมุขหรือผู้แทนรัฐต่างประเทศ และการหมิ่นประมาทบุคคล ที่พรรคก้าวไกลเสนอแก้ไข เรียกได้ว่าความรุนแรง ในการปกป้องสถาบันชาติ ต่ำกว่า พรรคการเมืองฝ่ายค้าน อย่าง พรรคก้าวไกล เสียด้วยซ้ำ โดยได้หยิบยกบ้างช้วงบางตอนมาให้ท่านผู้อ่านได้เห็นดังต่อไปนี้

ลักษณะ ๑/๒

ความผิดเกี่ยวกับพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และเกียรติยศของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

มาตรา ๑๓๕/๕ ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๓๕/๖ ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๓๕/๗ ผู้ใดติชม แสดงความคิดเห็น หรือแสดงข้อความใดโดยสุจริต เพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อธำรงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ ผู้นั้นไม่มีความผิดตามมาตรา ๑๓๕/๕ และมาตรา ๑๓๕/๖

มาตรา ๑๓๕/๘ ความผิดฐานในลักษณะนี้ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดพิสูจน์ได้ว่าข้อที่หาว่าเป็นความผิดนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

แต่ห้ามมิให้พิสูจน์ ถ้าข้อที่กล่าวหาว่าเป็นความผิดนั้นเป็นเรื่องความเป็นอยู่ส่วนพระองค์หรือความเป็นอยู่ส่วนตัว แล้วแต่กรณี และการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน

มาตรา ๑๓๕/๙ ความผิดในลักษณะนี้เป็นความผิดอันยอมความได้