ชำแหละ “คณะตีหม้อ” กับเหตุผลที่ม็อบจุดไม่ติด แป้กหนัก หน้าอายมาก

730

หลังจากที่ม็อบ 10 กุมภา บริเวณลานหอศิลป์ แยกปทุมวันจบลง โดยเมื่อเวลา 20.47 น.ที่ สน.ปทุมวัน กลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ได้รับการปล่อยตัวทั้งหมดแล้ว และนายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ ที่ได้สลับขึ้นปราศรัย ได้พูดถึงใจความสำคัญว่า

ถึงแม้เพื่อนเราทั้ง 4 คนที่ได้รับการปล่อยตัววันนี้ ยังเหลือเพื่อนเราอีก 4 คนคือ ทนายอานนท์ เพนกวิน พี่สมยศ และหมอลำแบงค์ ต้องช่วยกันต่อไป จะเหนื่อยแค่ไหน นานแค่ไหนเราก็จะสู้ไปด้วยกัน

ส่วนทางด้าน รุ้ง ปนัสยา ก็กล่าวว่า เราเปิดศักราชใหม่ด้วยการต่อสู้ เป็นอย่างดี แต่เรายังจะยึดมั่นในการต่อสู้อย่างสันติวิธี ต่อไปขอให้ทุกคน ออกมาพูดกันเยอะ ๆ ลงถนนกันเยอะ ๆ ให้เกิน 1 แสน 2 แสน 3 แสนคน เป้าหมายต่อไปคือนำมวลชนลงถนนให้เกินล้านคน ถ้าออกมาเยอะขนาดนั้น ความหวังในการปฏิรูปสถาบัน ก็ยิ่งมีความหวังมาก

เราต้องเตรียมพร้อมทุกวินาที พร้อมที่จะลงถนนด้วยกัน อยากให้ทุกคนตั้งสติติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะการเคลื่อนไหวต่อไปจะเป็นชนิดแบบวันต่อวัน โดยติดตามได้ทางเพจราษฎร และเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

“อย่างที่เห็นวันนี้เพื่อนเราถูกจับมาทั้ง 4 คนตอนแรกทนายบอกต้องประกันตัวแต่เมื่อเราทุกคนรวมใจกันมากดดัน เจ้าหน้าที่จึงยอมปล่อยตัวทั้ง 4 คน”

จนเมื่อเวลา 21.00 น.รุ้ง ปนัสยา ได้ประกาศยุติการชุมนุม พร้อมทั้งให้ทุกคนเคาะหม้อ กระทะก่อนแยกย้ายกันกลับ

ทั้งนี้เหตุการณ์จากม็อบ 10 กุมภา กลุ่มราษฎรได้ประกาศว่า ให้ออกมาพบกันที่สกายวอล์ก หน้า MBK Center ตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป แต่มีการเลื่อนเวลาเร็วขึ้น ผู้ชุมนุมบางรายมารอเคาะหม้อตั้งแต่ช่วงบ่าย จนต้องมีการเปลี่ยนสถานที่ชุมนุม มาเป็นลานหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ

แต่บรรยากาศเมื่อวาน ช่วง 17.00-19.00 น. พบว่าคนยังคงบางตา อยู่ที่ประมาณหลักร้อย ไม่เกิน 1,000 คน

นอกจากนี้ยังปรากฎคลิปของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ผลัดกันตีหม้อ เคาะหม้อ จนบางรายเริ่มถอดใจเดินออกจากการชุมนุม เนื่องจากการชุมนุมวันนี้บรรยากาศไม่เบิ้ม อย่างที่แกนนำโฆษณาไว้ ส่วนการจราจรบริเวณแยกปทุมวัน และพื้นที่โดยรอบก็ยังสัญจรได้ดี ไม่เป็นไปตามที่แกนนำบอกว่า คนจะมาหลักหมื่น หลักแสน

 

สิ่งที่น่าจับตามองและตั้งคำถามว่า ทำไมการออกมาปลุกระดมคนชุมนุมในครั้งนี้ ของแกนนำราษฎร เริ่มแป๊ก ซึ่งที่จริง ที่ผ่านมามักเป็นราคาคุยเสียส่วนใหญ่ อย่างครั้งม็อบใหญ่วันที่ 19 กันยายน 2563 แกนนำเพ้อว่าจะมีผู้ชุมนุมราว ๆ 1 แสนคน จนเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ต้องประเมินเหตุการณ์เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ ยังเชื่อว่าม็อบจะมีจำนวนราว ๆ 50,000 คน แต่พอวันชุมนุมจริง มีกลุ่มมวลชนไม่เต็มพื้นที่สนามหลวงด้วยซ้ำ อยู่ที่ราว ๆ 20,000-30,000 คนเท่านั้น

อย่างการชุมนุมเมื่อวานนี้ จะเห็นว่า มวลชนที่กลุ่มแกนนำหวังจะให้มาร่วมกดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็เดินทางมาเพียงหยิบมือ เคาะหม้อ ตีหม้อจนเหนื่อย บางรายยอมถอยหลังกลับก่อน เพราะมารวมตัวจนฟ้าจะมืด คนก็ไม่ได้เพิ่มมามากกว่าเดิมนัก

ที่ผ่านมามักมีข่าวออกมาบ่อย ๆ บ้างก็แกนนำตีกันเอง ชิงดี ชิงเด่น เลือกพวก เคยประกาศว่าทุกคนคือแกนนำในการชุมนุม แต่พอถึงเวลาจะขึ้นปราศรัยบางทีก็ตีกัน มีการขัดผลประโยชน์ ไล่ตั้งการ์ดม็อบ มาจนถึงตัวหลัก ๆ เหมือนอย่างที่นายสมบัติ ทองย้อย ออกมาแฉว่า “รับเงินแสน จ่ายจริง 30,000 ” เด็ก ๆ เขาโยนเศษอาหารให้ ส่วนหัวก็รวยสิครับ

หรือแม้แต่ “เฮียบุ้ง” ท่อน้ำเลี้ยงปลดแอก และแม่ยกทราย ยังถูกทวงถามเรื่องเงินบริจาคอยู่บ่อย ๆ แกนนำมีเสื้อเกราะ ส่วนการ์ดบางคน อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยยังไม่มี เฮียบุ้งยังออกมายอมรับด้วยว่า

ม็อบแบ่งหลายก๊ก มีปัญหาทะเลาะกันจริง และยังลามด่าไปยังการ์ดอาชีวะว่าอีโก้สูง โดยคำพูดหนึ่งของบุ้ง บอกว่า “มีหลาย ๆ กลุ่มประกาศไม่รับเงินบริจาคเพราะกลัวในเรื่องของความไม่โปร่งใส นั่นก็หมายความว่า พวกท่อน้ำเลี้ยง ก็ยังไม่โปร่งใสใช่หรือไม่

อย่างไรก็ตามในส่วนของการชุมนุม ต้องบอกว่าม็อบราษฎรไร้จุดยืนมาก ๆ พอกระแสม็อบฮ่องกงมา “โจ ชัว หว่อง” ออกมาโหน บอกจะอยู่เคียงข้างม็อบไทย พวกแกนนำ 3 กีบ ก็เฮกันที บทจะออกมาชุมนุม ปลุกระดมว่าจะไล่พลเอกประยุทธ์ออก ทนไม่ไหวกับรัฐบาลเผด็จการ แต่พอได้ขึ้นปราศรัย ก็ไม่วายพูดจาบจ้วงสถาบัน แม้กระทั่งเมื่อคืน รุ้ง ปนัสยา ก็ยังเอาวัคซีนโควิดมาโหนต่อว่าสถาบันฯ โดยที่ไม่ยอมแหกตาดูความจริง

การเลียนแบบม็อบฮ่องกง ครั้งหนึ่ง นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้ออกมาพูดไว้เมื่อครั้งที่มีการชุมนุม ช่วง 18- 19 กันยายน 2563 ว่า “อย่าลืมนะ​ แกนนำหลายคนเคยชื่นชมฮ่องกงโมเดล​ สนิทสนมกับโจชัว​ หว่อง​ ที่เผาบ้านเผาฮ่องกงจนเศรษฐกิจทรุดตัว​ ชุมนุมครั้งนี้​ จะเลียนแบบฮ่องกงโมเดลหรือไม่​ มั่นใจได้ว่า​ ฝ่ายความมั่นคงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษอยู่แล้ว

คำเตือนที่สอง​ เด็ก ๆ ที่เข้าร่วมชุมนุม​ อยากส่งคำเตือนนะ​ เข้าง่ายออกยาก​ อยากกลับบ้านจะไม่ได้กลับ​ เด็ก ๆ จะตกเป็นตัวประกันหรือโล่ห์มนุษย์​ โดยคาดหวังว่า​ เจ้าหน้าที่จะไม่กล้าทำอันตราย​ แต่เด็ก ๆ อาจต้องนั่งกอดคอร้องไห้อยากกลับบ้าน ยิ่งห้ามจะเหมือนยิ่งยุ​ เอาเถอะอยากทำอะไรก็เชิญ​ แต่ระวังตัวหน่อยเพื่อความปลอดภัย​ อย่าเชื่อคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่​ แม้แต่แกนนำก็ยังไม่เอาลูกเมียมาร่วมชุมนุมเลย”

และพอมีการประท้วงในพม่าเกิดขึ้น ภายหลังจากที่มีเหตุการณ์รัฐประหาร ม็อบ 3 นิ้ว ก็มีความพยายามยึดโยง โพสต์ปลุกระดม ทั้งคิดสโลแกนให้ม็อบพม่า ปลุกระดมคนพม่าในไทยให้ออกมาร่วมชุมนุม ทั้งที่ใจความสำคัญหลัก ๆ ของการออกมาชุมนุม ก็คือการเรียกร้องให้ปล่อยตัวเพื่อน ๆ ของแกนนำทั้งนั้น

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่า ทำไมม็อบราษฎร ถึงไร้จุดยืน หาทิศทางเกาะไม่ถูก บ้านใกล้เรือนเคียงเขาทำอะไร ก็ตามน้ำโหนเขาไปเรื่อย

ที่ผ่านมาก็เลียนแบบทั้งม็อบฮ่องกง ม็อบพม่า หวังว่าจะมีบทบาทกับการชุมนุมของประเทศเขา แต่ก็พังพินาศทุกรอบ ขนาดแกนนำยังใจหายที่ม็อบ 10 กุมภา คนมาน้อย แล้วหลักแสน หลักล้าน ที่รุ้ง ปนัสยา พูดว่าปีนี้จะทำให้ได้นั้น คงไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้จริง ๆ แน่นอน