รุ้ง เพ้อหนัก ประกาศปีนี้พามวลชนลงถนน 2 ล้าน ย้อนคำสมบัติสวน ม็อบมโนมาหลักร้อยบอกแสน

2113

จากที่ก่อนหน้านี้ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Panusaya Sithijirawattanakul ระบุว่า…ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะเป็นการเปิดหน้าสู้กับเผด็จการศักดินาอีกครั้งหลังจากมีการระบาดของโควิดระลอกล่าสุด

พร้อมปลุกระดมมวลชนออกมาชุมนุมในวันที่ 10 ก.พ. 2564 ว่าพี่น้องประชาชนทุกคนคะ เราไม่อาจจะรอเวลาได้อีกแล้ว เราไม่สามารถหยุดเคลื่อนไหวบนท้องถนนอีกได้แล้ว การที่ศาลไม่ยอมให้เพื่อนเราได้ประกันตัวในวันนี้คือสัญญาณที่บอกว่าเขาจะไม่ใช้วิธีประนีประนอมกับเรา

เช่นนั้นพวกเราประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกคนต้องออกมาแสดงพลังกัน อย่างหนาแน่น และเข้มแข็ง ส่งสัญญาณบอกเหล่าเผด็จการศักดินาด้วยกันว่า เราไม่ยอม รัฐบาลและสถาบันกษัตริย์ต้องตอบรับใน 3 ข้อเรียกร้องของประชาชน

1 ประยุทธ์และองคาพยพต้องออกไป 2 ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 3ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ออกมาพร้อมกัน ที่สกายวอล์ค หน้าหอศิลป์ ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ

“การที่ทุกคนออกมา เพราะทุกคนมีความหวังว่าประเทศเราจะพัฒนา คนจนจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ชนชั้นนำไม่เคยเห็นใจประชาชนบ้างหรืออย่างไร ขอให้ศาลไตร่ตรองคำสั่งขังระหว่างพิจารณาคดีว่า คิดรอบคอบแล้วหรือไม่ อยากให้สถาบันตุลาการช่วยทำให้ทุกอย่างกลับมาถูกต้อง ไม่เห็นหรือว่าตอนจับคนเข้าคุกเมื่อปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีคนออกมาชุมนุมมาแค่ไหน อย่ากดดันให้ประชาชนไร้หนทาง ตอนนี้ยังมีเวลาที่ทุกฝ่ายยังสามารถตกลงเพื่อการปฏิรูปได้”

ขณะที่ในวันที่ 10 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมาพบว่า บรรยากาศรอบ ๆ สกายวอล์ค มีมวลชนจำนวนหลักสิบมาปักหลักตั้งแต่ช่วง 14.00-15.00 น. กระทั่งเวลา 17.00 น. กลุ่ม “ราษฎร” ที่เดิมทีม็อบจะจัดบนสกายวอล์ค แยกปทุมวัน แต่ด้วยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน เข้าบล็อกพื้นที่โดยรอบบริเวณ ผู้ชุมนุมจะเข้าลานสกายวอล์ค ต้องถูกตรวจกระเป๋าสัมภาระอย่างละเอียด จึงไม่สะดวกในการเข้าพื้นที่ โดยเฉพาะการ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้แกนนำตัดสินใจเปลี่ยนสถานที่จัดกิจกรรมจากลานสกายวอล์ค เป็นลานหน้าหอศิลป์ฯ แทน

แกนนำได้ตั้งเครื่องขยายเสียง ระบบไฟ ใช้กระแสไฟจากเครื่องปั่นไฟ โดยแกนนำสลับขึ้นกล่าวปราศัยโจมตีรัฐบาล และยังคงเสนอ 3 ข้อเรียกร้อง ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากนายกฯ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และปฏิรูปสถาบันฯ

 

สำหรับผู้เข้าร่วมชุมนุมนั้นบางตา อยู่ที่ประมาณหลักร้อย ไม่เกิน 1,000 คน นอกจากนี้ยังปรากฏคลิปของกลุ่มผู้ชุมนุมตีหม้อ เคาะหม้อ จนบางรายเริ่มถอดใจเดินออกจากการชุมนุม เนื่องจากการชุมนุมวันนี้บรรยากาศไม่เบิ้มอย่างที่แกนนำโฆษณาไว้ ส่วนการจราจรบริเวณแยกปทุมวัน และพื้นที่โดยรอบก็ยังสัญจรได้ดี นั้น

ขณะที่ทางด้าน น.ส.ปนัสยา ก็เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันเปิดศักราชการต่อสู้ ตำรวจใช้กำลัง มีการปะทะ แต่แค่เล็กน้อย เพราะเราทุกคนมีวุฒิภาวะสูง ต่อจากนี้ไม่ว่าอีกนานเท่าไหร่เรายังต้องยึดมั่นสันติวิธีซึ่งถือเป็นการต่อสู้วิธีหนึ่ง อยากให้ทุกคนออกมาสู้นด้วยกัน ออกมาบนถนนเยอะ ๆ ให้เกินแสน ให้ถึง 2 ล้านคน เป้าหมายของเราในปีนี้คือการนำประชาชนลงถนนให้ถึง 2 ล้านคน

ถ้าเราออกมาขนาดนั้นได้ ความหวังที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศ พัฒนาประเทศก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น 2 เดือนที่ผ่านมา ไม่มีใครหายไปไหน เราแค่ไปเตรียมการว่าจะกลับมาอย่างไรให้ศักดินาตั้งตัวไม่ทัน วันนี้เราเดินขบวนมาไม่มีด่านมาสกัดเพราะไม่มีแผน ตำรวจไม่รู้ ขอให้ทุกคนตั้งสติ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะการเคลื่อนไหวนับจากนี้ จะประกาศวันต่อวัน จัดวันไหนบอกวันนั้นทางเพจราษฎร และเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้ตัวน.ส.ปนัสยา จะบอกว่าคนจะมาร่วมชุมนุมมาก และจะมีคนมากถึง 2 ล้าน แต่ปรากฏว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นนั้นคนกลับมีเพียงน้อยนิด จนเกิดคำถามตามมาว่า เหล่าแกนนำนั้นเพ้อเจ้อไปเองหรือไม่? หรือว่าในความเป็นจริงแล้ว คนเริ่มเอือมระอาม็อบเต็มที?

ทั้งนี้ จากประเด็นดังกล่าว จึงได้ย้อนไปก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2563 นายสมบัติ ทองย้อย หัวหน้าการ์ดเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊กถึงจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมกลุ่มราษฎร 2563 ว่า ถามตรง ๆ สั้น ๆ  ทุกวันนี้ที่มีการชุมนุม 1. คนมากขึ้น 2. น้อยลง 3. เท่าเดิม ไม่ขอทราบเหตุผลนะครับ เอาแบบตรง ๆ ไม่ต้องเกรงใจใคร ไม่ต้องกลัวว่าใครจะเสียกำลังใจ และที่สำคัญอย่าเข้าข้างตัวเอง ส่วนผม 2.น้อยลง ซึ่งในครั้งนั้นหลายคนเข้ามาคอมเมนต์ว่า ม็อบมโนกันไปเองหรือไม่ เพราะคนมาไม่มาก แต่บอกว่ามวลชนถึงหลักแสน