เปิดจม.ลับก่อนโดนขัง “เพนกวิน” พาดพิง” ท่านใหม่” โบ้ยมั่วซั่วเบื้องหลังโดนตัดสินนอนคุก หวังปลุกม็อบ!?

1768

จากกรณีที่ เมื่อวานนี้ 9 ก.พ. 64 ศาลไม่ให้ประกัน นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นายอานนท์ นำภา นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข

โดยศาลมีคำสั่งว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าคดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง อีกทั้งการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำซ้ำๆ ต่างกรรมต่างวาระ ตามข้อกล่าวหาเดิมหลายครั้งหลายครา กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่า หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยอาจไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับความผิดที่ถูกกล่าวหาอีก จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง แจ้งคำสั่งให้ทราบและคืนหลักประกันทั้งสองสำนวน และนำตัวส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เปิดเผยจดหมายก่อนเข้าเรือนจำเขียนโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำม็อบราษฎรและผู้ต้องหาคดี 112 มีเนื้อหาดังนี้ เคยโทษตัวเองไหม!? เปิดจม.ลับก่อนโดนขัง “เพนกวิน” พาดพิง” ท่านใหม่” โบ้ยมั่วซั่วเบื้องหลังโดนตัดสินนอนคุก หวังปลุกม็อบ!?ถึง พี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน เป็นอีกครั้งที่เราต้องเข้าไปต่อสู้หลังซี่กรง ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ม.ล.จุลเจิม ซึ่งเป็นมือประสาน….ออกมากดดันศาลผ่านโพสต์เฟซบุ๊ก ก็โปรดคิดดูเถิดว่าใครอยู่เบื้องหลังการฝากขังเราในครั้งนี้

เกิดเป็นคนรักสิทธิเสรีภาพ คนรักประชาธิปไตยในประเทศศักดินาย่อมต้องต่อสู้ข้างในบ้าง ข้างนอกบ้าง เป็นปกติธรรมดา แต่เชื่อว่าไม่มีสิ่งใดจะหยุดยั้งการต่อสู้ของประชาชนได้ เมื่อผมเข้าไปต่อสู้อยู่ข้างใน ก็ขอให้ต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวและมั่นคงในหลักการ โดยส่วนตัวผมจะยืนหยัดต่อสู้ไปจนกว่าเราจะบรรลุข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ ได้แก่ 1. ขับไล่พลเอกประยุทธ์ และคณะ 2. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทุกหมวด ทุกมาตรา ให้เป็นฉบับประชาชน 3. ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

ยังมีอีกหลายภารกิจที่ผมกำลังดำเนินการ น่าเสียดายที่จะต้องฝากฝังไว้ให้เพื่อน ๆ และมิตรสหายดูแลแทนชั่วคราว ผมเห็นทีจะต้องไปผจญภัยในแดนสนธยาแล้ว ขอให้ทุกคนตระหนักว่า “ตราบใดที่เรายังสู้ เราก็ยังไม่แพ้ ตราบใดที่เรายังไม่แพ้ เผด็จการก็ยังไม่ชนะ”

ด้วยรักและศรัทธาในสถาบันประชาชน
พริษฐ์ ชิวารักษ์

อย่างไรก็ตาม การที่เพนกวินพาดพิงถึงท่านใหม่ในลักษณะเป็นมือประสานของใคร ซึ่งแค่อ่านก็คงเข้าได้ว่าเพนกวินนั้นตั้งใจจะพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อสร้างความขัดแย้งเข้าใจผิด หรือจงใจปลุกกระแสม็อบก็ไม่ทราบ แต่หากใช้สติปัญญาสักนิดแล้ว จะรู้ว่า การถูกฝากขังในครั้งนี้ ตนจะโทษใครไม่ได้ เพราะตัวเองนั้นมีคดี ม.112 แค่ข้อหาเดียว ถึง 17 กระทงแล้ว เพราะฉนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอะไร กับการที่ศาลจจะพิจารณาฝากขังเนื่องจากเหตุผลที่ว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าคดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง อีกทั้งการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำซ้ำๆ ต่างกรรมต่างวาระ ตามข้อกล่าวหาเดิมหลายครั้งหลายครา กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่า หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยอาจไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับความผิดที่ถูกกล่าวหาอีก”