เปิดเบื้องลึก “ตระกูลจึง” เจอหายนะ เสี่ยงติดคุกยกครัว สุดท้ายจะเหลือกี่คนที่ยังรอด

1788

กลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง การเคลื่อนไหวทางการเมืองของตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คอยเคลื่อนไหวสนับสนุนม็อบ 3 นิ้ว และยังมีการพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่บ่อยครั้ง เหมือนกับที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการจัดหาวัคซีนให้คนไทยของรัฐบาล แต่กลับพาดพิงไปถึงสถาบันฯ นอกจากนี้ยังเคยกล่าวได้ว่า หากวัคซีนล่าช้า ในหลวงต้องรับผิดชอบ

แม้ว่าวันนี้จะมีคำตัดสิน โดยศาลสั่งเพิกถอนคำร้องดีอีเอส ไม่ระงับคลิปไลฟ์สดวัคซีนโควิด ที่นายธนาธรได้ตั้งข้อหัวว่า “วัคซีนพระราชทาน” โดยวันนี้ศาลได้อ่านคำสั่ง ซึ่งมีเนื้อหาพิเคราะห์ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงโดยละเอียด เนื้อหาที่นายธนาธร ผู้คัดค้านกล่าว มุ่งเน้นการกล่าวหารัฐบาลบกพร่อง ข้อมูลเรื่องผู้ถือหุ้นเป็นเพียงส่วนน้อย ไม่เป็นประเด็นหลักในการนำเสนอ ไม่สามารถเห็นได้ชัดเจนถึงกับกระทบความมั่นคง จึงให้คำสั่งศาลที่ให้ระงับการเผยแพร่คลิปเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2564 เป็นอันสิ้นผล ยกคำร้อง

และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นร้อนแรงที่ถูกพูดถึง คือเรื่องที่นายธนาธร โดนกรมป่าไม้แจ้งความ ว่ารุกที่ป่าสวงน ซึ่งที่ดินแปลงนี้ มีแม่ และพี่สาว เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยทางด้านพล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส. พร้อมด้วยนายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทะกษ์ป่า (ศปก.พป) นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับการเตรียมแจ้งความเพิ่มเติม นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กรณีถือครองที่ดินในเขตป่าสงวนป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี

ซึ่งจากการที่ได้ขยายผลสืบสวนสอบสวนต่อเนื่องจากข้อมูลเดิมที่ได้ดำเนินการไว้ กรณีที่ดินของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมลงตรวจสอบพื้นที่จริงที่ที่ดินแปลงดังกล่าว ตรวจสอบพบการกระทำผิดจริง และได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้วกับ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ในความผิดใช้เอกสาร ภ.บ.ท.5 และ น.ส.2 ยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติแบบผิดกฎหมาย เนื้อที่รวม 440 ไร่ และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับทางบก.ปทส. ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 63 ที่ผ่านมา และได้ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดำเนินการตามมูลฐานความผิด

คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมขยายผลสืบสวนสอบสวนตรวจสอบต่อเนื่องจนถึงวันนี้ โดยกรมป่าไม้ได้ตรวจยึดดำเนินคดีทั้งหมดเนื้อที่ 2154-3-82 ไร่ ประเมินความเสียหายภาครัฐจำนวน 147,063,223.15 บาท เพื่อดำเนินการฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายภาครัฐตามระเบียบ และกฎหมายต่อไป

และพื้นที่ ที่มีการครอบครองทำประโยชน์ อยู่ในท้องที่ ต.รางบัว ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เป็นพื้นที่ต่อเนื่องขนาดใหญ่ เนื้อที่ประมาณไม่ต่ำกว่า 3 พันไร่เศษ มีการใช้ประโยชน์โดยปลูกยูคาลิปตัสต่อเนื่องทั้งพื้นที่ มีการจ้างเฝ้าดูแลพื้นที่ โดยกลุ่มบุคคลในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.ด่านท่าตะโก สืบสวนสอบสวนพบว่า พื้นที่ดังกล่าวทั้งหมดถูกครอบครอง โดยใช้เอกสารสิทธิประเภท น.ส.3ก ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย 60 ฉบับ

ตรวจสอบพบผู้ครอบครอง น.ส.3ก คือ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 53 ฉบับ เนื้อที่ 1,940-3-93 ไร่ น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 5 ฉบับ เนื้อที่ 132-0-22 ไร่ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 2 ฉบับ เนื้อที่ 81-3-67 ไร่ รวมเนื้อที่ 2,154-3-82 ไร่

ต่อมาดร.อานน์ ได้อาสาร่ายกลอนฟาดสุดเจ็บทันทีว่า ตระกลูนี้จะมีแต่ความล่มจ่มแน่นอน เพราะโดนคดียกครัว ทั้งแม่ และพี่น้อง ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมกับติดแท็กบอกว่าไว้ #ให้ตระกูลจึงจบที่รุ่นเรา

สำหรับในตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ ต้องบอกว่า มีสมาชิกพี่น้อง 5 คน บรรดาลูก ๆ ของนางสมพรตอนนี้ ที่โดนคดีติดตัวมีด้วยกัน 3 คน คือ น.ส.ชนาพรรณ , นายธนาธร เรื่องรุกที่ป่าสงวน และนายสกุลธร ที่โดนคดีติดสินบนเจ้าหน้าที่ 20 ล้านบาท ซึ่งพี่น้องทั้ง 5 คน มีประวัติดังนี้

 

1. ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ จบการศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการการผลิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดูแลการเงิน ไทยซัมมิท ปัจจุบันเป็นรองประธานกรรมการบ.ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด

2. ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เดิมดูเรื่องงานด้านการตลาด และขยายธุรกิจในต่างประเทศ แต่ในปี 2561 นายธนาธร ไปตั้งพรรคการเมือง และไม่หันกลับมาทำงานในอาณาจักรแห่งนี้แล้ว นางสมพรจึงแบ่งโครงสร้างงานใหม่ ซึ่งปัจจุบันนายธนาธรถูกตัดสิดทางการเมืองและได้แต่งตั้งตัวเองเป็นประธานคณะก้าวหน้า

3. รุจิรพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พื้นที่ฝั่งตะวันออก รวมสนามกอล์ฟพัฒนา สปอร์ตคลับ

4. สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ เคยดูแลอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันต้องมาช่วยธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ แทน ธนาธร ทั้งหมด

5. บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ ดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โซน กทม.และโครงการเดิมที่สกุลธรรับผิดชอบ

โดยน้องสาวและน้องชายคนเล็กของนายธนาธร ไม่ค่อยปรากฎเป็นข่าวในแวดวงการเมืองมากนัก แต่พอมีภาพครอบครัวให้เห็นบ้าง เมื่อครั้งที่นายธนาธรแถลงจัดตั้งพรรค และลงพื้นที่หาเสียง ซึ่งนางสมพรผู้เป็นมารดา ยังเคยบอกไว้ว่า ไม่เคยคาดหวังว่าลูกจะต้องเป็นนายกฯ แต่ขอให้เป็น “สี จิ้นผิง เมืองไทย”

 

นางสมพรได้พูดกล่าวไว้ว่า “ตำแหน่งตรงนี้ไม่ใช่ง่าย นอกจากคุณมีพลัง ตัวคุณต้องมีบารมี มีความสามารถ ดังนั้นถามว่าอยากหวังไปถึงตรงนั้นไหม อยากหวัง แต่ไม่คิดว่าจะต้องได้ เพราะเดี๋ยวเราจะเฟล ให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า วันนี้ใครถาม เราก็อยากให้ลูกเป็นนะ แต่ไม่กล้าหวัง ให้ทุกอย่างเป็นไปตามสัจธรรม หรือที่พระเจ้าอยากให้เป็น ในกรณีที่ไม่ได้ อย่างน้อยเขาก็ได้สร้างเครดิตให้ตัวเอง แต่ถ้าเกิดได้ ก็เป็นบุญของเขาและเป็นบุญให้กับประเทศไทยที่ได้เขามาช่วยสังคมไทย”

อย่างไรก็ตามใครจะคาดคิดว่า นายธนาธรได้พูดเมื่อปี 2562 ว่าปีหน้าจะทวงคืนพื้นที่ป่า ให้คนจน แต่พอต้นปี 2564 ได้ไม่ทันไร เจ้าตัวกลับโดนคดีรุกที่ป่าสงวน นั่นก็ชัดเจนแล้วว่า คำพูดของนายธนาธรนอกจากจะเชื่อถือไม่ได้แล้ว ยังไม่มีความจริงใจกับประชาชน ชอบสร้างเพียงวาทะกรรมที่ดูสวยหรูไปวัน ๆ เท่านั้น