“บิ๊กตู่” เคลียร์ด่วน ปมไทยตกขบวนเข้าร่วมกับ COVAX เบื้องหลังสรรหาวัคซีนโควิด-19 รัฐบาลต้องดิ้นรนหนัก

2009

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดเผยถึงการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ผ่าน PM POSCAST โดยนายกรัฐมนตรีเล่าเรื่องทางเพจไทยคู่ฟ้า ว่านอกจากชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนแล้ว มีเรื่องการจัดซื้อและแจกจ่ายวัคซีนของประเทศไทยที่หลายคนติดตามและกังวล เจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตนเดือดเนื้อร้อนใจ ยิ่งกว่าท่านอีกเพราะมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องนี้

คำถามที่ว่าเหตุใดประเทศไทยไม่จัดซื้อวัคซีนครอบคลุมจำนวนที่เหมาะสม และแผนฉีดวัคซีนในประเทศไทยล่าช้าเกินไปหรือไม่ รัฐบาลมีแผนแจกจ่ายวัคซีนในระยะยาวอย่างไรนั้น ขอเรียนว่าความพยายามในการจัดหาวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ริเริ่มตั้งแต่ ส.ค.63 ภายหลังเห็นเงี่อนไขต่าง ๆ ของผู้ผลิตวัคซีน Covax ในลักษณะการจองวัคซีนล่วงหน้า โดยที่ยังไม่ทราบผลการทดลองในมนุษย์ ประเทศไทยขณะนั้นยังไม่มีกลไกลจัดหาวัคซีนที่มีเงื่อนไขจ่ายเงินก่อนและมีโอกาสไม่ได้วัคซีนหากการวิจัยล้มเหลว

สถาบันวัคซีนแห่งชาติและกรมควบคุมโรคได้ปรึกษาหน่วยงานด้านกฎหมายในประเทศ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อัยการสูงสุด สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง ได้รับหนังสือตอบกลับจากกรมบัญชีกลางว่าไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ได้ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีอยู่แล้ว จึงมีการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ตามมาตรา 18 ของพ.ร.บ.ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ.2561 เพี่อให้สามารถจองวัคซีนล่วงหน้าได้ตามกฎหมาย

แผนการฉีดวัคซีนจะกระจายทุกกลุ่มประชากรตามลำดับ เพื่อให้สอดคล้องกับวัคซีนที่มีจะการส่งมอบ เพราะเมื่อจองไปแล้วไม่สามารถมาได้พร้อมกัน และเป็นความต้องการของหลายประเทศทั่วโลก ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าฉีดวัคซีนเพี่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนบางรายไม่เหมาะสมหรือไม่นั้น เรามองว่าการจัดซื้อวัคซีนจะพิจารณาตามคุณสมบัติของวัคซีนได้แก่ การวิจัย พัฒนา และการผลิตของวัคซีนนั้น ๆ ผลการวิจัยต้องได้คุณภาพ ประสิทธิภาพ และระยะเวลาในการส่งมอบ การบริหารวัคซีนที่ต้องใช้ในวงกว้าง การจัดเก็บ การขนส่ง รวมถึงการฉีดที่ต้องใช้ความชำนาญของบุคลากรในการฉีดให้กับประชาชนอย่างปลอดภัย ผลประโยชน์ระยะยาวที่มีผลต่อความมั่นคงของประเทศ เช่น มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต ให้เราสามารถต่อยอดต่อไปได้ในอนาคต เพราะอาจจะมีโรคระบาดอื่น ๆ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราต้องเตรียมการไว้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีคำถามว่าเหตุใดรัฐบาลไม่จัดซื้อวัคซีนจากหลายบริษัท จะจัดซื้อแค่แอสตราเซเนกาและซิโนแวคเท่านั้นเป็นความประมาทของรัฐบาลหรือไม่นั้น ถ้าเราไม่มีการตรวจสอบ คัดกรอง ติดตาม ประเมินผล นั่นคือ สิ่งที่ประมาทมากกว่า เนื่องจากจะมีผู้ได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงนั้นสูงมาก การจองวัคซีนล่วงหน้าเป็นการแบกรับความเสี่ยง ที่เราจองวัคซีนของแอสตราเซเนกาเป็นครั้งแรกนั้น เป็นช่วงที่มีการประกาศความพร้อมของ 3 บริษัทในช่วงไล่เลี่ยกัน คือ ไฟเซอร์ โมเดอร์นา และแอสตราเซเนกา

ทำให้คาดการณ์ได้ว่าจะมีวัคซีนอีกหลายรูปแบบที่จะทยอยประกาศผลสำเร็จในการวิจัย โดยที่เราต้องมีข้อมูลพิจารณาจองซื้อที่ประเทศไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัย รวมถึงประสิทธิผลในการป้องกันการบริหารจัดการวัคซีนบางชนิดที่ต้องดูแลเป็นพิเศษในเรื่องอุณหภูมิจัดเก็บ ในเรื่องการขนส่งที่อาจจะต้องเป็นภาระการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่แบกรับภาระการดูแลสุขภาพประชาชนในทุกมิติอยู่แล้ว เราต้องดูประเทศเราด้วย เป็นข้อพิจารณาข้อหนึ่ง

ส่วนคำถามที่ว่าการคัดเลือกบริษัทเอกชนที่รัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนมีวิธีการขั้นตอนอย่างไร มีสัญญาจ้างอย่างไรนั้น คำตอบคือ เรามอบสถาบันวัคซีนแห่งชาติประเมินศักยภาพผู้ผลิตวัคซีนในประเทศทุกแห่ง มีอนุกรรมการพิจารณาข้อเสนอของเอกชน ก่อนให้คณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติเห็นชอบ ในส่วนของงบประมาณใช้ตาม พ.ร.ก.เงินกู้ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกลั่นกรองก่อนเสนอเข้า ครม.

ในส่วนคำถามที่ว่าแผนการฉีดวัคซีนเพียงร้อยละ 21.5 ของจำนวนประชากรไม่สามารถภูมิคุ้มกันหมู่ให้แก่สังคมได้ ถือเป็นการใช้งบไม่คุ้มค่า และไม่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงหรือไม่นั้น ขอเรียนว่าวันนี้เราจะจัดหาเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ได้ตั้งเป้าไว้เท่านั้น ตอนนี้เราได้มาเท่าไหร่ก็ฉีดไปเท่านั้นก่อน เราไม่หยุดยั้งในการหายี่ห้ออื่น ที่จะจัดหาได้เพิ่มเติม วันนี้เราจัดหาได้จำนวน 63 ล้านโดส ครอบคลุมประชากรประมาณ 31.5 ล้านคน และจะจัดหาเพิ่มเติมเพื่อให้ครอบคลุมประชากรทุกกลุ่มเป้าหมายตามความสมัครใจ ไม่ใช่ว่าไม่คิดอะไร ไม่ทำอะไรต่อเลย แต่คิดตลอดเวลา

ถ้าถามว่ากลุ่มไหนที่ควรได้รับวัคซีนก่อนนั้น เราต้องดูปริมาณวัคซีนที่ได้รับเข้ามาจากการสั่งจองซึ่งเป็นการทยอยนำเข้ามา แม้แต่บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ก็ต้องทยอยผลิตตามระยะเวลาขึ้นอยู่กับขีดความสามารถ การจองรอบแรกจำนวน 26 ล้านโดส บวกกับอีก35 ล้่นโดส ก็อาจมาจากการผลิตภายในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นสิ่งที่ต้องพิจารณาคือปริมาณวัคซีนที่เราได้รับทั้งการผลิตเองและการนำเข้า

สำหรับบุคคลที่จะได้รับการฉีดวัคซีนก่อนมี 2 กลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรกคือบุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่มีโรคร่วม เช่นเบาหวาน ความดัน เป็นต้น กลุ่มที่สามคือกลุ่มผู้สูงวัยโดยเฉพาะผู้ที่มีโรคร่วม โรคประจำตัว คนเหล่านี้ถ้าติดเชื้ออาการจะรุนแรงมีอัตราการตายสูง ซึ่งการฉีดวัคซีนอย่างน้อยก็เพื่อการป้องกัน ทั้งนี้จะพิจารณาความเสี่ยงส่วนตัวของผู้สูงวัยรวมทั้งมีโรคร่วม และ ความเสี่ยงในพื้นที่ เช่นที่จังหวัดสมุทรสาครก็น่าจะครอบคลุมพิจารณาถึงกลุ่มแรงงานและประชาชนในพื้นที่จะต้องพิจารณาวัคซีนให้เหมาะสมถือเป็นแผนที่เตรียมไว้ขั้นต้น แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทั้งการรับวัคซีนและการแพร่ระบาด จะพิจารณาดูว่าจังหวัดใดมีความเสี่ยง

จังหวัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เราจะดูถึงความจำเป็น ทุกคนมีความต้องการทั้งหมดแต่ต้องเข้าใจว่าเรามีวัคซีนจำนวนจำกัด ทั่วโลกมีบริษัทที่ผลิตวัคซีนไม่ถึง 10 บริษัทซึ่งคาดการณ์ว่าเกือบปีถึงจะฉีดวัคซีนได้ทั้งโลก เรื่องเหล่านี้ต้องคิดและใคร่ครวญให้ดีว่าจะเชื่อใคร แม้ประเทศไทยจะมีการติดเชื้อสูงขึ้นแต่ถือว่าน้อยมากหากเทียบกับหลายๆ ประเทศ

การมีวัคซีนป้องกันแต่ก็ไม่แน่ว่าจะป้องกันได้ 100% เพราะวันนี้เป็นกันทั้งโลก แต่วัคซีนก็เป็นความหวัง ผมเชื่อว่าการผลิตวัคซีน การพัฒนา จนกว่าจะนำมาฉีดให้กับคนทั่วโลกอย่างน้อยต้องใช้เวลาเกือบ 2 ปี และไม่ใช่ว่าต้องรอวัคซีนเพียงอย่างเดียว มาตรการสำคัญสูงสุดที่ผมได้ย้ำเสมอคือการขอความร่วมมือทั้งจากประชาชน เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบธุรกิจ สถานประกอบการ ต้องช่วยกันรับผิดชอบ และที่ทำได้เลยและป้องกันได้ทันทีคือการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ การใช้แอลกอฮอล์เจล การเว้นระยะห่างทางสังคม

ทั้งนี้ในส่วนของประชาชนขอความร่วมมือว่าอย่าเข้าไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง มีการชุมนุมอยู่ใกล้ชิดกัน หรือการดื่มสุราบางครั้งก็สนุกสนานจนเกินเลย และขอการลงทะเบียนขึ้นทะเบียนออนไลน์ ทั้งเว็บไทยชนะและแอพพลิเคชั่นหมอชนะ ก็ต้องขอความร่วมมือเพื่อจะได้ตามตัวได้ว่ามีการแพร่กระจายไปในพื้นที่ใดบ้าง ถือเป็นความรับผิดชอบทางสังคมของทุกคน เพราะเราคือคนไทย ประเทศไทย

และนี่คือวัคซีนอีกประเภทหนึ่งเป็นวัคซีนที่ทุกคนทำได้เอง นอกจากการรอวัคซีนที่จะนำมาผลิตภายในประเทศรวมทั้งจากต่างประเทศ เป็นวัคซีนที่ทำจากตัวของทุกคนในการป้องกัน ขอให้ทุกคนได้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดออกมา ซึ่งไม่มีใครอยากทำให้ทุกคนลำบากหรือเดือดร้อน แต่เมื่อมีสิ่งที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของประชาชนจึงต้องร่วมมือกันไม่เช่นนั้นก็ไปไม่ได้ทั้งหมด