ชำแหละยับ “ตี๋ทอน” เบื้องหลังแค่ “คนขี้แพ้-เนรคุณคน” พร้อมเหตุผลที่ฟ้องร้อง “ในหลวง” ไม่ได้

3066

เปิดเหตุผลง่ายๆ ทำไมทอนไม่รู้!? ชำแหละยับ “ตี๋ทอน” เบื้องหลังแค่คนขี้แพ้ พร้อมเหตุผลที่ฟ้องร้อง “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ไม่ได้!!

ขณะนี้ทางด้านของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ออกมาโจมตี เรื่องวัคซีนโควิด ที่รัฐบาลได้ทำการนำเข้า ถือว่าเป็นการเปิดหน้าครั้งแรกในการจาบจ้วงโจมตีสถาบัน โดยการโหนคำว่า “วัคซีนพระราชทาน” หลังจากที่หลบๆซ่อนๆ แอบอยู่ใต้กระโปรงม็อบมานาน

หลังจากนั้น นายธนาธร ได้เคลื่อนไหวจาบจ้วงสถาบันอยู่หลายต่อหลายครั้ง กระทั่งล่าสุดทางด้านของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีนายธนาธร ได้กล่าวถ้อยคำที่อาจจะเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต่อหน้าศาล โดยระบุข้อความว่า

นักข่าวที่สนิทกันกับผมเล่าให้ฟังว่า​ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาในขณะที่ไต่สวนคดีกระทรวงดีอีเอสขอปิดกั้น​ Facebook.live.วัคซีนพระราชทาน​ ใครได้ใครเสีย​ ที่หน้าบัลลังก์ศาล​ นายธนาธร​ จึงรุ่งเรืองกิจ​ ได้กล่าวถ้อยคำที่อาจจะเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ​ โดยขอพูดต่อหน้าศาล​ เป็นถ้อยคำที่ผมไม่ขอนำมาเผยแพร่ซ้ำอีก​ แต่ถ้อยคำนี้กล่าวหาใส่ร้ายพระเจ้าอยู่หัวอย่างแน่นอนในความคิดของผมและผมเชื่อโดยสุจริตใจว่าวิญญูชนน่าจะคิดเช่นนี้เช่นกัน ผมได้สอบถามหลายท่านที่อยู่ในเหตุการณ์รวมถึงข้าราชการกระทรวงดีอีเอส​ ก็ยืนยันเช่นนี้​ ผมคิดว่าธนาธรไม่มีสิทธิ์ที่จะคิดแทนคนไทยทั้งประเทศเช่นนี้​ และที่ผมโพสต์นี้ก็เพื่อที่จะปกป้องสถาบัน​ ผมต้องขอบคุณ​นักข่าวที่รักสถาบันที่แจ้งข่าวนี้ให้ผมทราบ​ พี่น้องประชาชนคิดอย่างไรครับ

ล่าสุดในวันที่ 6 ก.พ.64 ทางด้านของ ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ลูซเซอร์ทอน #มีวันนี้เพราะพ่อให้
“ลูซเซอร์ทอน” ออกมาโชว์โง่ บิดเบือนเรื่องวัคซีนแข่งกับฟายบูด ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ ความว่า “คุณมีความคุ้มกันทางกฎหมายเพราะว่ากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ แต่ในฐานะผู้ขายซึ่งมีสัญญากับทางรัฐบาล เขาคือผู้ถือหุ้นของบริษัทนี้ และถ้ามีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น รัฐบาลไม่สามารถฟ้องร้องเจ้าของบริษัทได้”

ไม่นึกว่าลูซเซอร์ทอนที่เป็นนักธุรกิจ แต่กลับโง่ได้ถึงขนาดนี้ บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าธุรกิจที่มีอยู่ ทำเองหรือคนอื่นสร้างไว้ให้ ถ้าไม่มีคุณพ่อพัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ ลูซเซอร์ทอนก็คงไม่มีวันนี้

เพราะข้อเท็จจริงง่ายๆ คือ…

ข้อเท็จจริงที่ 1: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ใช่ผู้ขาย และไม่ใช่ผู้ทำสัญญากับรัฐบาล ผู้ขายและทำสัญญากับรัฐบาล คือ บริษัท AstraZeneca ซึ่ง บริษัท AstraZeneca เป็นผู้คัดเลือกบริษัท Siam Bioscience ให้เป็นฐานผลิตวัคซีนโควิดแห่งเดียวในภูมิภาคอาเซียน

ข้อเท็จจริงที่ 2: เหตุผลที่ฟ้องร้องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ได้ ไม่ใช่เพราะว่าพระมหากษัตริย์มีความคุ้มกันทางกฎหมายในฐานะประมุขแห่งรัฐ หากแต่พระองค์ทรงอยู่ในฐานะของผู้ถือหุ้น และบริษัทเป็นนิติบุคคล ถ้าเกิดการฟ้องร้องขึ้นมา ผู้ที่เป็นคู่กรณีผูกพันตามกฎหมายคือ กรรมการบริษัท ไม่ใช่ผู้ถือหุ้น

แม้ว่าลูซเซอร์ทอนจะกลับลำพลิกลิ้นสองแฉก แล้วอ้างว่าทำเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่การกระทำที่เห็นๆกันอยู่ ก็ยังเต็มไปด้วยเจตนาในการบิดเบือนให้ร้ายและบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ชนิดที่เรียกได้ว่า “มันเป็นสันดาน”

เรื่องหน้าไหว้-หลังหลอก สุดย้อนแย้ง แล้วปิดท้ายด้วยข้ออ้าง “ผมจำไม่ได้” ต้องยกให้ #ลูซเซอร์ทอน เท่านั้น

#ขนาดลอกยังตก ลูซเซอร์ทอนเคยกล่าวไว้ #ผมแม่งไม่รู้เรื่องอะไรเลย
#ลูซเซอร์ทอนคือทอนคนขี้แพ้

ดร.ศุภณัฐ
6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564
#ประชาธิปไตยTheseries by ดร.ศุภณัฐ