รุกฆาตหนัก “บุญเกื้อ” ขอหลักฐาน “ปิยบุตร” เกณฑ์ทหารก่อนรับราชการ เพ้อหาความเท่าเทียม แต่ย้อนแย้ง เอาเปรียบสังคม

1712

หลังจากที่นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว โฆษกไทยภักดี ได้ออกมาเคลื่อนไหว โพสต์ข้อความว่า พรรคก้าวไกล ดูเหมือนจะไม่ก้าวไปไหนเลย วกวนอยู่แต่เรื่องมาตรา 112 นี่เอง จะแก้ไขบ้างล่ะ จะยกเลิกบ้างล่ะ เล่นสอดรับเป็นขบวนการเดียวกับพวกม็อบ 3 นิ้วแยกกันไม่ออก จนชาวบ้านชาวเมืองเขาเอือมระอากับพฤติกรรมของพรรคการเมืองนี้เหลือเกินแล้ว


อยากรู้ว่าพรรคก้าวไกลใช้ทนายที่ไหนเป็นที่ปรึกษากฎหมาย ถ้าหากใช้อาจารย์ปิยบุตรอยู่ ผมขอแนะนำให้เปลี่ยนเสีย เพราะว่าอาจารย์ปิยบุตรแกไม่มีตั๋วทนาย แกเป็นทนายเถื่อน แค่ไปสถานีตำรวจแกยังต้องหอบประมวลกฎหมายไปอยู่เลย

พลพรรคก้าวไกล กำลังก่อนิติสงคราม ใช้กฎหมายปิดปากประชาชน กำลังฟ้องทุก ๆ คนไม่เลือกหน้า ทั้งหมอวรงค์ และไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่ที่เขาปฏิบัติตามหน้าที่ ถ้าจะให้ครบถ้วนผมขอแนะนำให้ฟ้องประชาชน 1 แสนคนที่ร่วมลงชื่อคัดค้านการแก้ม.112 เพื่อล้างผิดธนาธรไปด้วยเลย ในฐานะเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยเลยสิครับ..คุณหมออ๋อง

และล่าสุดนายบุญเกื้อ ก็ได้โพสต์รุกหนักปิยบุตร อีกครั้ง โดยบอกว่า มีข้อสงสัยว่านายปิยบุตรจะไม่เคยผ่านการเกณฑ์ทหารจับใบดำ-ใบแดงมาก่อน แล้วเขาใช้หลักฐานอะไรมายื่นสมัครเข้ารับราชการจนได้เป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


เรื่องนี้ผมได้ทำหนังสือขอตรวจสอบคุณสมบัติของนายปิยบุตรไปถึงคณบดีคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 เพื่อขอตรวจสอบประวัติการรับราชการ โดยได้ขอคัดสำเนาหลักฐานการผ่านการเกณฑ์ทหารหรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกณฑ์ทหารที่นายปิยบุตร แสงกนกกุลได้ยื่นประกอบไว้กับมหาวิทยาลัยทั้งหมด
จนถึงบัดนี้ผมก็ยังไม่ได้รับสำเนาเอกสารที่จะเป็นคำตอบที่ชัดเจนใดๆจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เราอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน จึงไม่ควรที่จะมีใครเอาเปรียบสังคม อาจารย์ปิยบุตรก็ตระหนักในเรื่องนี้ดี จึงควรกระทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ดังนั้นผมจึงขอให้อาจารย์ปิยบุตรช่วยตอบคำถามแทนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อความกระจ่างต่อสังคมด้วย

#คณะก้าวหน้า

#เอกสารเท็จ มั้ยอาจารย์ ? ถามเฉย ๆ

#นั่งหน้าแดง เมารึเปล่าอาจารย์? ถามเฉย ๆ

หลายท่านทักท้วงว่าตำแหน่งอาจารย์ ได้รับยกเว้นไม่ต้องเกณฑ์ทหาร ผมจึงให้ดู ในใบประกาศรับสมัครตำแหน่งอาจารย์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ล่าสุด) เอง
หากยกเว้นแล้วทำไมจึงต้องระบุเงื่อนไขนี้ลงไว้ในข้อ 4.4 ด้วย

และที่ผ่านมาในปี 2562 ในสมัยที่ยังมีการตั้งพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล ได้กล่าวอภิปราย ย้ำว่านโยบายยกเลิกการเกณฑ์ทหาร-เสริมสร้างสวัสดิการ

โดยนายธนาธร กล่าว “ปลายทางของเราคือ ทุกคนในสังคมไทยมีสิทธิและเสรีภาพ ได้รับสวัสดิการที่ดี เราต้องการเห็นเทคโนยีก้าวหน้าที่ไม่ต้องพึ่งต่างชาติ มีอุตสาหกรรรมสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นเทคโนโลยีที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเปี่ยมไปด้วยความหมาย เป็นประเทศที่กระจายอำนาจอย่างเท่าเทียม ไม่มีเศรษฐกิจผูกขาด มีความเข้มแข็งในระดับนานาชาติที่ไม่ใช่การมีเรือดำน้ำ แต่เข้มแข็งเพราะมีมนุษยธรรม ได้รับความเคารพนับถือจากนานาชาติ พร้อมจะช่วยเหลือเพื่อนบ้านยามลำบาก พร้อมที่จะต่อสู้กับความยากจนและเดินไปด้วยกัน เราต้องการประเทศไทยที่คนทุกคนเท่าเทียม เท่าทัน และทัดเทียมกับโลก”

ส่วนทางด้านนายปิยบุตร กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่เป็นที่มาของพรรคอนาคตใหม่ คือเหตุผลที่เรารวมตัวกันเป็นพรรคเข้าสู่อำนาจรัฐเพื่อจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงสังคมนี้ให้ดีขึ้น สภาพสังคมที่มีรัฐราชการส่วนกลางกำหนดทุกความเป็นไปในประเทศ สังคมที่มีความเหลื่อมล้ำรวยกระจุกจนกระจาย มีรัฐประหารทุก ๆ 4-6 ปี ทหารเข้ามาครองอำนาจเหนือรัฐบาลพลเรือน ตบเท้าสั่งรัฐบาลพลเรือนได้ สังคมที่เกณฑ์เอาคนหนุ่มสาวไปเสียโอกาสอยู่ในกองทัพทำงานให้กับนายพล ปล่อยให้คนทั่วไปไม่มีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถขยับชนชั้นสถานะ เราพรรคอนาคตใหม่จึงตัดสินใจออกมาเพื่อบอกว่าเราจะอยู่ไม่เป็น

และทางด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้กล่าวว่า เมื่อพูดถึงทหาร นึกถึง ท.ทหารอดทน จึงตั้งคำถามว่า อดทนจริงหรือไม่ ฅ.คน ขึงขัง จนทำให้สับสนว่า ใครขึงขัง ใครอดทนกันแน่ เพราะวันนี้ประชาชนอดทนกันขนจะไม่ไหวอยู่แล้ว ส่วนทหารนั้นขึงขังเอะอะไล่ให้ไปฟังเพลง “หนักแผ่นดิน” ภาพของทหารที่จินตนาการและถูกปลูกฝังมันสวนทางกัน เพราะทหารถูกทำให้มองเป็นผู้นำ แต่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เห็นแต่ทหารเป็นผู้ตาม ตามไปบ้าน ส.ส. พรรคอนาคต ทั้งในโลกความเป็นจริงและโลกออนไลน์โดยการสร้าง IO

ดังนั้น พรรคอนาคตใหม่จึงเสนอร่างแก้ไขพ.ร.บ.รับราชการทหาร ว่า ควรเคารพสิทธิความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน หากใครละเมิดถือว่าเป็นการกระทำผิด รวมทั้งต้องปรับเงินเดือน สวัสดิการได้ทุนกานศึกษาทุนประกอบอาชีพ มีประกันสุขภาพครอบคลุมถึงครองครัว และการเปิดรับสมัครทหารไม่ใช่การจับฉลากแต่ต้องให้สมัครด้วยความสมัครใจ

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานายปิยบุตร มีจะพูดถึงความเท่าเทียม และมีวาทะกรรมที่สวยหรูในการพูดเสมอมา แต่ครั้งนี้นายบุญเกื้อก็เอาจริงเช่นกัน เล่นรุกหนักขอดูหลักฐานว่านายปิยบุตร ได้ผ่านการเกณฑ์ทหารหรือไม่ งานนี้น่าจับตาดูว่า นายปิยบุตร จะหงายการ์ดว่าอะไรอีก