กระแต อาร์สยาม ลั่นเต็มใจจ่ายภาษีเดือนละเกือบล้าน ช่วยชาติ ย้อนดู “ทอน” สำนึกต่ำ จงใจเลี่ยงภาษีเรือยอร์ช

3841

กลายเป็นประเด็นให้ได้กลับมาถกเถียงกันอีกครั้ง และมีการเปรียบเทียบถึงจิตสำนึกในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกัน ที่มีหน้าที่ต้องชำระภาษีตามกฎหมาย เมื่อนักร้องชื่อดัง “กระแต อาร์สยาม” ได้ลุยสร้างบ้านหลังที่ 5 จากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง และเจ้าตัวได้บอกว่า ทุกวันนี้ ต้องเสียภาษีเดือนละเป็นล้าน

แต่เต็มใจจ่ายเพราะต้องการช่วยชาติ เมื่อเทียบกับประธานคณะก้าวหน้า อย่าง “นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่ก่อนหน้านี้ เพิ่งมีประเด็นเรื่องเลี่ยงภาษีเรือยอร์ช ช่างแตกต่างกันอย่างมาก

โดย “กระแต อาร์สยาม” ได้โพสต์ข้อความ เล่าว่า มาตรวจแบบบ้านหลังที่ 5 หลังใหม่ /ครั้งที่ 1
โครงคร่าว ๆ เริ่มมาแล้ว น่าจะมีแก้ครั้งที่ 2,3,4,5,6,7,8 #บานแน่แม่เอ้ย!!
(เหมือนกลับมาเรียนสถาปัตยย์ Interior อีกรอบ! #คิ้วขมวดเป็นเลข8

จากบ้านเดิม ๆ พร้อมสนามหญ้าใหญ่ ๆ ทำใหม่ จัดใหม่ ต่อเติมใหม่หมด!!! จะเป็นไงอีก 5 เดือน รู้กัน #ตื่นเต้นนนนน
#ข้าต้องขยันขึ้นอีก10เท่า ลุยยยยยยยย!!!


“ถ้ามีความฝันก็ต้องมีเงิน และถ้ามีเงินก็ต้องเสียภาษีให้ถูกต้อง แต่ละปีนั้นเสียภาษีให้กับประเทศชาติทุกเดือน เดือนละเกือบ 1 ล้านบาท แต่ก็ภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือประเทศอย่างต่อเนื่อง

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

“ทุกวันนี้ เหมือนทำบุญใหญ่ทุกวันนะ เพราะนี่จ่ายภาษีให้ชาติเดือนเกือบ 1,000,000 ทุกเดือน ภูมิใจ ถือว่าได้ช่วยเหลือประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง สาธุ ๆ”

ต่อมาก็ได้มีคอมเม้นต์จากโซเชียลด้วยว่า จ่ายเยอะมาก ๆ แสดงว่ารายได้เยอะมากเลยใช่มั้ย ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่า พอไปวัดไปวาได้จ้า” ทั้งนี้สาวกระแต นอกจากจะเป็นนักร้อง แล้วยังมีธุรกิจส่วนตัว เป็นอาหารเสริมบำรุงผิว ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต่าง ๆ จำนวนมาก


ขณะที่ประเด็นนี้ เรื่องของนายธนาธร ถูกนำมาเปรียบเทียบ เพื่อถามหาจิตสำนึกในเรื่องการจ่ายภาษีให้ชาติ? โดยเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2563 ได้เกิดเหตุไฟไหม้เรือยอชต์หรูของนายธนาธร ขณะจอดเทียบท่าเรืออ่าวปอ จ.ภูเก็ต มูลค่าความเสียหาย 3 ล้านบาท

โดยตอนนั้นในเพจเฟซบุ๊ก “เสธ.Play” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ด้วยความสงสัยว่า นักข่าวมันป้ายขี้หรือเปล่าว่าเรือ Silvretta เป็นเรือของนักการเมืองและเศรษฐีชื่อดังตัวย่อ “ธ.” เสธ. เลยไปหาข้อมูลมา และนี่คือใบจดทะเบียนเรือ Silvretta หรือเรือยอชต์ไฟไหม้ที่เป็นข่าวครับ ซึ่งเราจะเห็นอะไรที่น่าสนใจบางอย่างได้ตามนี้

1. ชื่อเรือยอชต์ในใบทะเบียนคือ “Silvretta” ตรงกับที่เป็นข่าวจริง

2. ในรายชื่อ Owner (เจ้าของ) มีเจ้าของร่วมสี่คน สองคนในนี้เป็นคนที่เรารู้จักกันดี คนแรกคือ ธนาธร ตรงตามที่เป็นข่าว และคนที่สองคือ สกุลธร

3. จากการตรวจสอบทะเบียนพบว่า เรือนี้จดทะเบียนที่หมู่เกาะคุก โดยหมู่เกาะคุก เป็นเขตปกครองตนเองของนิวซีแลนด์ ประกอบไปด้วย เกาะเล็กๆ 15 เกาะ ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ มีพื้นที่ทั้งหมด 240 ตารางกิโลเมตร รายได้สำคัญของหมู่เกาะคุกมาจากการท่องเที่ยว

“ที่สำคัญคือ หมู่เกาะคุก คือมันเป็นเขตปลอดภาษีครับ ในอีกด้านหนึ่ง มันเป็นเกาะที่ดังเรื่องการฟอกเงิน เห็นได้ชัดว่า การจดทะเบียนทรัพย์สินจากที่นี่ย่อมแสดงให้เห็นถึงเจตนาไม่บริสุทธิ์ อย่างแรก ๆ เลยก็คือ การเลี่ยงภาษี และน่าจะมีอย่างอื่นอีกที่เราไม่ทราบ”

จนเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2564 ที่ผ่านมา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้เปิดแถลงข่าวกรณีถูกฟ้อง มาตรา 112 โดยช่วงหนึ่งเป็นการตอบคำถามถึงกรณีถูกร้องเรียนเรื่องเรือยอร์ช และคดีของคนในครอบครัว ที่อาคารไทยซัมมิท

โดยกล่าวว่า เรื่องคดีของครอบครัวก็คงต้องปล่อยให้เป็นกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องคดีความที่เกิดขึ้นกับตน ส่วนเรื่องความต้องการทำลายความน่าเชื่อถือทางการเมืองของตนผ่านเรือยอร์ชนั้น เหตุผลที่ตนไม่ออกมาตอบโต้ก่อนหน้านี้เพราะรู้สึกว่ามันเล็กมาก ถ้าออกมาตอบโต้มันก็จะเข้าทางเขา กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีก

ขอชี้แจงว่าเรือลำดังกล่าวตนและเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนกันไปซื้อมาจากบริษัท โบ๊ทลากูน ยอร์ชติ้ง เอเชีย ลิมิเต็ด ที่ตั้งอยู่ที่ฮ่องกง เป็นเรือมือสอง ซึ่งบริษัทที่เป็นเจ้าของเรือลำนี้เขาไปจดทะเบียนเรือมือสองที่จดทะเบียนที่หมู่เกาะคุกมา มีอยู่เท่านั้น ไม่มีอะไรมากกว่านี้ ตนไม่เคยรู้จักมาก่อนกับเจ้าของบริษัท ซื้อขายกันตามราคาตลาด


“ที่สำคัญตนเป็นผู้ถูกกระทำในกรณีนี้ เรื่องนี้ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะเรือไฟไหม้ เอกสารต่าง ๆ ปรากฏชัดว่าเรือไม่ได้ไฟไหม้เองแต่เป็นการวางเพลิง ผมรู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผม ต้องการตรวจสอบผม ต้องการทำลายความน่าเชื่อถือทางการเมืองของผม จึงไม่อยากแจ้งความให้เป็นคดี

เพราะเดี๋ยวแจ้งความไปก็กลายเป็นเรื่องใหญ่และไปเข้าทางฝั่งโน้นอีก ซึ่งผมยังไม่ได้แจ้งความแต่ตำรวจรู้ได้อย่างไร และสำนักข่าวเจ้าหนึ่งเอาไปลงข่าว พวกเรารู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องการเมือง จึงตั้งใจที่จะไม่พูดเรื่องนี้ นี่เป็นการทำลายทรัพย์สินผม เครือข่ายนี้ ซึ่งเรือลำดังกล่าวได้แสดงบัญชีทรัพย์สินที่ทุกคนสามารถตรวจสอบได้” แต่ในครั้งนั้นนายธนาธรไม่ได้ตอบเรื่องการจ่ายภาษีเรือยอร์ช

จึงเกิดการเปรียบเทียบกันว่า ขนาดกระแต อาร์สยาม ถึงเป็นนักร้องดัง มีรายได้มากมาย แต่ก็ไม่เทียบระดับนักธุรกิจที่บ้านของนายธนาธรมีบริษัทใหญ่โต สามารถซื้อเรือยอร์ชหรู มูลค่ามหาศาลได้ แต่จ่ายภาษีไม่ได้