ผบ.ทบ. แถลงจุดยืนกองทัพ อย่าไปยุ่งการเมืองเมียนมา ฟาดยับพวกโยงรัฐประหารเลียนแบบไทย!!

1881

จากกรณีที่ กลุ่มเยาวชนปลดแอก และการ์ดวีโว่ ได้แสดงจุดยืนต่อต้านการรัฐประหารในเมียนมาร์ โดยกลุ่ม We Volunteer ที่ได้โพสต์เฟซบุ๊ก นัดหมายชุมนุมประท้วงประณามการรัฐประหารในประเทศเมียนมาร์ที่บริเวณ หน้าสถานทูตเมียนมาร์

ได้มีประชาชนชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยจำนวนหนึ่ง เดินทางมารวมตัวกันเพื่อแสดงสัญลักษณ์เรียกร้องการก่อรัฐประหารที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมา ที่บริเวณหน้าสถานครราชทูตเมียนมา เขตยานนาวา โดยมีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำม็อบราษฏร และแนวร่วมกลุ่ม WeVo นำโดยนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ มาร่วมอ่านแถลงการณ์ต่อต้านการรัฐประหารในพม่า ซึ่งได้มีเหตุจลาจลเกิดขึ้นจนนำไปสู่การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และการ์ดวีโว่

ขณะเดียวกัน เหล่าก๊วนก้าวหน้าก็ได้ออกมาแสดงจุดยืนต่อต้านการรัฐประหารครั้งนี้ด้วย โดยพยายามกดดันรัฐบาลให้แสดงท่าทีต่อสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้าน
โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์เกี่ยวกับรัฐประหารเมียนมา โดยระบุว่า

“การรัฐประหารในพม่าเป็นสัญญานอันตรายของการขัดขวางกระแสลมแห่งประชาธิปไตยในภูมิภาค
ตราบใดที่หลักการรัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้งอยู่เหนือกองทัพ ยังไม่อาจเกิดขึ้นได้ รัฐประหารโดยกองทัพย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ
เสียดายความคืบหน้าสู่ประชาธิปไตยที่ประชาชนพม่าร่วมกันสร้างขึ้นมา
#SaveMyanmar”

“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนชาวพม่าผู้เชื่อมั่นในหลักประชาธิปไตย นักการเมือง นักประชาธิปไตย นักเคลื่อนไหว ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน จะยืดหยัดต่อสู้กับเผด็จการ และนำพาประเทศกลับคืนสู่ประชาธิปไตยให้ได้ในที่สุด”

ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ ช่อ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความลงบนทวิเตอร์ ระบุว่า

“ทหารเมียนมาตัดสินใจรัฐประหารอีกครั้ง หลังจาก 10 ปีของการปล่อยให้มีการเลือกตั้ง และ 5 ปีของการบริหารประเทศของอองซาน ซูจี ผู้นำที่มาจากเสียงประชาชนอย่างแท้จริง
5 ปีที่ผ่านมาเมียนมาพัฒนาขึ้นในหลายด้าน สิ่งเดียวที่ทำให้การพัฒนานั้นต้องหยุดลงคือการที่ซูจีพยายามผลักดันปฏิรูปกองทัพ”

“ขอประณามการกระทำของมิน อ่อง หล่ายน์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา การกระทำของเขาในวันนี้พิสูจน์ชัดว่าทหารไม่ได้ใช้อำนาจเพื่อพิทักษ์ประเทศและประชาชนตามที่อ้าง แต่ต้องการผูกขาดอำนาจไว้ที่เหล่านายพล รักษาอำนาจตัวเอง แทนที่จะให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งบริหารประเทศอย่างอิสระ”

“ขอเป็นกำลังใจให้ประชาชน สื่อมวลชน และนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ในเมียนมา #รัฐประหาร คือโรคร้ายที่คุกคามไทยและเมียนมาไม่ต่างกัน การต่อสู้กับวงจรอุบาทว์รัฐประหารคือภารกิจของเราประชาชน เผด็จการจะต้องพินาศ #SaveMyanmar”

นอกจากนี้ น.ส.พรรณิการ์ ยังได้พยายามกดดันรัฐบาลไทยให้ทำการประณามการรัฐประหารในพม่า โดยได้โพต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ระบุว่า
“ตอนนี้รอดูว่ารัฐบาลไทยจะทำอย่างไรกับสถานการณ์รัฐประหารในเมียนมา
1. ออกแถลงการณ์ประณาม เรียกร้องให้ทหารคืนประชาธิปไตยให้ประชาชนเร็วที่สุด
2. ไม่มีแถลงประณาม โดยอ้างว่าไม่แทรกแซงกิจการภายในของเพื่อนบ้าน
การประณามรัฐประหารไม่ใช่การแทรกแซง แต่คือการยืนยันหลักการสากล เรื่องปชต.”

“อองซาน ซูจี เรียกร้องประชาชน ช่วยกันประท้วงต่อต้าน #รัฐประหาร อย่ายอมรับการทำลายประชาธิปไตย
วันนี้ 15.30 จะมีการชุมนุมต่อต้านรัฐประหารที่หน้าสถานทูตเมียนมาประจำประเทศไทย แม้วันนี้รัฐบาลไทยจะไม่สามารถแสดงบทบาทเสาหลักประชาธิปไตยอาเซียนได้ แต่เราราษฎรไทยจะช่วยกันทำ
#SaveMyanmar”

ล่าสุด พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการเฝ้าระวังชายแดนด้านตะวันตกป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองของเมียนมาร์ข้ามแดนหลังเกิดเหตุรัฐประหารว่า ตอนนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ แต่มาตรการคุมเข้มชายแดนด้านตะวันตกได้ดำเนินการอยู่แล้ว เพราะเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19มีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย อีกทั้งรัฐบาลผ่อนปรนแรงงานต่างด้าวถึงวันที่ 15 ก.พ.2564 ซึ่งเราก็กังวลเรื่องพวกนี้อยู่ อาจจะมีพวกฉวยโอกาสจึงคุมเข้มกันเต็มที่ โดยกองกำลังชายแดนสามารถสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองได้ทุกวัน ตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นมา จับกุมได้หลายร้อยคน

พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการเพิ่มเติมกำลัง 5 กองร้อยที่ได้เตรียมการไว้เพื่อซีลชายแดนเพิ่มเติม เพราะขณะนี้สถานการณ์คงที่ สามารถดูแลและสามารถรับมือได้ โดยการประสานงานกับทุกส่วนราชการด้วย ได้รับความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ ทำให้สถานการณ์ลดน้อยลง คนไทยฝ่ายตรงข้ามแม้จะลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย แต่ด้วยการประสานงานและความสัมพันธ์ตามแนวชายแดนระหว่างเจ้าหน้าที่ของเมียนมาร์และกับไทย ก็สามารถทำความชี้แจงกับคนเหล่านั้นว่าเมื่อเข้ามาต้องมาถูกช่องทาง ทำให้สถานการณ์การลักลอบอยู่ในระดับที่สามารถดูแล

เมื่อถามว่า ได้มีการติดต่อสอบถามเรื่องสาเหตุการทำรัฐประหารจากผู้นำเมียนมาร์หรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะเป็นเรื่องการเมือง ทหารคุยกันเรื่องทหารอย่างเดียว

ถามต่อว่า ด้วยความสัมพันธ์ของกองทัพสองชาติมีคนอยากทราบจุดยืนของกองทัพต่อการรัฐประหารในเมียนมาร์ว่าเป็นอย่างไร พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ไม่มี เราอาศัยหลักการอาเซียน เหมือนเช่นรัฐบาล เราเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล ก็ใช้หลักการนั้น เรื่องภายในของเขาเป็นเรื่องรัฐบาลคุยกัน กองทัพเราเป็นส่วนราชการหนึ่งของรัฐบาล แต่ส่วนความสัมพันธ์ทางทหารยังเหมือนเดิมเพราะการปฏิบัติการทางทหาร ความมั่นคงตามแนวชายแดนมีความสัมพันธ์ที่ดีมาตลอด ทั้งเรื่องต่างๆในการดูแลประชาชนตามแนวชายแดนสองฝั่ง การเข้าเมืองผิดกฎหมาย ยาเสพติด ร่วมมือกันดีมาตลอด มีหมู่บ้านคู่ขนานที่ทำงานคู่กันมาตลอด

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาทหารไทยปฏิวัติหลายครั้งพอเห็นเมียนมาร์รัฐประหารรู้สึกอย่างไร พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า “ผมไม่มีความรู้สึก ก็บอกแล้วว่าคำนี้ไม่มีอยู่ในหัวผม และไม่มีมานานแล้ว จะเห็นว่ามันหายไปนานแล้ว สื่อไปขุดคำนี้มาเอง พอตรงโน่นทำ พวกเราก็ไปขุดคำนี้ขึ้นมา ผมไม่มีอยู่แล้ว” เมื่อถามว่า เมียนมาร์เลียนแบบเรา พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่าตนไม่มีความเห็น

เมื่อถามว่า กลุ่มการเมืองในไทยนำเหตุการณ์รัฐประหารในเมียนมาร์มาเป็นประเด็นในการจุดกระแสในประเทศไทยเหมือนตีวัวกระทบคราด พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า “นักข่าวสายทหารควรถามเรื่องทหาร เมื่อไหร่ถามเรื่องการเมืองก็จบข่าว“ ส่วนที่เกรงกันว่าจะเกิดปัญหาในพื้นที่ชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนไทยนั้น ทางกองกำลังป้องกันชายแดนในพื้นที่รายงานยังไม่มีอะไร สถานการณ์ยังปกติ