นักเขียนดัง ขอดเกล็ด ศิลปินแห่งชาติ เสรีภาพในมนุษย์ไม่มีจริง แม้แต่ในม็อบก็ไม่เคยมี

1294

สวนกันแรง แบบนักกวี!! “นักเขียนดัง” ขอดเกล็ด “ศิลปินแห่งชาติ” เสรีภาพในมนุษย์ “ไม่มีจริง” แม้แต่ใน “ม็อบสามกีบ” ก็ไม่เคยมี!?

จากเมื่อวันที่ 30 ม.ค.64 ทางด้านของ นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ ที่มีมุมมองและแนวคิดเดินตามก้นม็อบคณะราษฎร และมักจะแอบโพสต์ข้อความหมิ่นสถาบันอยู่หลายครั้ง ได้โพสต์บทความหนึ่งซึ่งเกี่ยวกับ “มนุษย์คือเสรีภาพ” โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ความจริง ความงาม ความดี
ในฐานะคนทำงานศิลปะที่เชื่อว่า “มนุษย์คือเสรีภาพ” ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมแวดวงของคนทำงานศิลปะ – กวี นักเขียน ศิลปิน ในบ้านเรา ที่เป็นเหมือน “เสาแห่งเสรีภาพในการแสดงออก” ทำไมจึงแยกแยะไม่ออกว่าอะไรคือวิถี/วิธีแห่งประชาธิปไตย อะไรคือวิถี/วิธีแห่งเผด็จการ อะไรคือ Rule of Law อะไรคือ Rule by Law

เพราะพื้นภูมิ ทรรศนะ ค่านิยม การศึกษา ประสบการณ์ ความเชื่อ การบ่มเพาะ และหรืออะไร อย่างไร ในกระบวนการของการมีชีวิต และการใช้ชีวิต ทำไมแวดวงที่มี “แต้มต่อ” อะไรต่อมิอะไรมากกว่าคนทั่วๆไปมากมาย จึงเหมือนปิดกั้นตัวเองอยู่กับความคับแคบจนไม่สามารถที่จะ Clear Cut และแยกแยะสิ่งที่เกิดขึึ้นในอดีต ว่าอะไรคือ Fact อะไรคือ Fiction อะไรคือข้อเท็จ อะไรคือข้อจริง อะไรคือ Something in Between

วิถีและวิธีแห่งชีวิตนั้นแม้จะพลาดไปบ้าง ก็ไม่เห็นเสียหาย ถ้าพร้อมที่จะมีจิตใจที่เปิดกว้าง จนสามารถแยกแยะได้ว่า Right is Right . Wrong is Wrong ระหว่างความดี ความงาม และความจริง ที่มักเทศนากันนั้น ถ้า “มนุษย์คือเสรีภาพ” เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องโป้ปดมดเท็จ หรือเรื่องหลอกลวงกลวงเปล่า

“ความจริง” ( ในความหมายเดียวกับ “สัจจะ” ที่คนทำงานศิลปะแสวงหา ) ไม่ว่า “ความจริง” จะมีกี่ชุดก็ตาม ในความเห็นของผมมันต้องมาก่อนความงามและความดี เริ่มต้นด้วย “ความจริง” ส่วน “ความงาม” เป็น “สะพานเชื่อม” อยู่ตรงกลาง เพื่อสร้างให้ “ความดี” ที่ตามมาบังเกิดมี “ความหมาย” ที่เป็นจริง

รับได้หรือไม่ที่จะเปล่งเสียงว่า
Right is Right. Wrong is Wrong.
ไม่ใช่ Wrong is Right. Right is Wrong.

ล่าสุดในวันที่ 3 ก.พ.64 ทางด้านของ นายวีระ สุดสังข์ นักเขียนอิสระชื่อดัง อดีตครูสอนภาษาไทย ก็ได้โพสต์ข้อความตอบโต้บทความดังกล่าวของ นายสุชาติ ได้อย่างน่าสนใจ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

“มนุษย์ คือ เสรีภาพ”
ผมได้อ่านถ้อยคำนี้จากศิลปินแห่งชาติที่ผมเคารพนับถือ นั่นคือ “สุชาติ สวัสดิ์ศรี”
ถ้อยคำสั้นๆนี้ทำให้ผมยืนคิด เดินคิด นั่งคิด กระทั่งนอนคิดอยู่หลายวันหลายคืน ก่อนจะสรุปตามความคิดของผมว่า

“มนุษย์หามีเสรีภาพไม่ ถือกำเนิดเติบโตขึ้นมา จิตใจก็ถูกคุมขังอยู่ในความโลภ ความโกรธ ความหลง เกือบทุกคนไม่เคยหนีพ้น ไม่เคยมีเสรี อิสระหลุดพ้นไปจากความโลภ ความโกรธ ความหลงและทุกคนก็ตายไปพร้อมๆกับสิ่งชั่วร้ายนี้ ส่วนด้านร่างกาย เมื่อวัยเด็กก็ตกอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพ่อแม่ เข้าโรงเรียนก็เป็นการศึกษาภาคบังคับ นอกจากเรียนวิชาบังคับก็ยังมีวิชาบังคับเลือก นอกจากนี้ยังมีกฎ ระเบียบต่างๆคอยบังคับ ควบคุม ทั้งในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาและอุดมศึกษา

พอเรียนจบไปทำงานไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานเอกชน แต่ละองค์กรต่างมี “ผู้บังคับบัญชา” แต่ละระดับชั้นตั้งแต่ชั้นต่ำสุดจนถึงชั้นสูงสุด หน้าที่การงานก็บังคับให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ เวลาก็ร่วมบังคับให้ไปทำงานเวลาเท่านั้นเท่านี้ เลิกงานเวลาเท่านั้นเท่านี้ ผลงานต้องเสร็จเวลานั้นเวลานี้

หลุดจากครอบครัวเก่าเริ่มมีครอบครัวใหม่ หลุดจากหน่วยงานสู่โลกภายนอก, โลกภายนอก โลกของสังคมก็มีกฎ ระเบียบ กฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณีคอยกำกับและบังคับอยู่ตลอดเวลา
สังคมไทยเป็นสังคมอุปถัมภ์ มีเจ้าโคตร มีโคตร มีปู่ย่าตายาย มีพ่อแม่ มีลูกพี่มีลูกน้อง มีหัวหน้ามีลูกน้อง ใครอยู่ในฐานะสูงกว่าต้องคอยอุปถัมภ์และบังคับคนที่อยู่ต่ำกว่า, คนที่อยู่ต่ำกว่าก็คอยอุปถัมภ์และรับใช้คนที่อยู่สูงกว่า

มาที่เรื่องการเมืองเรื่องความคิด “มันจะสามารถคิดและทำอะไรตามใจตนได้” นายกรัฐมนตรีก็มีบุคคลสำคัญอยู่เบื้องหลัง, หัวหน้าพรรคการเมืองก็มีนายทุนในชาติและต่างชาติอยู่เบื้องหลัง, บรรดาสมาชิกพรรคการเมืองก็มีหัวหน้าพรรคการเมืองคอยกำกับดูแล เป็นแค่ ส.ส. จะไปกล้าเอะอะอะไรกับหัวหน้าพรรคได้ พูดในสิ่งที่ตัวเองคิดก็ยังทำไม่ได้ มีแต่คอยคำสั่งให้แสดงบทบาทและคอยยกมือสนับสนุน

“ม็อบ” ก็มีคนอยู่เบื้องหลังม็อบ จะชุมนุม จะพูด จะประท้วง จะใช้ถ้อยคำว่าอย่างไร? ผู้อยู่เบื้องหลังเป็นผู้กำกับและคอยดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย

ถ้ามนุษย์ คือ เสรีภาพจริง มนุษย์ต้องหลุดพ้นจากความโลภ ความโกรธ ความหลง มนุษย์สามารถพูดความจริง “จริง คือ จริง” และ “ไม่จริง คือ ไม่จริง” แต่ความจริงแล้ว โดยเฉพาะปัจจุบัน เราเห็นว่า “มนุษย์ไม่กล้าพูดความจริงตามอารมณ์ ความรู้สึก นึกคิดของตน เราจึงเห็นมนุษย์บิดเบือนกันมาก” เพราะมนุษย์ไม่เคยมีเสรีภาพอย่างแท้จริงแม้เพียงเสี้ยวเมล็ดงา”