“พี่ดี้” เดือด ชี้โลกนี้วุ่นวายเพราะฝรั่ง และผู้คลั่งไคล้ฝรั่ง เข้าใจว่าประชาธิปไตย แปลว่า เผือกได้ทุกกรณี หมอพม่าประท้วงรัฐประหาร หายนะใหญ่รอ ยอดโควิดยังพุ่ง

1861

หลังจากที่กองทัพเมียนมา ได้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลของ นางอองซาน ซูจี รวมทั้งควบคุมตัวไว้ในบ้านพักในกรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงของประเทศ รวมถึงอดีตประธานาธิบดีอู วิน มินต์ และแกนนำคนสำคัญของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) หลายคน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

สถานการณ์โดยรวมของเมียนมาตอนนี้ ถือว่าอยู่ในความสงบ มีทหารเดินตรวจตราตามเมืองใหญ่ และมีการบังคับใช้คำสั่งเคอร์ฟิวตอนกลางคืน ขณะที่ระบบสื่อสารที่ถูกตัดขาดไปช่วงรัฐประหาร จนกลับมาใช้การได้ในเมื่อเช้าวันอังคารที่ 2 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา


ขณะที่ก่อนหน้านี้ ทางด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ได้ขู่คว่ำบาตรพม่ารอบใหม่ หลังกองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจและจับกุมเหล่าผู้นำรัฐบาลพลเรือน โดยเจ้าตัวกล่าวโจมตีกองทัพพม่าต่อการทำรัฐประหาร และเรียกมันว่า เป็นการจู่โจมโดยตรงต่อกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐของประเทศ หลังจากก่อนหน้านี้เหตุรัฐประหารในพม่าเรียกเสียงประณามดังกึกก้องในระดับสากล

ล่าสุดทางด้าน นายนิติพงษ์ ห่อนาค หรือ “ดี้” นักแต่งเพลงชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า …. โลกนี้วุ่นวาย…เพราะฝรั่ง และผู้คลั่งไคล้ฝรั่ง..เข้าใจว่า…ประชาธิปไตย แปลว่า เสือกได้ทุกกรณี #เสรีแห่งการเสือก ซึ่งก็มีคอมเม้นต์จากชาวโซเชียลได้วิจารณ์ถึงเรื่องนี้ด้วยว่า

พวกตะวันตกมองประชาธิปไตยเป็นเสื้อ one size fits all เที่ยวเอาความคิดนี้ไปยัดใส่ประเทศต่าง ๆ ให้เป็นอย่างประเทศตัวเอง

นอกจากนี้ยังมีคอมเม้นต์หนึ่งกล่าวถึงนายธนาธร ที่ได้ออกตัวว่าจะยืนเคียงข้างเมียนมา ระบุว่า “มันเป็นคนชาติไหนกันแน่ เรื่องในเมืองไทย เอาไปฟ้องฝรั่งให้มาช่วยจัดการ ทั้ง ๆ ที่ เรื่องมันเกิดจากพวกตัวเองก่อม็อบ แล้วยังจะล้มเจ้าอีก รัฐบาลเราจัดการได้ดีอยู่แล้ว หาเรื่องฟ้องได้ทุกวันโควิด ทั่วโลกเค้าอิจฉาคนไทย มันยังจะโกหกสร้างเรื่องมาโจมตีโรงงานผลิตยา นี่เรื่องของพม่า ก็ยังจะไปโยงกับเค้า

นี่เค้าด่ากลับมาว่าไม่ต้องยุ่งก็ยังไม่รู้สึก นี่มันชนชาติไหนนะ มันไร้สัญชาติหรือชาติชั่วกันแน่ สาระแนนัก อวยพม่าขนาดนี้ เตรียมจะหนีไปอยู่รึปล่าว แต่ว่า พม่าเค้าคงไม่ให้สัญชาติหรอกนะ ก็เนรคุณแผ่นดินที่บรรพบุรุษมาสร้างความร่ำรวยได้ขนาดนี้ พอถึงรุ่นตัวเองก็ โกงทุกทางที่ทำได้ ตั้งชื่อรอไปเลย ไอ้มังมหาเนรคุณ หม่องระยำ”

ต่อมามีรายงานสถานการณ์ในเมียนมาด้วยว่า ได้มีกลุ่มเยาวชนและนักศึกษา ออกมาเรียกร้องให้มีการทำอารยขัดขืน ส่วนทีมแพทย์หลายคนที่ทำงานในโรงพยาบาลของรัฐ กล่าวว่า พวกเขาจะหยุดงานตั้งแต่วันพุธที่ 3 ก.พ. นี้ เพื่อเรียกร้องให้กองทัพปล่อยตัวนางออกซานซูจี ส่วนเจ้าหน้าที่การแพทย์บางคนประท้วงเงียบด้วยการติดโบว์สีดำเป็นสัญลักษณ์

แพทย์บางคนถึงขั้นตัดสินใจลาออกเพื่อประท้วงการรัฐประหาร เช่น ดร. นาย ทู้ อ่อง วิสัญญีแพทย์ ที่โรงพยาบาลโมนยวา ในเขตซะไกง์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว บีบีซี เป็นภาษาเมียนมา ระบุว่า เขาลาออกเพราะไม่สามารถทำงานภายใต้เผด็จการทหารซึ่งไม่สนใจประเทศและประชาชนได้ นี่เป็นการตอบโต้ ที่ดีที่สุดที่เขาแสดงออกมาได้

ขณะที่ดร.เมียว เตต อู หมออีกคนที่ร่วมในการอารยขัดขืน บอกกับสำนักข่าว รอยเตอร์ส ว่า “เราไม่สามารถยอมรับเผด็จการ และรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งได้ พวกเขาจับกุมเราได้ทุกเวลา เราจึงตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับมัน พวกเราทุกคนตัดสินใจที่จะไม่ไปโรงพยาบาล”


ทั้งนี้หลังจากจับกุม นางซูจี กับแกนนำคนสำคัญของพรรคเอ็นแอลดีหลายคน เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา กองทัพเมียนมาก็ออกแถลงการณ์ชี้แจงสาเหตุ โดยอ้างว่า พบการฉ้อโกงในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และรัฐบาลปฏิเสธคำขอของพวกเขาที่ให้เลื่อนการเปิดประชุมไปก่อน

จึงยึดอำนาจและประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินภายใต้มาตราที่ 417-418 เป็นเวลา 1 ปี กองทัพยังกักตัวสมาชิกสภากว่า 100 คนที่บ้านรับรองในกรุงเนปิดอว์ด้วย แต่ล่าสุดพวกเขาได้รับอนุญาตให้ออกไปได้แล้ว เว้นแต่นางซูจีและนายอู วิน มินต์ ที่ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ใด

 

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ตอนนี้ในเมียนมา ดูเหมือนจะสงบ แต่ถ้าหากบุคคลสำคัญทางการแพทย์ออกมาแสดงอารยขัดขืนกันอย่างต่อเนื่อง ย่อมส่งผลร้ายซ้ำเติมชะตากรรมของประชากรทั้งประเทศอย่างแน่นอน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงสภาวะปกติ เจ้าหน้าที่ก็แทบจะรับมือไม่ไหว เคยมีรายงานว่าหมอ พยาบาลหลายรายก็ป่วยโควิด-19 ด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ขาดแคลนกำลังในการรักษา และยิ่งหากหมอประกาศหยุดงาน รวมทั้งลาออกเพื่อประท้วงรัฐประหาร ก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์โควิดในประเทศเมียนมาแย่ลงไปด้วย ซึ่งขณะนี้เมียนมาถูกจัดอยู่ลำดับที่ 71 ของโลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสมแล้วกว่า 140,000 ราย ติดเชื้อรายวันเพิ่มหลักร้อย และเสียชีวิตกว่า 3,000 คน ส่วนการฉีดวัคซีนที่เริ่มแจกจ่ายให้กับประชากรได้เพียงไม่กี่วัน ก็อาจจะต้องชะงักไปด้วย หากหมอ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ประท้วงรัฐประหารในครั้งนี้