ตำรวจเผย “ดีเจมะตูม” เปิด 3 ห้องสูท จัดปาร์ตี้ต่อ หลังกินข้าววันเกิดรร.บันยันทรี จับพิรุธแขกร่วมงาน 14 คน สาวเจอเรื่องโกหกอีกเพียบ

2333

จากกรณีที่คณะผู้บริหารโรงแรมบันยันทรี ได้ออกเอกสารชี้แจงว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อต่าง ๆ ถึงเรื่องการรับประทานอาหารค่ำ งานฉลองวันเกิดของดีเจมะตูม ณ ร้านอาหารเวอร์ทิโก้ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมีการสอบถามว่า ทางโรงแรมอนุญาตให้มีการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารและอนุญาตให้นั่งรับประทานอาหารในร้าน หลังเวลา 21.00 น. หรือไม่นั้น

ทางโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ขอชี้แจงว่า โรงแรมได้ปฏิบัติตามประกาศกรุงเทพมหานคร และมาตรการป้องกัน เฝ้าระวังการระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด ทั้งนี้โรงแรมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการในการเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมทั้งแสดงหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่แสดงว่าทางโรงแรมได้ปฏิบัติตามประกาศและมาตรการของทางราชการอย่างเคร่งครัด โดยไม่อนุญาตให้มีการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารและไม่อนุญาตให้นั่งรับประทานอาหารในร้านหลังเวลาที่ทางราชการกำหนด

ล่าสุดที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีนายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข ผู้อำนวยการเขตสาทร ยื่นเรื่องให้สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ทุ่งมหาเมฆ ตรวจสอบเอาผิดนายเตชินท์ พลอยเพชร หรือ ดีเจมะตูม กรณีจัดงานฉลองวันเกิดที่ โรงแรมบันยันทรี จนมีการแพร่เชื้อโควิด-19 ระบุว่า

พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ผบก.น.5) สั่งการแล้ว โดยเรื่องดังกล่าวมีพื้นที่เกี่ยวเนื่อง 2 โรงพัก คือ สน.ทุ่งมหาเมฆ และสน.ลุมพินี เบื้องต้นมีการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในส่วนของดีเจมะตูม และมีหนังสือเชิญเจ้าพนักงานสำนักงานอนามัยของกรุงเทพมหานคร (กทม.) มาให้ปากคำและความเห็นในช่วงบ่ายตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา

จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่ามีการจัดงานเลี้ยงวันเกิดที่ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ ขณะเกิดเหตุห้องอาหารเปิดให้บริการตามปกติ นอกจากคณะของดีเจมะตูมยังมีบุคคลอื่นมาใช้บริการด้วย

เบื้องต้นทางโรงแรมมีมาตรการตรวจวัดไข้ มีเจลแอลกอฮอล์ รักษาระยะห่าง แต่พนักงานสอบสวนคงต้องสอบถามความเห็นของเจ้าพนักงานสำนักงานอนามัย กทม. ว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ทางร้านอาหารดำเนินการถูกต้องครบถ้วนหรือไม่เกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19

นอกจากนี้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า พื้นที่ของห้องอาหารเวอร์ทิโก้มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 400 ตารางเมตร ห้องอาหารมีคนใช้บริการ 65 คน ในส่วนของ ดีเจมะตูม มาใช้บริการ 14 คน หลังจากนั้นเวลา 21.00 น. เป็นเวลาปิดทำการของห้องอาหารตามปกติ คณะของดีเจมะตูมก็ไปต่อในห้องพัก ที่มีการเช่าห้องสูท 3 ห้อง พื้นที่ 351 ตารางเมตร ในห้องที่เกิดเหตุเป็นห้องใหญ่สุด จากการตรวจสอบมีการใช้บัตรคีย์การ์ดเข้า-ออกห้องจำนวน 26 ครั้ง ต้องตรวจสอบว่าการเข้า-ออกทั้งหมดเป็นจำนวนกี่คน เนื่องจากในการจัดงานวันเกิด มีการนัดหมายไปจำนวน 14 คน

“ตำรวจต้องขอฟังความเห็นของเจ้าพนักงานสำนักอนามัย กทม. โดยจะเสนอข้อเท็จจริงให้เจ้าพนักงานสำนักอนามัยรับทราบ ก่อนจะขอทราบความเห็นว่าพฤติกรรมลักษณะนี้เข้าข่ายการกระทำความผิดหรือไม่ มีการพิจารณาอยู่ 2 กรณี คือ พ.ร.บ.โรคติดต่อ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ”


สำหรับสาเหตุที่ปาร์ตี้วันเกิดดีเจมะตูมมีการมั่วสุมเกิน 5 คน แต่ยังไม่เข้าข่ายสามารถดำเนินคดีได้นั้น พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของร้านอาหารจากการตรวจสอบเบื้องต้นมีมาตรการ จากนั้นได้เข้าไปอยู่ในห้องพักจากการตรวจสอบการใช้บัตรเข้า-ออกห้อง และเช่าห้องสูท 3 ห้อง ขนาดต่าง ๆ กัน รวมพื้นที่ใช้สอย 351 ตารางเมตร จึงต้องตรวจพิสูจน์ว่าเมื่อเข้าไปในห้องได้เข้าไปพร้อมกันหรือไม่ อยู่ในห้องกันกี่คน

ในห้องมีพฤติการณ์อย่างไร พยายามรวบรวมพยานหลักฐานอยู่ รวมทั้งสอบถามเจ้าพนักงานสำนักอนามัย เพื่อให้ความเห็นว่าลักษณะแบบนี้เป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อหรือไม่ หรือเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรื่องการควบคุมโรคหรือไม่

จากการตรวจสอบห้องอาหารดังกล่าวไม่พบว่ามีการจำหน่ายสุรา ส่วนในห้องพักปรากฏหลักฐานเบื้องต้นว่า มีการสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนจะดื่มในห้องหรือไม่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในห้องมีอยู่แล้วตามมินิบาร์ของห้อง ซึ่งมีหลักฐานปรากฏเป็นใบเสร็จการจ่ายชำระค่าแอลกอฮอล์ที่อยู่ในห้อง

ตำรวจไม่ใช่ผู้ชำนาญการเกี่ยวกับเรื่องโรคติดต่อ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องรอฟังความเห็น อย่างไรก็ตามไม่ได้นิ่งนอนใจได้รวบรวมพยานหลักฐานในรายละเอียดทราบว่าใครเป็นคนเปิดห้อง ตอนนี้พิสูจน์ทราบตัวบุคคลอยู่และพฤติการณ์ที่ทำกิจกรรมในวันนั้น ขอเวลาตำรวจในการดำเนินการก่อน

นอกจากนี้ในโลกโซเชียล ได้วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นที่สงสัยกันว่า จริง ๆ แล้วดีเจมะตูมจบ อักษรฯ ศิลปากร จริงหรือไม่ เพราะว่าตั้งแต่มีกระแส ก็มีคนค้นหาประวัติ ซึ่งพบว่า ประวัติของดีเจมะตูม นั้น เกิดวันที่ 9 ม.ค. 2533 เป็นชาวนนทบุรี เรียนอนุบาลถึงม.2 ร.ร.ชลประทานวิทยา ย้ายไปเรียนต่อไฮสคูล ร.ร.Vorwerker Schule ที่เมืองลือเบ็ก ประเทศเยอรมนี และจบปริญญาตรีอักษรศาสตร์ เอกภาษาเยอรมัน มหาวิทยาลัยศิลปากร

หลังจากนั้นก็ได้มีชาวเน็ตรายหนึ่งออกมาโพสต์ว่า “มะตูมจบอักษรฯ ศิลปากรรุ่นไหนหรอคะ ลองถามหลาย ๆ คนก็ไม่มีใครรู้จักเลยอะ ใน reg ก็ไม่มีชื่อขึ้นดีเจมะตูม”

ทำเอาโลกออนไลน์ต่างหยิบยกประเด็นข้อสงสัยนี้ ขึ้นมาค้นหาข้อมูลกันจำนวนมาก และต่างวิพากษ์วิจารณ์กันจำนวนมาก ว่าแท้จริงแล้ว นี่จะเป็นการโกหกอีกหรือไม่ เหมือนกับการโกหกปกปิดไทม์ไลน์ว่าเกิดอะไรขึ้นในวันงานปาร์ตี้ที่โรงแรมหรู