ธนาธร ออกตัวแรง ป้องเมียนมา ชะตาตัวเอง ยังไม่รอดเลย?

1174

จากที่สื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานข่าวว่า ช่วงเช้าตรู่ เมียว ยุนต์ โฆษกพรรคพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ เอ็นแอลดี (NLD) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ทางโทรศัพท์ว่า อองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ, อู วินมิ่นท์ ประธานาธิบดีเมียนมา และผู้นำคนอื่น ๆ ได้ถูกควบคุมตัวโดยกองทัพเมียนมา

โดยระบุว่า “ผมต้องการจะบอกกับประชาชนของเราว่าอย่าตอบโต้อย่างผลีผลาม และผมต้องการให้พวกเขาทำตามกฎหมาย” เมียว ยุนต์ กล่าวโดยเรียกร้องให้สมาชิกพรรคทำตามกฎหมาย และอย่ากระทำการใด ๆ ที่หุนหันพลันแล่น

การจับกุม อองซาน ซูจี เกิดขึ้นในช่วงที่กำลังเกิดความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลพลเรือนกับกองทัพเมียนมา ท่ามกลางกระแสข่าวว่าอาจเกิดการรัฐประหารโดยกองทัพเพื่อล้มรัฐบาล โดยอ้างข้อกล่าวหาว่ามีการทุจริตเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2563 ซึ่งพรรคของนางซู จี ได้รับชัยชนะถล่มทลาย

พรรคเอ็นเอลดี สามารถคว้าชัยในการเลือกตั้งทั่วไปที่มีขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนเป็นสมัยที่สอง และสามารถคว้าที่นั่งในรัฐสภาไปทั้งหมด 396 ที่นั่งจากทั้งหมด 498 ที่นั่ง ทำให้มีสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาล ท่ามกลางข้อกังขาว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งและมีประชาชนบางส่วนถูกตัดสิทธิ์การลงคะแนนเสียง

ล่าสุด ทางด้าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ออกมาโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ระบุว่า [ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนเมียนมา ประชาธิปไตยต้องกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด] ผมทราบข่าวการรัฐประหารในเมียนมาด้วยความหนักใจและกังวลใจอย่างยิ่ง ทั้งในฐานะประชาชนคนไทย และในฐานะพลเมืองอาเซียน

เป็นเวลา 10 ปีเต็มที่กองทัพเมียนมาปล่อยให้เกิดการเลือกตั้งและมีรัฐบาลพลเรือนบริหารประเทศ เนื่องจากแรงกดดันจากนานาชาติ 5 ปีแรก รัฐบาลของพลเอกเต็ง เส่ง ยังคงเป็นรัฐบาลใต้ร่มเงาของกองทัพแม้ผ่านการเลือกตั้ง แต่ 5 ปีหลัง รัฐบาลของพรรค NLD ภายใต้การนำของอองซาน ซูจี ได้บริหารประเทศสมกับที่ประชาชนรอคอยมาหลายสิบปี แม้รัฐสภาจะยังมีสมาชิกที่แต่งตั้งโดยกองทัพนั่งอยู่ถึง 1 ใน 4 แต่รัฐบาลพลเรือนก็พยายามบริหารประเทศจนเมียนมาพัฒนาขึ้นในหลายด้าน

แต่แล้วการพัฒนาประชาธิปไตยที่กำลังออกดอกออกผลลงไปสู่ประชาชนเมียนมา ก็มีอันต้องสะดุดลง กองทัพตัดสินใจรัฐประหารหลังจากพรรค NLD ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย และมุ่งมั่นจะเดินหน้าปฏิรูปกองทัพ แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น

รัฐประหารครั้งนี้ ชัดเจนว่ากองทัพทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง กลัวการถูกปฏิรูปจนต้องทำรัฐประหาร ทั้งที่รู้ว่าไม่สามารถหาข้ออ้างที่ชอบธรรมใดๆได้เลยในการปล้นอำนาจจากมือประชาชน

ในฐานะประชาชนคนไทย เพื่อนบ้านใกล้ชิดที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับเมียนมาตลอดมา ผมขอร่วมยืนหยัดเคียงข้างประชาชนชาวเมียนมาทุกคน เรียกร้องประชาธิปไตยกลับสู่ประเทศ และผมหวังว่ารัฐบาลไทยจะไม่ยอมรับการรัฐประหารครั้งนี้ ไม่ยอมรับรัฐบาลที่ขึ้นสู่อำนาจโดยการปล้นชิงสิทธิเสรีภาพของประชาชน แม้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย จะเคยขึ้นสู่อำนาจด้วยวิธีเดียวกันมาก่อนก็ตาม

ในฐานะพลเมืองอาเซียน ผมกังวลว่าการรัฐประหารจะทำให้บรรยากาศประชาธิปไตยและการเคารพสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคนี้ยิ่งริบหรี่ลง และผมละอายใจอย่างยิ่งที่ประเทศไทยในตอนนี้ ไม่อาจทำหน้าที่ประทีปแห่งประชาธิปไตยของอาเซียนได้เหมือนกับที่เคยเป็น

เพื่ออนาคตที่ดีกว่านี้สำหรับคนรุ่นต่อไป เราทุกคนมีภารกิจที่จะต้องช่วยกันประณามการรัฐประหาร อย่าให้พื้นที่แก่เผด็จการ อย่ายอมให้ประชาชนถูกละเมิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยกองทัพที่กินเงินเดือนจากภาษีของพวกเรา

ในนามของประชาธิปไตย เราขอยืนหยัดร่วมกับประชาชนเมียนมาต่อสู้กับเผด็จการ จนกว่าอำนาจสูงสุดจะเป็นของประชาชน In solidarity ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้น น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความลงบนทวิเตอร์ ระบุว่า ขอเป็นกำลังใจให้ประชาชน สื่อมวลชน และนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ในเมียนมา #รัฐประหาร คือโรคร้ายที่คุกคามไทยและเมียนมาไม่ต่างกัน การต่อสู้กับวงจรอุบาทว์รัฐประหารคือภารกิจของเราประชาชน เผด็จการจะต้องพินาศ #SaveMyanmar