สหรัฐ-ออสเตรเลียบี้เมียนมา?!? ค้านกองทัพก่อรัฐประหาร ขู่ให้ปล่อยตัวซูจีและพวกทันที ไม่ทำเจอคว่ำบาตร

827

ทันทีที่กองทัพเมียนมาประกาศยึดอำนาจ สหรัฐและออสเตรเลียได้ออกแถลงการณ์คัดค้านรัฐประหาร เรียกร้องกองทัพปล่อยตัวนางออง ซาน ซู จี และแกนนำรัฐบาลพลเรือนคนอื่นในทันที เตือนเข้ม ไม่ปล่อยเจอมาตรการคว่ำบาตร ขณะที่ญี่ปุ่นเตรียมอพยพชาวญี่ปุ่นในเมียนมาออกนอกประเทศ ถ้าสถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ภาพสะท้อนพฤติกรรมชาติตะวันตกที่พร้อมแทรกแซงกิจการภายในของประเทศต่างๆ เรื่องของเมียนมาไม่ว่าสาเหตุและผลจะเป็นอย่างไร ควรเป็นการแก้ไขปัญหาภายในประเทศของเขาใช่หรือไม่? จับตาขบวนการบ่อนเซาะทำลายชา่ติไทย จะฉวยโอกาสโหมกระพือวาระซ่อนเร้นของตะวันตกเชื่อมโยงกับไทย หมายทำลายสถาบันหลักของชาติระลอกใหม่ รัฐบาลต้องไม่ประมาท สงครามไฮบริดเพื่อนบ้านในอาเซียนจ่อใกล้แค่จมูก ไทยเลี่ยงไม่พ้น??

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สหรัฐอเมริกาได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กองทัพเมียนมา ปล่อยตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ซึ่งรวมไปถึงนางออง ซาน ซูจี ที่ถูกควบคุมตัวไปก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งเตือนด้วยว่าจะดำเนินการตอบโต้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

โดยเจนนิเฟอร์ ซากี โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า “สหรัฐคัดค้านความพยายาม ใด ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งเมื่อไม่นานมานี้ หรือขัดขวางกระบวนการเปลี่ยนถ่ายประชาธิปไตยของเมียนมา และจะดำเนินการกับผู้รับผิดชอบหากสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้รับการแก้ไข สหรัฐขอเรียกร้องให้กองทัพและทุกฝ่ายยึดมั่นบรรทัดฐานประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม และปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัวภายในวันนี้ และสหรัฐจะดำเนินการกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกระทำดังกล่าว”และกล่าวว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐ ได้รับรายงานสถานการณ์ในเมียนมาแล้ว

ด้านนางมารีส เพน รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลียแถลงว่า ขอเรียกร้องให้กองทัพเคารพหลักนิติธรรม แก้ไขข้อพิพาทผ่านกลไกกฎหมาย ปล่อยตัวผู้นำพลเรือนทุกคนและคนอื่นที่ถูกควบคุมตัวอย่างไม่ถูกกฎหมายโดยทันที ออสเตรเลียขอสนับสนุนอย่างแข็งขันให้เมียนมาประชุมสมัชชาแห่งชาติอย่างสันติ และสอดคล้องกับผลการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 พฤศจิกายนปีก่อน

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่นเปิดเผยว่า แม้ยังไม่มีแผนการอพยพชาวญี่ปุ่นออกจากเมียนมาในทันที แต่กำลังติดตามสถานการณ์ในเมียนมา อย่างใกล้ชิด  ปัจจุบันมีชาวญี่ปุ่นอยู่ในเมียนมาประมาณ 3,500 คน

ทหารเมียนมาเข้ายึดอำนาจในประเทศโดยระบุว่า ประเทศเมียนมาจะอยู่ในความดูแลของกองทัพเป็นเวลา 1 ปีโดยประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ อ้างการเลือกตั้งที่พรรคเอ็นแอลดีของนางอองซาน ซูจีได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายมีการโกงการเลือกตั้ง

การแพร่ภาพโทรทัศน์ส่วนใหญ่ถูกตัดขาด โทรทัศน์เมียวดีของกองทัพประกาศเมื่อเช้าวันนี้ (1 กุมภาพันธ์ 2564) ว่านายพลมินอ่องหล่ายผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองกำลังติดอาวุธเมียนมาจะเข้ามาดูแลประเทศ เป็นเวลาหนึ่งปี

ความตึงเครียดระหว่างนางอองซานกับกองทัพมีมาต่อเนื่อง นางซูจีซึ่งต่อต้านการปกครองของกองทัพและมีเหตุขัดแย้งไม่ลงรอยด้านแนวความคิดในการจัดการปัญหาต่างๆระดับชาติมาโดยตลอดตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เมื่อเดือนพ.ย. 2563 

อย่างไรก็ตามผลการเลือกตั้ง พรรครัฐบาล ของนางอองซาน ซูจีได้รับคะแนนเสียงท่วมท้น 396 ที่นั่งจาก 476 ที่นั่งในรัฐสภา ชนะพรรคที่มีสายสัมพันธ์กับกองทัพที่พ่ายแพ้อย่างหลุดลุ่ย ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง  ตลอดหลายสัปดาห์หลังเลือกตั้ง ผู้นำกองทัพแสดงความเห็นว่ามีความผิดปกติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งถึง 8.6 ล้านคนระบุสงสัยมีการโกงเลือกตั้ง โดยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและทบทวนรายการผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง  ทั้งนี้ คณะกรรมการเลือกตั้งปฏิเสธ และทางรัฐบาลไม่มีท่าทีตอบสนองแต่อย่างใด

ท้ายสุด ในวันเปิดประชุมรัฐสภาวันแรก  นายพลมิน อ่องหล่าย ผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพเมียนมา ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ จับกุมนางอองซาน ซูจี ประธานาธิบดีอู วิน มยิน และคณะรัฐมนตรีทั้งหมดที่เมืองเนปิดอว์ รวมทั้งแกนนำพรรครัฐบาลด้วย